Print 
การเก็บอาหารค้างคืนของพระภิกษุ [มหาวิภังค์]
 
paderm
paderm
วันที่  16 ต.ค. 2555
หมายเลข  21901
อ่าน  3,250

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๒ - หน้าที่ 540

โภชนวรรค  สิกขาบทที่ ๘  เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ

     [๕๑๒]  โดยสมัยนั้น  พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน  อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี  ครั้งนั้น ท่านพระเวพัฏฐสีสะพระอุปัชฌายะของท่านพระอานนท์อยู่ในอาวาสป่า  ท่านเที่ยวบิณฑบาต ได้บิณฑบาตเป็นอันมาก  แล้วเลือกนำแต่ข้าวสุกล้วน ๆ ไปสู่อาราม ตากให้แห้งแล้วเก็บไว้  เมื่อใดต้องการอาหาร ก็แช่น้ำฉันเมื่อนั้น   ต่อนาน ๆ จึงเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต  ภิกษุทั้งหลายถามท่านว่า  อาวุโส  ทำไมนาน ๆ ท่านจึงเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต จึงท่านได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุทั้งหลายถามว่า  อาวุโส  ก็ท่านฉันอาหารที่ทำการสั่งสมหรือ.ท่านรับว่า   อย่างนั้น  อาวุโสทั้งหลาย.

     บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย . . .   ต่างก็เพ่งโทษติเตียนโพนทะนาว่า ไฉนท่านพระเวฬัฏฐสีสะจึงได้ฉันอาหารที่ทำการสั่งสมเล่า. . .

ทรงสอบถาม

     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามท่านพระเวฬัฏฐสีสะว่า ดูก่อนเวฬัฏฐสีสะ  ข่าวว่า  เธอฉันอาหารที่ทำการสั่งสม  จริงหรือ.

     ท่านพระเวฬัฏฐสีสะทูลรับ ว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

     พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า  ดูก่อนเวฬัฏฐสีสะ  ไฉนเธอจึงได้ฉันอาหารที่ทำการสั่งสมเล่า   การกระทำของเธอนั่น   ไม่เป็นไปเพื่อ...

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๒ - หน้าที่ 541

     ความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส  หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว..    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้  ขึ้นแสดงอย่างนั้นว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ

     ๘๗. ๘.  อนึ่ง  ภิกษุใดเคี้ยวก็ดี   ฉันก็ดี  ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี  ที่ทำการสั่งสม  เป็นปาจิตตีย์. . .

เรื่องพระเวฬัฏฐสีสเถระ  จบ

                                 
สิกขาบทวิภังค์

     [๕๑๓]  บทว่า  อนึ่ง . . .ใด   ความว่า  ผู้ใด  คือ   ผู้เช่นใด. . .

     บทว่า ภิกษุ  ความว่า  ที่ชื่อว่า  ภิกษุ  เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ. . .นี้ ชื่อว่า  ภิกษุ   ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

     ที่ชื่อว่า ทำการสั่งสม  คือรับประเคนในวันนี้   ขบฉันในวันอื่น.

     ที่ชื่อว่า ของเคี้ยว คือเว้นโภชนะ ๕ ของเป็นยามกาลิก  สัตตาหกาลิกยาวชีวิก   นอกนั้นชื่อว่าของเคี้ยว.

     ที่ชื่อว่า ของฉัน  ได้แก่ โภชนะ ๕  คือ  ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ.

     ภิกษุรับประเคนไว้ด้วยตั้งใจว่า  จักเคี้ยว  จักฉัน  ต้องอาบัติทุกกฏ. ขณะกลืน  ต้องอาบัติปาจิตตีย์  ทุก ๆ คำกลืน.

 

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๒ - หน้าที่ 542

บทภาชนีย์

ติกปาจิตตีย์

     [๕๑๔]   ของทำการสั่ง  ภิกษุสำคัญว่าทำการสั่งสม  เคี้ยวก็ดี  ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี   ซึ่งของฉันก็ดี   ต้องอาบัติปาจิตตีย์. 
     ของทำการสั่งสม  ภิกษุสงสัย เคี้ยวก็ดี  ฉันก็ดี  ซึ่งของเคี้ยวก็ดีซึ่งของฉันก็ดี ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
     ของทำการสั่งสม  ภิกษุสำคัญว่ามิได้ทำการสั่งสม  เคี้ยวก็ดี  ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี  ซึ่งของฉันก็ดี  ต้องอาบติปาจิตตีย์

ทุกกฏ

     ภิกษุรับประเคนของเป็นยามกาลิก  สัตตาหกาลิก  ยาวชีวิก  เพื่อประสงค์เป็นอาหาร ต้องอาบัติทุกกฏ.

     ขณะกลืน  ต้องอาบัติทุกกฏ  ทุก ๆ คำกลืน.

     ของมิได้ทำการสั่งสม  ภิกษุสำคัญว่าทำการสั่งสม . . .ต้องอาบัติทุกกฏ.

      ของมิได้ทำการสั่งสม  ภิกษุสงสัย. ..ต้องอาบัติทุกกฏ.

ไม่ต้องอาบัติ

     ของมิได้ทำการสั่งสม  ภิกษุสำคัญว่ามิได้ทำการสั่งสม .. .ไม่ต้องอาบัติ .

อนาปัตติวาร

     [๕๑๕]  ภิกษุเก็บของเป็นยาวกาลิกไว้ฉันชั่วกาล ๑    ภิกษุเก็บของเป็นยามกาลิกไว้ฉันชั่วยาม ๑  ภิกษุเก็บของเป็นสัตตาหกาลิกไว้ฉันชั่วสัปดาห์ ๑  ภิกษุฉันของเป็นยาวชีวิกในเมื่อมีเหตุสมควร ๑   ภิกษุวิกลจริต ๑   ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑   ไม่ต้องอาบัติแล.

ภชนวรรคสิกขาบทที่  ๘  จบ


เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ