Print 
ข้อคิดจากท่านอาจารย์
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  26 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22235
อ่าน  1,410

     เมื่อวันอาทิตย์ก่อนจบการสนทนาธรรม  มีท่านหนึ่งบอกว่าจะไม่ทำงานแล้วมาฟังธรรมอย่างเดียวเท่านั้น  ท่านอาจารย์สุจินต์ฝากข้อคิดว่า  ในเมื่อขณะนี้ยังไม่เข้าใจสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ แล้วจะไม่ทำงาน  มาฟังธรรมอย่างเดียวเท่านั้นแล้วจะเข้าใจรู้สิ่งที่มีจริงขณะนี้ไหม

     สำหรับข้าพเจ้าเองมีความเห็นว่า  ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็มีธรรม มีสิ่งที่มีจริงกำลังปรากฏอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้นและดับไปไม่ขาดสาย ไม่ว่าขณะนี้กำลังฟังพระธรรมอยู่ก็มีเห็น  มีสิ่งที่เพียงปรากฏทางตา  มีได้ยิน  มีเสียง...มีคิดนึก แม้ขณะทำงานในชีวิตประจำวัน ก็มีสภาพธรรมปรากฏอยู่ตลอดเวลา ให้สติปัญญาไปรู้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อมีความเข้าใจสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ  เดี๋ยวนี้เข้าใจ สักวันหนึ่งย่อมรู้ได้ตามความเป็นจริง

    ขอเชิญ อาจารย์วิทยากร  อ.คำปั่น  อ.เผดิม  และทุกๆ ท่านร่วมสนทนาค่ะ
...  
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ อย่างยิ่งค่ะ...


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ธนัตถ์กานต์
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 10:56 น.

ขอบพระคุณ คุณพี่เมตตาที่ได้เมตตาอธิบาย เรื่องนิมิต เมื่อเช้าวันอาทิตย์ค่ะ และก็เป็นบุญของผู้เขียนที่ท่านอาจารย์ได้สนทนาเรื่องของ นิมิต โดยไม่คาดคิดค่ะ ทำให้เข้าใจเด่นชัดเพิ่มขึ้นมากค่ะ

กราบอนุโมทนาค่ะ  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 20:54 น.

ท่านอาจารย์สุจินต์ฝากข้อคิดว่า ในเมื่อขณะนี้ยังไม่เข้าใจสิ่งที่มีจริงที่กำลังปรากฏ แล้วจะไม่ทำงาน  มาฟังธรรมอย่างเดียวเท่านั้นแล้วจะเข้าใจรู้สิ่งที่มีจริงขณะนี้ไหม..................
ขณะนี้มีสิ่งที่มีจริงกำลังปรากฏอยู่ ยังไม่ใส่ใจที่จะทำความเข้าใจที่ว่าจะไม่ทำงาน แล้วมาฟังธรรมอย่างเดียว ก็เป็นเพียงความคิดเมื่อเอาแต่คิดจะเข้าใจในสิ่งที่มีจริงขณะนี้ได้ไหม ? ถ้อยคำของท่านอาจารย์ เมื่อกล่าวขึ้นครั้งใด ก็ไม่พ้นธรรมะซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงกำลังปรากฏขณะนี้เลยครับ
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ที่เคารพยิ่ง
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่เมตตา และทุก ๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 17:49 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทุกขณะ เป็นธรรม  ไม่พ้นไปจากธรรมเลย  เพราะมีสภาพธรรมที่มีจริง เกิดขึ้นเป็นไปอยู่ตลอด  ไม่ว่างเว้นจากธรรมเลย  และที่สำคัญ  ธรรมเป็นเรื่องของตัวเองทั้งหมดตั้งแต่ตื่นจนหลับ ตั้งแต่เกิดจนตาย  พระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธทรงแสดงเท่านั้น ที่จะทำให้ผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษามีความเข้าใจอย่างถูกต้อง  เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังมีกำลังปรากฏในขณะนี้ ไม่่ว่าจะอยู่ในฐานะไหน ทำอะไรอยู่ก็ตาม  ครับ  
...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่เมตตา และทุก ๆ ท่าน ด้่วยครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Nop.p
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 19:37 น.

     กระผมสมาชิกใหม่ครับ ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยครับเพราะคุณเมตตาได้เปิดกว้างให้สมาชิกทุกท่านได้แสดงความคิดเห็น ตามสติปัญญาของแต่ละบุคคล คำว่าขณะนี้ของท่านอาจารย๋สุจินต์ นั้นผมหมายถึงทุกขณะจิตของลมหายใจเข้าออกท่านต้องมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอจะได้ไม่พลั้งเผลอปัญญาก็จะติดตัวอยู่ตลอดเวลาทุกขณะจิตขณะนี้ ?

    ทุกๆขณะจิตที่ท่านรับรู้อยู่ตลอดเวลาและต่อเนื่องโดยไม่ขาดสายเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยที่ท่านไม่ต้องสั่งหรือกำหนดจิตของท่านเองนั่นแหละเป็นสิ่งที่ท่านต้องทำให้ได้ ?

ขอขอบคุณ และอนุโมทนาบุญครับ.

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 22:15 น.

สภาพธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เรา ไม่ใช่บุคคลใดเลยที่จะไปรับรู้ได้ต้องมั่นคงความเป็นอนัตตาของสภาพธรรม  ผู้ที่มีความเข้าใจพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ทุกๆ ขณะจิตที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อมีเหตุปัจจัยเกิดก็เกิดขึ้น  แต่ละขณะไม่ใช่เรา เกิดขึ้นแล้วดับไป  ต้องเป็นปัญญาที่อบรมแล้วเท่านั้น ที่สามารถรู้ความจริงของธรรมได้ต้องมั่นคงที่จะรู้ว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Noparat
วันที่ 28 ธ.ค. 2555 18:53 น.

ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็มีธรรม มีสิ่งที่มีจริงกำลัง ปรากฏอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้นและดับไปไม่ขาดสาย
...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่เมตตา และทุก ๆ ท่านค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ผิน
วันที่ 29 ธ.ค. 2555 07:15 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่เมตตาคะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ