Print 
เป็นพระโสดาบัน 1.มีครอบครัวได้ 2.เสพกามได้
 
ไก่บ้าน
วันที่  25 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22232
อ่าน  19,843

ขอถาม 2 ข้อ เห็นนางวิสาขา ครองเรือนมีครอบครัวได้แล้วเป็นโสดาบัน จะไปมีอะไรกับคู่ครอง แล้วมีลูกได้ไหม (แบบพระ นิกายวัชชิรยาน) ถามแค่นี้ครับ ขอบพระคุณล่วงหน้า

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 08:11 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     การบรรลุคุณธรรมเป็นพระอริยเจ้า ก็มีความแตกต่างกัน ที่ ระดับปัญญา และ กิเลสที่ละได้แล้ว ซึ่ง พระอริยเจ้า มี 4 ระดับ คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามีและ พระอรหันต์ ครับ

     สำหรับ พระโสดาบัน และ พระสกทาคามี ท่านละกิเลสได้บางส่วน คือ ความเห็นผิดความลังเลสงสัย และ ข้อวัตรปฏิบัติที่ผิด เป้นต้น แต่ยังมีโลภะที่พอใจ ในรูป เสียงกลิ่น รส สิ่งที่กระทบสัมผัส ที่ยังละไม่ได้อยู่ เพราะฉะนั้น ก็ต้องเข้าใจความจริงว่าเมื่อยังมีกิเลส ยังมีโลภะ ก็ยังเป็นผู้อยู่ครองเรือน มีครอบครัว มี บุตร ภรรยาได้เป็นธรรมดา  ส่วน พระอนาคามี และ พระอรหันต์ ละ ความยินดีพอใจ ในรูป เสียง เป็นต้นได้แล้ว จึงไม่เป็นผู้ครองเรือน ไม่มีครอบครัว นี่แสดงให้เห็นตามความเป็นจริงว่า กิเลสจะต้องละเป็นลำดับ และ ปัญญาก็มีหลายระดับ พระอริยบุคคลก็จะต้องมีหลายระดับชีวิต ความประพฤติเป็นไปก็ย่อมจะแตกต่างตาม กิเลสที่ละได้ และปัญญาที่แตกต่างกันด้วย ครับ

     ดังนั้น การมีครอบครัว มีบุตร ภรรยา ของพระโสดาบัน และ พระสกทาคามี มุ่งหมายถึง เพศฆราวาส ที่ไม่ใช่เพศบรรพชิต เป็นสำคัญ ครับ แต่ ตามที่ผู้ถามยกมาว่า พระในนิกายอื่น มีครอบครัวได้ อันนี้ไม่ถูกต้อง ครับ เพราะ เราจะต้องแยกประเด็นระหว่างเพศบรรพชิต และ เพศคฤหัสถ์ว่า แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพศบรรพชิต สละทุกอย่างที่จะเป็นอย่างฆราวาสแล้ว จึงไม่สมควรมี ครอบครัว ประพฤติเสพเมถุนธรรมใดๆทั้งสิ้นเพราะฉะนั้น แม้ปุถุชนผู้ที่บวชในศาสนานี้ ก็ไม่ควรที่จะมีครอบครัว ไม่ต้องกล่าวถึงพระอริยเจ้ามีพระโสดาบัน พระสกทาคามีในเพศบรรพชิต ท่านย่อมรักษาพระธรรมวินัยแม้เหตุด้วยชีวิต ไม่ประพฤติการเสพเมถุนธรรม และ การมีครอบครัวเลย ครับ

     ประโยชน์ของคำถามนี้ จึงเห็นถึงความสำคัญของการอบรมปัญญา ว่าไม่ใช่การก้าวกระโดดที่จะไม่พอใจ ไม่ยินดีติดข้องในสิ่งต่างๆ แต่กิเลสจะต้องละเป็นลำดับปัญญาจะต้องละเป็นลำดับ การอบรมปัญญา จึงเป็นการเจริญสติปัฏฐานในชีวิตประจำวัน ที่เป็นปกติ ใช้ชีวิตเคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่เปลี่ยนเป็นผิดปกติที่จะต้องหลีกเร้น หาสถานที่ หรือ แต่งชุดสีขาว เป็นต้น เพื่อละกิเลส แต่กิเลสจะละได้ ต้องเป็นไปตามลำดับ และ ด้วยปัญญา ซึ่งจะต้องละความเห็นผิด ถึงความเป็นพระโสดาบันก่อน ด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ใช้ชีวิตเป็นปกติที่เคยเป็นมาแต่เริ่มมีความเห็นถูก เข้าใจชีวิตขึ้นตามความเป็นจริง ว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่สัตว์บุคคลนี่คือ ข้อปฏิบัติสายกลาง กลางเพราะมีปัญญา ไม่สุดโต่งจึงถึงการดับกิเลสได้ในที่สุด

ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 11:45 น.

นางวิสาขาเป็นพระโสดาบันตอนอายุ 7 ขวบ  การมีครอบครัวและเสพกามเป็นข้อห้ามตามพระวินัยเฉพาะเพศบรรพชิต ถึงแม้ไม่เป็นพระโสดาบัน..ขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 15:24 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

      ชีวิตของแต่ละบุคคลที่เป็นไป ไม่พ้นไปจากความเกิดขึ้นเป็นไปของนามธรรมและรูปธรรม ไม่ขาดธรรมเลย  มีธรรมเกิดขึ้นเป็นไปอยู่ตลอดเวลา  ความเป็นไปของแต่ละบุคคลก็ตามควรแก่เพศของแต่ละบุคคล  จะให้บรรพชิตเป็นอย่างคฤหัสถ์ก็ไม่ได้  หรือจะให้คฤหัสถ์มีชีวิตอย่างบรรพชิต ก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน  แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศใด ถ้ามีพระธรรมเป็นที่พึ่ง  น้อมประพฤติตามพระธรรม ย่อมไม่เป็นเหตุที่ทำให้ตนเองเดือดร้อนใจในภายหลังเลย  เพราะไม่ได้กระทำอะไรที่ผิด  บรรพชิต เป็นผู้ที่สละอาคารบ้านเรือน มุ่งสู่เพศที่สูงกว่าคฤหัสถ์  ก็จะต้องมีความประพฤติที่เหมาะสมกับเพศของตน  โดยเว้นไม่กระทำในสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติห้าม และ ประพฤติในสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาต  ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจจริง ๆ ก็อาจจะเป็นเหตุให้ตนเองล่วงละเมิดพระวินัย  มีโทษสำหรับตนเองโดยส่วนเดียว ไม่ว่าจะเป็นอาบัติเพียงเล็กน้อยหรือ อาบัติหนัก  ล้วนมีโทษด้วยกันทั้งนั้น  โดยเฉพาะในเรื่องเสพกาม  เป็นอาบัติหนักขาดความเป็นบรรพชิตทันที  

      สำหรับชีวิตของคฤหัสถ์  ก็มีชีวิตอยู่อย่างคฤหัสถ์  มีหน้าที่ต่าง ๆ  มีกิจต่าง ๆ ที่จะต้องกระทำตามควรแก่เพศของตน ๆ ประเด็นเรื่องการมีครอบครัว สำหรับคฤหัสถ์  เป็นเรื่องของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ที่ยังไม่สามารถดับความยินดีพอใจกามคุณ ๕ (รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ) ได้  การมีครอบครัว  ไม่ได้ผิดศีล ๕  แม้จะเป็นพระโสดาบันแล้ว การมีครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ  เพราะท่านยังมีโลภะอยู่  แต่โลภะ ที่ท่านมี  ก็ไม่เป็นเหตุให้ท่านกระทำทุจริตกรรมใด ๆ ได้เลย  เพราะท่านดับกิเลสอย่างหยาบที่จะเป็นเหตุให้กระทำอกุศลกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้เกิดในอบายภูมิ  ดังนั้น แม้จะเป็นพระโสดาบัน  ก็มีครอบครัว  เป็นธรรมดา อย่างเช่น นางวิสาขา  เป็นต้น  ซึ่งการมีครอบครัวมุ่งหมายถึงเฉพาะเพศคฤหัสถ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเพศบรรพชิต ครับ
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 15:40 น.

นางวิสาขาเป็นพระโสดาบัน  ท่านไม่ได้บวช  ท่านเป็นคฤหัสถ์  ไม่ใช่เพศบรรพชิต  ท่านจึงมีครอบครัวได้  ส่วนเพศบรรชิตแม้ว่าจะเป็นพระปุถุชน  ไม่ได้บรรลุ  มรรค  ผล นิพพาน  ก็ไ่ม่สามารถมีครอบครัวได้  เป็นพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้  เพราะเพศบรรพชิตเป็นเพศที่สูง ที่บวชเพื่อขัดเกลากิเลส  เพื่อจุดประสงค์ออกจากวัฏฏะ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เซจาน้อย
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 20:24 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของอ.ผเดิม อ.คำปั่นและทุกๆท่านครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Nop.p
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 20:40 น.

ธรรมชาติของปุถุชนย่อมมีกิเลสเป็นตัวเชื่อม แต่อริยะชนแล้วเป็นไปตามเหตุและปัจจัย การกระทำขึ้นอยู่ที่เหตุ ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่ปัญญาที่ทำ ?
อนุโมทนาธรรม...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
daris
วันที่ 28 ธ.ค. 2555 15:31 น.

ขออนุญาตเรียนถามเพิ่มเติมครับ

อยากทราบมานานแล้วว่า พระสกทาคามีที่ท่านมี โลภะ โทสะ โมหะ เบาบางกว่าพระโสดาบัน คำว่าเบาบางนี่แค่ไหนครับ (อย่างเช่น ผมเคยได้ยินว่า พระสกทาคามีท่านละโลภะอย่างหยาบลง เช่น ท่านไม่เสพเมถุน แต่พระโสดาบันยังมีการเสพเมถุนอยู่) แต่ตามที่อาจารย์ผเดิมอธิบาย ว่าพระสกทาคามีท่านก็ยังครองเรือนอยู่  แสดงว่าท่านก็ยังมีการเสพเมถุนอยู่ แล้วความต่างของพระโสดาบันกับพระสกทาคา มีในแง่ของความเบาบางของกิเลสเป็นโดยลักษณะอย่างไรครับ
กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 21:43 น.

เรียนความเห็นที่ 7 ครับ

ความต่างของกำลังกิเลส ก็ต่างกันไป ดังเช่น เฉดของสี ที่แตกต่างกันไปอย่างละเอียด พระโสดาบัน และ พระสกทาคามี ยังครองเรือน ยังเสพเมถุน แต่ การยินดีพอใจ ของท่าน เมื่อเทียบกับปุถุชน ย่อมไม่มีกำลังเท่าปุถุชนแน่นอน และ ความต่างของกำลังกิเลสของพระโสดาบัน และพระสกทาคามีก็ย่อมต่างกัน พระสกทาคามี ทำกิเลส คือ โลภะ โทสะ ให้เบาบางกว่า พระโสดาบัน เพราะฉะนั้น กำลังความติดข้องของพระโสดาบัน ย่อมมากกว่า พระสกทาคามี และกำลังความโกรธของพระโสดาบันย่อมมีกำลังกว่า พระสกทาคามี และ แม้แต่ท่านทั้งสองจะครองเรือน แต่ความติดข้องในกาม ก็ย่อมมีกำลังต่างกัน ทั้งพระโสดาบัน และ พระสกทาคามีด้วย แต่ก็ยังมีโลภะก็ทำให้ยังมีการครองเรือนได้ทั้งพระอริยบุคคลทั้งสอง แตกต่างที่ระดับความติดข้องที่แตกต่างกัน ครับ แต่เทียบไม่ได้กับระดับของปุถุชน ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
daris
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 23:57 น.

กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 3 ม.ค. 2556 13:36 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
panasda
วันที่ 15 ส.ค. 2556 11:34 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
mdossklp
mdossklp
วันที่ 11 ธ.ค. 2559 06:36 น.

สาธุ...ผมได้เพิ่มปัญญาตนแต่เช้า

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
สิริพรรณ
วันที่ 26 เม.ย. 2560 17:37 น.

ยามใดได้อ่านข้อความพระธรรม ได้สนทนาธรรม ได้อยู่ใกล้บัณฑิต ยามนั้นปัญญาเจริญ ขออนุโมทนาขอบพระคุณยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ