ทำไมเราจึงเกิด เราเกิดมาทำไม !!!
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ทำไมต้องเกิด คำถามนี้เหมือนจะง่ายแต่ลึกซึ้ง ดังนั้นก็จะต้องรู้จักความเกิดและเหตุให้มีการเกิด ครับ จึงจะเข้าใจว่าทำไมต้องเกิดนั่นเองครับ
การเกิด ในพระพุทธศาสนา เช่น เกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นสัตว์เดรัจฉาน นี่คือ การเกิดเป็นบุคคลต่างๆ ประเภทต่างๆ ซึ่งในความจริงที่เป็นสัจจะในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ว่า การเกิด คือ การเกิดขึ้นของสภาพธรรมที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม คือ จิตและเจตสิก รวมทั้งรูป เพราะมีจิต มีรูป เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย เพราะมีสภาพธรรมเหล่านี้เกิดขึ้น จึงมีการเกิด และบัญญัติเรียกว่า เป็นการเกิดของมนุษย์ ของสัตว์เดรัจฉาน หากไม่มีสภาพธรรม ไม่มีจิตและรูปแล้วจะไม่มีการบัญญัติ สมมติเรียกเลยว่าเป็นคน เป็นสัตว์ ครับ ดังนั้น สรุปได้ว่า การเกิดของมนุษย์หรือสัตว์ต่างๆ คือ การเกิดขึ้นของสภาพธรรมที่เป็นจิต เจตสิก รูป จึงบัญญัติสมมติเรียกว่าการเกิดนั่นเองครับ เพราะฉะนั้น ที่เราเกิดมา ก็คือการเกิดขึ้นของสภาพธรรมที่เป็น จิต เจตสิก รูปครับ
เหตุให้มีการเกิด ดังที่กล่าวแล้ว การเกิด คือ การเกิดขึ้นของสภาพธรรมที่เป็น จิต เจตสิก รูป ซึ่งการเกิดเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นสัตว์ก็ต้องมีเหตุให้เกิดนั่นเองครับ ดังนั้นการเกิดเป็นผลของกรรม ทางธรรมเรียกว่าปฏิสนธิจิต คือ ขณะที่เกิดนั่นเองครับ ปฏิสนธิจิต หรือการเกิดเป็นผลของกรรม ดังนั้นต้องมีเหตุให้เกิดผล คือ การทำกรรมดีหรือกรรมไม่ดีในอดีต อันเป็นเหตุ จึงทำให้มีการให้ผลของกรรมคือการเกิด ครับ เมื่อกรรมดีที่เคยทำไว้ในอดีตให้ผล เช่น กรรมดีในชาติก่อนๆ ก็ทำให้เป็นปัจจัยให้มีการเกิดในชาตินี้ เพราะการเกิดในชาตินี้ ขณะที่เกิดเป็นผลของกรรม ครับ อันมีเหตุมาจากการทำกรรมดีในอดีตให้ผล เมื่อกรรมดีในอดีตให้ผล ผลคือการเกิดในชาตินี้ เมื่อเป็นผลของกรรมดี ก็ย่อมเกิดในที่ที่ดี เรียกว่า สุคติภูมิ อันเป็นภูมิที่ดี มีมนุษย์ เทวดา เป็นต้น ครับ เพราะเป็นผลของกรรมดี ดังนั้น ในชาตินี้ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นผลของกรรมดีในอดีตที่ให้ผลครับ ส่วนถ้ากรรมชั่วในอดีตให้ผล ก็เป็นปัจจัยให้มีการเกิดในภพภูมิที่ไม่ดีที่เรียกว่า ทุคติภูมิ มีนรกและสัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น ครับ
จะเห็นนะครับว่า เหตุของการเกิดเพราะมีการทำกรรมไว้ในอดีตเป็นปัจจัยจึงทำให้มีการให้ผลของกรรมคือมีการเกิดอยู่ ดังนั้นจะห้ามการเกิดไม่ได้เลยครับ ที่สำคัญที่สุด ควรเข้าใจความจริงว่า ที่มีการทำกรรมดี กรรมไม่ดี อยู่ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อันเป็นเหตุให้เกิดในภพภูมิต่างๆ การทำกรรมดี ไม่ดี มีสาเหตุจากเพราะมีความไม่รู้ มีอวิชชาและมีกิเลส จึงมีการทำกรรม และเมื่อมีการทำกรรมก็ย่อมเป็นปัจจัยให้มีการเกิด ต่อไปไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้น สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดคือ กิเลสที่ยังมีอยู่และความไม่รู้ อวิชชาที่ยังมีอยู่นั่นเองครับ ดังนั้น จะอยากหรือไม่อยากเกิด ก็ต้องเกิดแน่นอนครับหากยังมีกิเลสครับ ทำไมต้องเกิดเพราะมีกิเลสจึงยังต้องเกิดครับ
เมื่อได้ศึกษาธรรมโดยละเอียดจะรู้ว่า การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยากมากครับ เมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว ได้มีโอกาสพบพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็เป็นสิ่งที่ยากมากเข้าไปอีก และเมื่อได้พบพระธรรมแล้ว เป็นผู้สนใจในหนทางที่ถูกต้องและมีศรัทธาในพระธรรมที่ถูกต้องยิ่งยากขึ้นไปกว่านั้น แต่ขณะนี้ก็ถึงพร้อมแล้วในสิ่งที่กล่าวมา พระพุทธองค์ตรัสว่า ขณะอย่าล่วงเลยพวกท่านไปเสีย เพราะบุคคลที่ล่วงเลยขณะไป ย่อมพากันยัดเยียดกันในนรกครับ ดังนั้นขณะอย่าล่วงเลยไป คือ ขณะที่ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมและขณะที่ปัญญาเจริญขึ้นนั่นเองครับ
เพราะฉะนั้น เกิดมาทำไม เกิดมาเพราะมีกิเลส และ ต้องได้รับกรรมและผลของ กรรมที่ทำไว้ และ ยังจะต้องเกิดอยู่ร่ำไป การเกิดก็เพราะเป็นทุกข์ เพราะต้องได้รับ ทุกข์กายและทุกข์ใจ ดังนั้น เมื่อเกิดมาแล้ว ควรแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ ดังเช่น พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้และทรงแสดงธรรม ควรที่จะฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ที่จะอบรมปัญญาเพื่อละกิเลส ไม่ต้องเกิดอีก และ สะสมกุศลทุกๆ ประการ ที่จะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏฏ์ที่จะต้องเกิดอีกมากมาย จนกว่าจะไม่เกิดอีกเมื่อดับกิเลสหมดสิ้น ด้วยการศึกษาพระธรรม
[เล่มที่ 25] พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 266
[๖๘๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ... คนเขลาย่อมเข้าถึงครรภ์บ่อยๆ สัตว์ย่อมเกิดและตายบ่อยๆ บุคคลทั้งหลายย่อมนำซากศพไปป่าช้า บ่อยๆ ส่วนผู้มีปัญญาถึงจะเกิดบ่อยๆ ก็ เพื่อได้มรรคแล้วไม่เกิดอีก ดังนี้
เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับมีประโยชน์มาก
... คำตอบของชีวิต ๐๑ _ คนเราเกิดมาทำไม
ชีวิตเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เท่านั้นหรือ
อักขณสูตร .. ผู้ปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
การได้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นไปได้ยากแสนยากจริงๆ
ได้ทราบมาว่า .. การได้อัตภาพเป็นมนุษย์นี้แสนยาก
เหมือนฝุ่นติดปลายเล็บ [นขสิขสูตร]
ขออนุโมทนา ครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
จะคิดหรือไม่คิดก็ตามว่า ทำไมเราถึงเกิดมา เราเกิดมาทำไม แต่ก็ได้เกิดมาแล้วและไม่ใช่เฉพาะในชาตินี้เท่านั้น ในชาติที่แล้วๆ มาก็เคยเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน และยังจะต้องเกิดต่อไปอีกตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ ยังไม่ได้ดับเหตุที่จะทำให้มีการเกิด คือ กิเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ อวิชชา และ ตัณหาซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้สังสารวัฏฏ์ยืดยาวต่อไปอีก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ได้แสนยาก เพราะจะต้องได้ด้วยผลของกุศล ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นผลของกุศลประเภทใด ขึ้นอยู่กับว่ากุศลประเภทใดจะให้ผล ซึ่งไม่พ้นไปจากความดีในชีวิตประจำวัน ทั้งทาน ศีล และการอบรมเจริญปัญญา [ซึ่งต้องไม่ใช่ผลของฌานขั้นต่างๆ อย่างแน่นอน เพราะผลของฌานขั้นต่างๆ ทำให้เกิดในพรหมโลก ตามระดับขั้นของฌาน] ถ้าเทียบกันระหว่างสุคติภูมิ กับ อบายภูมิแล้ว การไปเกิดในอบายภูมิ ไปได้ง่ายกว่าสุคติภูมิจริงๆ ซึ่งพระองค์ทรงแสดงเปรียบเทียบไว้ด้วยข้ออุปมาฝุ่นที่ปลายพระนขา (เล็บ) ที่พระองค์ทรงช้อนขึ้นมา กับ ฝุ่นที่ผืนแผ่นดิน ว่า ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์มีเป็นส่วนน้อย เหมือนกับฝุ่นที่อยู่ปลายพระนขาของพระองค์ ส่วนผู้ที่ไปเกิดเป็นสัตว์ในอบายภูมิมีมาก เหมือนกับฝุ่นที่ผืนแผ่นดิน ซึ่งควรจะได้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ก็จะเป็นผู้ไม่รู้ต่อไป ไม่คุ้มค่าเลยกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งได้ยากแสนยากแต่ไม่ได้สะสมปัญญา ก็จะทำให้ตายไปพร้อมกับความไม่รู้ และจะไม่รู้อีกต่อไปนานแสนนานในสังสารวัฏฏ์ ยากที่จะพ้นไปได้
การมีโอกาสได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ฟังในสิ่งที่มีจริงบ่อยๆ เนืองๆ สะสม ความเข้าใจที่ถูกต้องไปตามลำดับ ได้สะสมความดีและสะสมปัญญา ย่อมเป็นชีวิต ที่คุ้มค่า คุ้มค่าแล้วกับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีอวัยวะครบถ้วน [พร้อมที่จะรองรับพระธรรม] และได้พบพระพุทธศาสนา ได้ฟังพระธรรมซึ่งหาฟังได้ยากเป็นอย่างยิ่งจากบุคคลผู้มีปัญญา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ควรที่จะได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาเพื่อรู้สภาพธรรม คือ นามธรรมและรูปธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงต่อไป เวลาของแต่ละบุคคลเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ถ้าไม่เริ่มฟัง ไม่เริ่มศึกษาตั้งแต่ในขณะนี้ การที่จะฟัง การที่จะศึกษาในขณะต่อๆ ไป ก็จะมีไม่ได้ เริ่มต้นตั้งแต่ในขณะนี้ เป็นการดีอย่างยิ่ง ครับ
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
ความเข้าใจพระธรรมเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต
ที่พักและเสบียงในการเดินทางไกล
... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ ...
เกิดมาใช้ผลของกรรม และ สร้างกรรมใหม่ที่ดี และ ไม่ดี ค่ะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ทำไมเราจึงเกิด กิเลสสวะ เป็นปัจจัยให้เกิดกรรมวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ เป็นปัจจัยแก่วิปากวัฏฏ์ เพราะมีเหตุที่สร้างไว้แล้ว คือกิเลสและกุศลต่างๆ วิบากจึงให้ผลด้วยการเกิดเพื่อรับผลทางทวารต่างๆ ในภูมิที่ต่างไป
เราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่อรับผลที่สร้างไว้ ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ถ้าไม่มีกิเลสอันเป็นเหตุ ก็ไม่เกิดผลคือการเกิด ถ้าเหตุมี ผลจึงมี ถ้าเหตุดับ ผลก็ไม่ต้องเกิดอีก
... ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ..
ทำไมเราจึงเกิด..เราเกิดมาทำไม..เป็นคำถามที่น่าสนใจคะ
ทำไมเราถึงเกิด ขณะนี้ถึงอยากเกิดหรือไม่อยากเกิดความจริงคือเกิดมาแล้ว บังคับบัญชาไม่ได้แต่พระธรรมมีคำตอบ เกิดหรือไม่เกิดเพราะผลของกรรมที่ได้กระทำแล้ว เราเกิดมาทำไม พระธรรมก็มีคำตอบเช่นกันเกิดมาเพื่อรับผลของกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วประการหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นอาจจะคิดว่าถ้าไม่ทำอะไรก็ไม่ต้องรับผลของกรรม เป็นไปได้ไหม ตราบใดที่ยังมี จิต เจตสิก รูป ที่คิดและทำเรื่องต่างๆ ทางกายวาจาและใจ เป็นสิ่งที่เรียกว่าทำดีหรือทำไม่ดีหรือคิดดีหรือคิดไม่ดีที่ออกมาเป็นการกระทำที่เรียกทั่วไปว่ากรรม และกรรมที่ได้กระทำแล้วให้ผลเป็นผลของกรรม (รับกรรม) แต่ถ้าถามว่าผลของกรรมที่ไม่ให้ผลมีหรือไม่มี ในพระธรรม มีคะและมีกรรมที่ไม่ทำให้เกิดอีกเลยด้วย ถ้าไม่ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และบอกทางที่เรียกว่าอริยมรรคหรือสัมมาปฏิปทาจนดับกิเลสได้หมดสิ้นก็ยังต้องเกิดอีก และอาจมีคำถามว่าทำไมเราถึงเกิด และเกิดมาทำไม สงสัยไหมคะว่าทำไมชมรมบ้านธัมมะถึงใช้คำว่า ทำดีและศึกษาพระธรรม .. ถ้าศึกษาพระธรรมจะรู้สึกว่าคำนี้เหมาะสมแล้ว





