Print 
นิยตมิจฉาทิฏฐิ และทิฏฐิอื่นๆ
 
นิรมิต
วันที่  29 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22253
อ่าน  1,686

กราบสวัสดีท่านวิทยากรและมิตรธรรมที่เคารพทุกท่าน  มีความสงสัยในเรื่องนิยตมิจฉาทิฏฐิ ที่ว่า เป็นทิฏฐิอย่างดิ่ง หากยึดถือความเห็นนี้ย่อมถึงอบายในภพถัดไปทันที นี้รวมอุจเฉททิฏฐิและสัสตทิฏฐิ ด้วยหรือไม่ครับหากว่า เป็นทิฏฐิอื่น อย่างเช่น เชื่อเรื่องจิตเดิมแท้ หรือเชื่อทิฏฐิความ เห็นอื่นๆ อย่างศาสนาอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าขั้นนิยตมิจฉาทิฏฐิ จะห้ามสวรรค์ในชาตินั้นหรือไม่และสงสัยว่า ผู้ที่มีนิยตมิจฉาทิฏฐิ ชื่อว่ากระทำอกุศลมโนกรรมอยู่ทุกขณะจิต ที่เกิดมีความเห็นดิ่งอย่างนั้นเลยหรือครับ จึงชื่อว่ามีโทษมากอย่างนี้ และที่ว่า ผู้มีทิฏฐิเห็นปานนี้ชื่อว่าตอวัฏฏะ คือ จะไม่มีโอกาสเข้าใจพระธรรมได้เลยหรือครับตลอดสังสารวัฏฏ์ หรือว่าปัญญาเองก็มีโอกาสเจริญได้เช่นกัน หากผู้มีทิฏฐิอย่างนี้ได้ฟังธรรม บ่อยๆ เนืองๆ  แม้ว่าจะอาจยาวนานอีกแสนโกฎิกัปป์ หรือแสนโกฎิอสงไขยถ้ามีโอกาสได้ฟังพระธรรมบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาเองก็มีโอกาสจะเจริญเช่นกัน ใช่หรือไม่ไม่ได้หมายถึงว่า จะมีทิฏฐิอย่างนั้นไปตลอดวัฏฏะจนออกจากวัฏฏะไม่ได้เลยทีเดียว


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 08:24 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
จากคำถามที่ว่า
มีความสงสัยในเรื่องนิยตมิจฉาทิฏฐิ ที่ว่า เป็นทิฏฐิอย่างดิ่ง หากยึดถือความเห็นนี้ ย่อมถึงอบายในภพถัดไปทันที นี้รวมอุจเฉททิฏฐิและสัสตทิฏฐิ ด้วยหรือไม่ครับ
-----------------------------------------------------

 นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓  คือ ความเห็นผิดที่ดิ่งแก้ไขไม่ได้ ได้แก่

๑.  อกิริยทิฏฐิ  เห็นว่า ไม่เป็นอันทำ ปฏิเสธการกระทำดี  ทำชั่ว และปฏิเสธผลว่าไม่มี
๒. อเหตุกทิฏฐิ  เห็นว่าทุกสิ่งไม่มีเหตุ  ไม่มีปัจจัย  เป็นไปเอง
๓. นัตถิกทิฏฐิ  เห็นว่า  ไม่มีบุญ  ไม่มีบาป  ปฏิเสธทั้งเหตุและผล  ซึ่ง นิยตมิจฉาทิฏฐิ ไม่รวม อุจเฉททิฏฐิ ความเห็นผิดว่า ขาดสูญ มีการคิดว่า ตายแล้วไม่เกิดอีก จบชาติเดียว และ สัสตทิฏฐิ ความเห็นผิดว่า ตายแล้วก็เกิดต่อไปเรื่อยๆ หรือ อยู่นิรันดร์ในสถานที่ใด สถานที่หนึ่ง
**************************************

หากว่า เป็นทิฏฐิอื่น อย่างเช่น เชื่อเรื่องจิตเดิมแท้ หรือเชื่อทิฏฐิความเห็นอื่นๆ อย่างศาสนาอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าขั้นนิยตมิจฉาทิฏฐิ จะห้ามสวรรค์ในชาตินั้นหรือไม่
--------------------------------------------

ความเห็นผิดอื่น แม้ไม่ใช่ นิยตมิจฉาทิฏฐิ แต่เป็นความเห็นผิด สามารถทำให้เกิดในอบายภูมิ มี นรก และ สัตว์เดรัจฉานได้ ครับ หากกรรม คือ ความเห็นผิดให้ผล แต่หากไม่มีกำลัง ก็ไม่ถึงกับห้ามสวรรค์ สุคติในชาติต่อไป ครับ
**************************************

และสงสัยว่า ผู้ที่มีนิยตมิจฉาทิฏฐิ ชื่อว่ากระทำอกุศลมโนกรรมอยู่ทุกขณะจิต ที่เกิดมีความเห็นดิ่งอย่างนั้นเลยหรือครับ จึงชื่อว่ามีโทษมากอย่างนี้
--------------------------------------------------------

การที่มีความเห็นผิด ที่ดิ่ง ไม่ได้หมายความว่า  เกิด ความเห็นผิดทุกขณะจิต  แต่ ที่มีโทษมาก เพราะเหตุว่า อาศัย ความเห็นผิดที่ดิ่ง จึงทำบาปได้ทุกอย่าง ไม่อบรมปัญญาเลย  มิจฉาทิฏฐิที่ดิ่งเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ  มีโทษมากกว่าอนันตริยกรรม  เพราะอนันตริยกรรมยังพอกำหนดอายุที่จะไปอบายได้ เช่น ไปนรก 1 กัปป์ดังเช่น พระเทวทัตทำสังฆเภท (ทำสงฆ์ให้แตก) ซึ่งเมื่อครบกำหนดอายุกรรมแล้วก็สามารถไปเกิดในสุคติภูมิและบรรลุธรรมภายหลังได้  ดังเช่น พระเทวทัต ภายหลังท่านก็ได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในอนาคตกาล  แต่ว่ามิจฉาทิฏฐิไม่สามารถออกจากวัฏฏะได้เลย(ตอวัฏฏะ) และยังเป็นเหตุให้ที่ทำบาปกรรมต่างๆมากมายด้วย  มีการทำอนันตริยกรรม เป็นต้น  จึงไม่สามารถไปสุคติภูมิได้และไม่มีทางบรรลุมรรคผล  จึงมีโทษมากดังนี้ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  เรามองไม่เห็น ธรรมอย่างหนึ่ง อันอื่นที่มีโทษมาก  เหมือน อย่างมิจฉาทิฏฐิเลย  กระบวนโทษทั้งหลายมิจฉาทิฏฐิมีโทษอย่างยิ่ง.
เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ
.....

นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ [อรรถกถามหาสติปัฏฐานสูตร] ****************************************

และที่ว่า ผู้มีทิฏฐิเห็นปานนี้ชื่อว่าตอวัฏฏะ คือ จะไม่มีโอกาสเข้าใจพระธรรมได้เลยหรือครับตลอดสังสารวัฏฏ์ หรือว่าปัญญาเองก็มีโอกาสเจริญได้เช่นกัน หากผู้มีทิฏฐิอย่างนี้  ได้ฟังธรรม  บ่อยๆ  เนืองๆ  แม้ว่าจะอาจยาวนานอีกแสนโกฎิกัปป์หรือแสนโกฎิอสงไขย  ถ้ามีโอกาสได้ฟังพระธรรม บ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาเอง ก็มีโอกาสจะเจริญเช่นกัน  ใช่หรือไม่  ไม่ได้หมายถึงว่า จะมีทิฏฐิอย่างนั้นไปตลอดวัฏฏะจนออกจากวัฏฏะไม่ได้เลยทีเดียว
----------------------------------------------

สำหรับผู้ที่มีความเห็นผิดที่ดิ่ง ที่เป็นความเห็นผิดที่มีกำลังมาก  ก็ยากที่จะสนใจธรรม  แม้ได้ฟัง ก็มีมากที่ได้ฟัง ก็ไม่สนใจและ แม้แต่ ผู้ที่มีความเห็นผิดที่มีกำลัง  ก็ไม่มีกุศลกรรมที่จะป็นเหตุแม้การได้ยิน ได้ฟังพระธรรมที่ถูกต้อง  จึงเป็นการบยากที่จะหลุดไปจากวัฏฏะ  เพราะ อุปนิสัย ที่ไม่อบรมปัญญา  เพราะ ปฏิเสธกรรม ปฏิเสธการกระทำและ ไม่มีบุญที่จะได้มีโอกาสฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าด้วย ครับ  จึงเป็นผู้ที่เป็นตอวัฏฏะ ไม่สามารถออกไปจากสังสารวัฏฏ์ได้ ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใฝ่รู้
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 17:01 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 17:51 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) เป็นสภาพธรรมที่มีจริง  เป็นอกุศลธรรม  เพราะมีความเห็นผิดเกิดขึ้นเป็นไป  จึงเรียกบุคคลนั้นว่า เป็นบุคคลผู้มีความเห็นผิด  เป็นผู้มีความเห็นที่ไม่ตรง  มีความเห็นที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของสภาพธรรม  เมื่อเห็นผิดแล้ว ทุกอย่างก็ผิดไปหมด ความประพฤติเป็นไปทางกาย  ทางวาจา  และทางใจ ก็ย่อมผิดไปด้วย  กล่าวได้ว่า คิดผิด  พูดผิด  ทำผิด  ปฏิบัติผิด  คล้อยตามความเห็นที่ผิด  ถ้าได้กระทำอกุศลกรรมประการต่าง ๆ ก็จะเป็นเหตุให้ตนเองยิ่งตกต่ำมากยิ่งขึ้น คือ ตกไปสู่อบายภูมิ ยากที่ข้ามพ้นได้ ทั้งหมด ล้วนสืบเนื่องมาจากความเห็นผิด ทั้งนั้น  ความเห็นผิด  เป็นอกุศลธรรม ที่อันตรายและมีโทษมากเป็นอย่างยิ่ง

     การฟังพระธรรม  ศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ด้วยความละเอียดรอบคอบ  สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกเท่านั้น  ที่จะเป็นไปเพื่อละคลายความเห็นที่ผิด ที่ไม่ตรง  ได้ในที่สุด  เราไม่สามารถที่จะทราบได้เลยว่า  โอกาสที่เราจะเข้าใจธรรมในภพนี้ชาตินี้ จะเหลืออีกเท่าใด  เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาที่เหลืออยู่นี้จึงเป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในการที่จะให้ตนเองมีความเข้าใจธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะเป็นไปเพื่อการดับกิเลส มีความเห็นผิด เป็นต้นได้ในที่สุด ครับ.

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
นิรมิต
วันที่ 30 ธ.ค. 2555 19:45 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
nopwong
nopwong
วันที่ 1 ม.ค. 2556 06:15 น.

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ