Print 
ทิฎฐิสามัญญตา! ทำให้พระอรหันต์แตกแยกกัน ?
 
Nop.p
วันที่  25 ธ.ค. 2555
หมายเลข  22230
อ่าน  2,735

ในการทำสังคายนาครั้งแรกก็เกิดความแตกแยกกันแล้วระหว่างสงฆ์สองฝ่ายใช่หรือไม่ ?

- อาจารย์อ้างว่าอริยะสงฆ์ย่อมมองเห็นธรรมเป็นธรรม  แต่ทำไมอริยะสงฆ์อีกฝ่ายจึงไม่ยอมรับ ในการสังคายนาครั้งนั้นทั้งๆที่ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ?

- ธรรมย่อมเป็นธรรม แต่การจัดการบริหารงานเป็นธรรมโดยธรรม ย่อมต่างความคิดเห็นกันต่างวิธีการใช่หรือไม่ แม้ท่านเหล่านั้นจะเป็นพระอริยะ ?

- ทำไมสงฆ์อีกฝ่ายหนึ่่งจึงไปทำสังคายนาขึ้น ? เพราะสาเหตุใด ? การก่อตั้งสงฆ์ฝ่ายมหายานขึ้นเพื่ออะไร ?

ขอรบกวนอาจารย์ อนุโมทนาบุญครับ 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 26 ธ.ค. 2555 07:53 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

คำว่า สังคายนา หมายถึง การรวบรวม การเรียบเรียง การร้อยกรอง การสะสางการสวดพร้อมกัน การสวดเป็นแบบเดียวกัน ฯ คือพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้.... มีมากเพื่อให้พระธรรมเหล่านั้นเป็นหมวดหมู่ และเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าพระธรรมคืออย่างนี้ ที่นอกจากนี้ไม่ใช่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปตอนปรารถการทำสังคายนาว่า... เอาเถิด  ท่านทั้งหลายพวกเราจงสังคายนาพระธรรมและพระวินัยเถิด ในภายหน้าสภาวะมิใช่ธรรมจักรุ่งเรื่อง ธรรมจักเสื่อมถอย สภาวะมิใช่วินัยจักรุ่งเรื่อง วินัยจักเสื่อมถอย  ภายหน้าอธรรมวาทีบุคคลจะมีกำลัง  ธรรมวาทีบุคคลจักเสื่อม อวินยวาทีบุคคลจักมีกำลังวินัยวาทีบุคคลจักเสื่อมกำลัง. ----------------

จากคำถามที่ว่า
- อาจารย์อ้างว่าอริยะสงฆ์ยอมมองเห็นธรรมเป็นธรรมแต่ทำไมอริยะสงฆ์อีกฝ่ายจึงไม่
ยอมรับ ในการสังคยานาครั้งนั้นทั้งๆทีทั้งหมดเป็นพระอรอันต์ ? เมื่อคราวทำสังคายนาครั้งที่   1 พระมหากัสสปะ ทำสังคายนา พระปุราณะที่ไม่เข้าใจคำสอน กับบริวาร 500 ไม่รับการทำสังคายนาครั้งนี้ อันมีความเข้าใจผิดในพระธรรม จึงเริ่มมีการแตกแยกตั้งแต่การทำสังคายนาครั้งนี้  การแตกแยกที่เป็นนิกายต่างๆ จึงเกิดจากกิเลส ความไม่รู้ ความเข้าใจผิดในพระธรรม จึงทำให้มีการแยกไประหว่างความเห็นถูกและความเห็นผิดเป็นธรรมดาครับ น้ำกับน้ำมันย่อมแยกจากกันเป็นธรรมดาเมื่อมีการทำสังคายนาครั้งที่ 2  ก็มีการแยกออกเป็นนิกายต่างๆ แยกจากเถรวาทออกไปอันถือมติส่วนใหญ่ และก็แตกแยกออกไปอีก เป็น 18 นิกายครับ

     เพราะฉะนั้น พระปุราณะและบริวาร ไม่ใช่พระอริยเจ้า แต่ เพราะ ความเป็นปุถุชนที่เข้าใจธรรมผิด เพราะในความเป็นจริง หากเป็นพะรอริยเจ้า ย่อมจะเคารพในมติของสงฆ์ และ เคารพในธรรมวินัยที่สังคายนาดีแล้ว จากท่านพระอานนท์ ผู้เป็นเลิศ5 สถาน ท่านพระอุบาลี และ ภิกษุทั้งหลาย ที่สังคายนา กล่าวธรรมได้ตรงตามพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ ผู้ที่พระอริยเจ้าด้วยกัน ย่อมเคารพในธรรมด้วยกัน เพราะเมื่อเป็นความเห็นถูกอยู่แล้ว จะ ทำสังคายนาครั้งใหม่ไม่ได้เลย ครับ เพราะ ผู้ที่มีความเห็นถูกย่อมเคารพในความเห็นถูกด้วยเช่นกัน
***************************

- ธรรมย่อมเป็นธรรม แต่การจัดการบริหารงานเป็นธรรมโดยธรรมย่อมต่างความคิดเห็น
กันต่างวิธีการใช่หรือไม่ แม้ท่านเหล่านั้นจะเป็นพระอริยะ ?

     พระอริยเจ้าด้วยกัน ย่อมมีความเห็นตรงกัน คือ ความเห็นถูก และที่สำคัญที่สุดพระอริยเจ้า ก็คือ ผู้ที่เห็นธรรมตามพระพุทธเจ้า ย่อมเคารพธรรมเป็นสูงสุด ไม่ใช่ยึดติดในความคิดของตนเป็นสำคัญ วิธีการจัดการปัญหา ก็จัดการด้วยความเห็นถูกเป็นสำคัญ โดยใช้การประชุมร่วมกันเป็นมติสงฆ์ อันมีความเห็นถูกเป็นพื้นฐาน

     ดังนั้น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และถูกต้อง คือ ชนหมู่มากที่มีความเห็นถูกเป็นพื้นฐาน ด้วยเสียงส่วนใหญ่ที่มีความเห็นถูก มีคุณธรรมเป็นสำคัญ ครับ  เพราะ ความถูกต้อง เป็นประโยชน์ ไมไ่ด้ขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ แต่อยู่ที่สิ่งนั้น เป็นธรรม เป็นความดีหรือไม่ เป็นสำคัญ ครับ
***********************************

- ทำไมสงฆ์อีกฝ่ายหนึ่่งจึงไปทำสังคายนาขึ้น ? เพราะสาเหตุใด ? การก่อตั้งสงฆ์ฝ่ายมหายานขึ้นเพื่ออะไร ?

     เพราะความเข้าใจพระธรรมผิด ความไม่เคารพในพระพุทธ ไม่เคารพในพระสงฆ์ไม่เคารพในคำสอน คือการศึกษาไม่ละเอียดและไม่เคารพในเพื่อนพรหมจรรย์ก็ทำให้เกิดการแตกแยกออกไปตามการสะสมมานั่นเองครับ จึงมีการทำสังคายนาใหม่เพราะ ความไม่รู้และความเห็นผิด

     ซึ่งการก่อตั้งนิกายใหม่ ก็แต่งตั้งขึ้นไปตามการสะสมของแต่ละคนที่มีความคิดต่างจากความเห็นถูกเป็นธรรมดา

     ในความเป็นจริง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัย เพราะเป็นสัจจะ ความจริง เช่น  สภาพเห็นเป็นความจริงเป็นธรรม ไม่ว่าใคร บุคคลใด นิกายไหน การเห็นก็เป็นธรรมไม่เปลี่ยนแปลง  กุศลอกุศลเป็นสภาพธรรมที่มีจริงเป็นสิ่งที่เป็นสัจจะ ไม่เปลี่ยนแปลง การแบ่งเป็นนิกาย เป็นลัทธิแสดงให้เห็นถึง ความเข้าใจผิดในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  ผู้ที่ศึกษาธรรมในปัจจุบัน ควรเป็นผู้ละเอียดด้วยการศึกษาธรรมด้วยความเป็นผู้ตรงและละเอียดรอบคอบยึดพระธรรมเป็นสำคัญก็ย่อมสามารถเข้าถึงความจริง โดยไมได้แบ่งไปตามนิกายไหนเลย  หากปัญญาเจริญ ความเห็นถูกเกิดขึ้นจะไม่มีการแบ่งนิกาย เพราะพระธรรมเป็นสัจจะ ความจริงหนึ่งเดียว ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ใฝ่รู้
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 17:07 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 17:14 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สัตว์โลกมีอัธยาศัยที่แตกต่างกัน  ตามการสะสม  ถึงแม้จะได้บวชเป็นบรรพชิตในพระพุทธศาสนา  ก็มีทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นบรรพชิต  กับ  ผู้ที่ไม่ได้รับประโยชน์  ทั้งนี้เป็นเพราะการสะสมมาที่แตกต่างกัน  มีปัญญา หรือ ไม่มีปัญญา สำหรับผู้ที่มีความเข้าใจถูกเห็นถูก  มีความมั่นคงในพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง  ย่อมจะมีความเคารพในการฟัง  ในการศึกษาพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ  เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง  และขัดเกลากิเลสของตนเองเป็นสำคัญ  เป็นผู้ที่มั่นคงในพระธรรมวินัย  อันเป็นพระธรรมคำสอนทำให้ผู้ศึกษาได้รับประโยชน์ทุกระดับขั้น ตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่าง ๆ  ดับกิเลสได้ ตามลำดับ  ส่วนที่มีการแตกแยกกันออกไป  ก็ไม่พ้นไปจากกิเลสอกุศลธรรม ที่ตนเองมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ  ความเห็นผิด  การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง  เป็นไปเพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมตามความเป็นจริง  เป็นไปเพื่อการขัดเกลากิเลส  สูงสุดเป็นไปเพื่อการรู้แจ้งอริยสัจจธรรม,  ผู้ได้ฟัง  ได้ศึกษา ย่อมมีความเข้าใจไปตามลำดับ  พระธรรม เป็นประโยชน์ทุกกาลสมัย  แต่จะเป็นประโยชน์เฉพาะสำหรับบุคคลผู้ที่เห็นประโยชน์ของความเข้าใจธรรม  มีศรัทธาที่จะฟัง เท่านั้น  ไม่ได้เป็นประโยชน์แก่บุคคลนอกนี้ ซึ่งควรจะได้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง  ครับ.                               
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Nop.p
วันที่ 27 ธ.ค. 2555 19:10 น.

ขอบคุณครับอาจารย์ ตามความคิดของผมพระธรรมก็คือพระธรรม ซึ่งเป็นสัจจะธรรม อันมีมาแล้วคู่จักรวาลนี้ หรือไม่ อย่างไร ก่อนพระพุทธเจ้าแน่นอน? พระวินัยนั้นมีขึ้นเพราะการกระทำของสงฆ์ซึ่งต่างกรรม ต่างวาระ ต่างสถานที่พระพุทธเจ้าจึงได้บัญญัติโทษขึ้นเพื่อกำหลาบภิกษุนอกรีต จึงเรียกว่าพระวินัย ? พระปุราณะพร้อมทั้งกลุ่มภิกษุสงฆ์ 500 รูป ผมคิดว่าท่านเป็นพระอริยะสงฆ์ จึงมีความสงสัยที่ถามในเรื่องทิฎฐิ เพราะในสมัยนั้นสงฆ์โดยส่วนมากอย่างน้อยต้องเป็นสัมมาทิฎฐิ หรือ ไม่ก็โสดาบัน ?
-คิดว่าก็เป็นการดีที่มีอยู่ 2 นิกายกระจายทั่วโลกหรือไม่ ?
-ทิฎฐิ 6 ธาตุ 6 แล้วแต่ใครจะปฎิบัติอย่างไร ?
-ถ้าเรายึดมั่นในธรรมจะรู้แจ้งในสัจจะธรรมหรือ ?
สาธุในบุญ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ