Print 
ผู้ไม่สังวรเป็นผู้มักมาก ผู้สังวรไม่เป็นผู้มักมาก
 
pirmsombat
วันที่  25 ก.ค. 2555
หมายเลข  21471
อ่าน  999

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความบางตอนจาก

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 734

 

ผู้ไม่ตั้งอยู่ในสังวรเป็นผู้มักมากในปัจจัย

หลายบทว่า ทุพฺภรตายฯเปฯโกสชฺชสฺสอวณฺณํภาสิตฺวา

มีความว่า ตรัสโทษ คือข้อที่น่าตำหนิ ได้แก่ข้อที่น่าติเตียนแห่งอสังวรซึ่งเป็น

ที่ตั้งแห่งความเสียหาย มีความเป็นผู้เลี้ยงยากเป็นต้น.

จริงอยู่ ตนของบุคคล ผู้ตั้งอยู่ในความไม่สำรวม ย่อมถึงความเป็น

สภาพที่เลี้ยงยาก และบำรุงยาก, เพราะเหตุนั้น

อสังวร ท่านจึงเรียกว่า ความเป็นผู้เลี้ยงยาก และความเป็นผู้บำรุงยาก.

อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ตั้งอยู่ในความไม่สำรวม ย่อมถึงความเป็นผู้

มักมากในปัจจัย ๔ และได้ปัจจัยทั้งหลาย แม้มีประมาณเท่าเขาสิเนรุแล้ว ก็

ยังถึงความเป็นผู้ไม่สันโดษ, เพราะเหตุนั้น

อสังวรท่านจึงเรียกว่า ความเป็นผู้มักมาก และความเป็นผู้ไม่สันโดษ.

อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ตั้งอยู่ในความไม่สำรวม ย่อมเป็นไปเพื่อความ

คลุกคลีด้วยหมู่ และเพื่อความหมักหมมด้วยกิเลส ทั้งย่อมเป็นสภาพเป็นไป

ตามความเกียจคร้าน คือเป็นไปเพื่อยังวัตถุเป็นที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน

แปดอย่างให้บริบูรณ์.* เพราะเหตุนั้น

อสังวร ท่านจึงเรียกว่า ความคลุกคลีและความเกียจคร้าน.

 

ผู้ตั้งอยู่ในสังวรไม่เป็นผู้มักมากในปัจจัย

หลายบทว่า สุภรตายฯเปฯวิริยารมฺภสฺสวณฺณํภาสิตฺวา

มีความว่า ทรงสรรเสริญคุณแห่งสังวร อันเป็นที่ตั้งแห่งคุณทั้งหลาย

มีความเป็นผู้เลี้ยงง่ายเป็นต้น.

จริงอยู่ ตนของบุคคลผู้ละอสังวร แล้วตั้งอยู่ในสังวร ย่อมเป็น

สภาพที่เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย ย่อมถึงความเป็นผู้มักน้อย คือหมดความทะยาน

อยากในปัจจัย ๔ และย่อมเป็นไปเพื่อความสันโดษ ๓ อย่าง ด้วยอำนาจแห่ง

ยถาลาภสันโดษ ยถาพลสันโดษ และยถาสารุปสันโดษ ในปัจจัยอย่างหนึ่ง ๆ

เพราะเหตุนั้น

สังวร ท่านจึงเรียกว่า ความเป็นผู้เลี้ยงง่าย ความเป็นผู้บำรุงง่าย

ความมักน้อย และ ความสันโดษ.

อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ละอสังวร ตั้งอยู่ในสังวร ย่อมเป็นไปเพื่อความ

เป็นผู้ขัดเกลากิเลส และความเป็นผู้กำจัดกิเลสออก, เพราะเหตุนั้น

สังวรท่านจึงเรียกว่า ความขัดเกลา และความกำจัด.

อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ละอสังวร แล้วตั้งอยู่ในสังวร ไม่เข้าไปใกล้

กายทุจริต และวจีทุจริต ซึ่งไม่ชวนให้เกิดความเลื่อมใส คือไม่เป็นที่ตั้ง

แห่งความเลื่อมใส ไม่สงบ ไม่เรียบร้อยแห่งกายและวาจา และไม่เข้าไปใกล้

อกุศลวิตก ๓ ซึ่งไม่ชวนจิตให้เกิดความผ่องใส คือ ไม่เป็นที่ตั้งแห่ง

ความผ่องใสแห่งจิต ไม่สงบ ไม่เรียบร้อย ย่อมเป็นไปเพื่อความบริบูรณ์แห่ง

กายสุจริต วจีสุจริต และกุศลวิตก ๓ ซึ่งผิดแผกจากนั้นนั่นแล ที่ชวนให้

เกิดความเลื่อมใส คือเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส สงบ เรียบร้อย, เพราะเหตุนั้น

 สังวร ท่านจึงเรียกว่า ความเป็นอาการให้เกิดความเลื่อมใส.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
kinder
วันที่ 25 ก.ค. 2555 16:36 น.

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 25 ก.ค. 2555 17:40 น.

ตนของบุคคลผู้ละอสังวร แล้วตั้งอยู่ในสังวร

ย่อมเป็นสภาพที่เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย

ย่อมถึงความเป็นผู้มักน้อย

คือหมดความทะยานอยากในปัจจัย ๔

และย่อมเป็นไปเพื่อความสันโดษ

น้อมนำมาพิจารณาตนได้ดีทีเดียวครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาคุณหมอและทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
pirmsombat
วันที่ 25 ก.ค. 2555 19:57 น.

ขอบพระคุณและอนุโมทนาคุณผู้ร่วมเดินทางและทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
nong
วันที่ 26 ก.ค. 2555 11:09 น.

 ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 5 ส.ค. 2555 09:10 น.

อสังวร เป็นผู้ไปตามน้ำ     สังวร เป็นผู้ทวนกระแสน้ำ       กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
munlita
วันที่ 10 ส.ค. 2555 14:04 น.

...อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ตั้งอยู่ในความไม่สำรวม ย่อมเป็นไปเพื่อความ

คลุกคลีด้วยหมู่ และเพื่อความหมักหมมด้วยกิเลส ทั้งย่อมเป็นสภาพเป็นไป

ตามความเกียจคร้าน คือเป็นไปเพื่อยังวัตถุเป็นที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน

แปดอย่างให้บริบูรณ์.*บริบูรณ์

เรียนถามท่านผู้รู้ว่าแปดอย่างที่ว่านี้ได้แก่อะไรบ้างหรือคะ ?

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 ส.ค. 2555 17:03 น.
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 21471 ความคิดเห็นที่ 6 โดย munlita

...อนึ่ง ตนของบุคคลผู้ตั้งอยู่ในความไม่สำรวม ย่อมเป็นไปเพื่อความ

คลุกคลีด้วยหมู่ และเพื่อความหมักหมมด้วยกิเลส ทั้งย่อมเป็นสภาพเป็นไป

ตามความเกียจคร้าน คือเป็นไปเพื่อยังวัตถุเป็นที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน

แปดอย่างให้บริบูรณ์.*บริบูรณ์

เรียนถามท่านผู้รู้ว่าแปดอย่างที่ว่านี้ได้แก่อะไรบ้างหรือคะ ?

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๘ อย่างที่ว่านั้น ได้แก่ ที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน

ซึ่งจะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมเกิดมากยิ่งขึ้น   ครับ

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มได้ที่นี่ครับ

ที่ตั้งแห่งความเกียจคร้าน : กุสีตวัตถุ ๘ [อัฏฐกนิบาต] 

...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
munlita
วันที่ 11 ส.ค. 2555 12:51 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ