ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านขนมนันทวัน เพชรบุรี ๑๗ ม.ค. ๒๕๕๕
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  31 ม.ค. 2555
หมายเลข  20470
อ่าน  2,440

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา

คุณนันทวัน เพชราภรัชต์ เจ้าของกิจการบ้านขนมนันทวัน ได้กราบเรียนเชิญ

ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

เพื่อสนทนาธรรม ที่ สีตาลัย ภายในบริเวณร้านบ้านขนมนันทวัน เชิงเขาวัง เพชรบุรี

ระหว่างเวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น.

ข้าพเจ้าได้ทราบถึงสาเหตุที่ท่านอาจารย์ไปสนทนาธรรมที่นี่ในครั้งนี้จากพี่แดง

(พลอากาศตรีหญิงกาญจนา เชื้อทอง)ว่า เกิดจากการที่ท่านอาจารย์และคณะ

เสร็จจากการสนทนาธรรมที่คอนโดที่หัวหินของพี่จู (พี่กุสุมา โกมลกิตติ) ตอนขากลับ

ทางคณะฯได้แวะซื้อของฝากที่ร้านบ้านขนมนันทวัน ซึ่งวันนั้นคุณนันทวัน เพชราภรัชต์

มีธุระกำลังออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้เห็นท่านอาจารย์แต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่

จึงได้โทรศัพท์กลับมาหาน้องสาวของท่าน เมื่อทราบว่าใช่ ท่านดีใจมากและขอให้น้องสาว

ของท่านกราบขอเรียนเชิญท่านอาจารย์ ไปสนทนาธรรม ท่านอาจารย์ก็มีเมตตาตกลง

การสนทนาธรรมในครั้งนี้ จึงเกิดมีขึ้นที่นี่ โดยมีสหายธรรมที่ได้ติดตามฟังท่านอาจารย์

มานานแล้วมากมาย เต็มห้องสนทนาธรรม เป็นสหายธรรมที่ไม่เคยพบกันมาก่อน

มากมายหลายท่านจริงๆ ครับ มีตัวอย่างครอบครัวหนึ่งที่เพชรบุรี อยู่อำเภออะไร

ข้าพเจ้าก็ฟังไม่ถนัด ท่านพากันมาหมดทั้งครอบครัว ซึ่งมีทั้งลูกสาวและลูกชาย

ที่อยู่ในวัยรุ่น ขณะฟังการสนทนาข้าพเจ้าสังเกตุว่าท่านนั่งฟังกันด้วยความตั้งใจมาก

และที่น่าปีติอย่างยิ่งสำหรับข้าพเจ้า ซึ่งพี่เมตตา และพี่ๆ ที่ไปด้วยในวันนั้นก็สังเกตุเห็น

คือขณะที่ฟังท่านอาจารย์ ตอนใดที่ท่านเข้าใจก็จะพยักหน้าตาม และตั้งใจฟังอย่างยิ่ง

หลังจบการสนทนา คุณพ่อและคุณแม่ได้พามากราบเท้าท่านอาจารย์ จึงทราบว่า

ท่านทั้งครอบครัวติดตามฟังท่านอาจารย์มาหลายปีแล้ว  โดยเฉพาะลูกชายทั้งสองคน

เปิดฟังธรรมะที่ท่านอาจารย์บรรยายแทบทั้งวัน ดีใจมากที่ได้ทราบว่าท่านอาจารย์

จะมาสนทนาธรรมที่นี่ นี่คงเป็นตัวอย่างหนึ่ง ของการสะสม ที่มีมาในสังสารวัฏฏ์

และ เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการบรรยายธรรมของท่านอาจารย์

ที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศและทั่วโลกในขณะนี้ จากผลคือความเมตตาอันไม่มีประมาณ

ของท่านอาจารย์ ในการส่งเสริมให้มีการเผยแพร่พระธรรมในหนทางที่ถูกและตรงนี้

โดยสื่อต่างๆ ทุกชนิดอย่างทันเวลา ทันสมัยที่สุด เช่น ทางเวปไซต์บ้านธัมมะแห่งนี้

ทางโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ทางทีวี TNN ทาง You Tube นอกเหนือไปจากทางสถานีวิทยุ

ทั่วประเทศ ซีดี วีดีโอ เอ็มพีสาม และ หนังสือธรรมบรรยายมากมายที่ได้ทำอยู่เป็นปรกติ

ข้าพเจ้าขอกราบแทบเท้าอนุโมทนาในควาเมตตาและผลแห่งกุศลกรรมอันยิ่ง

ที่ท่านอาจารย์ได้เพียรกระทำมาตลอดระยะเวลายาวนานร่วมหกสิบปี ด้วยขอรับ

อนึ่ง ในวันนั้นคุณนันทวัน ถึงกับกล่าวกับท่านอาจารย์ว่า ไม่คิดว่าศิษย์และคณะ

ที่ติดตามท่านอาจารย์ จะมีมากมายเต็มห้อง ทำให้เก้าอี้ที่จัดไว้ไม่เพียงพอ

ซึ่งนอกจากคุณนันทวันจะมีความเมตตามาก ให้ทุกท่านได้รับธรรมทานในครั้งนี้แล้ว

ท่านยังกุลีกุจอ เดินไปหาเบาะรองนั่งมาให้ท่านที่มาทีหลังด้วยตัวเอง ด้วยความเอาใจใส่

อย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของท่านด้วยครับ 

อันดับต่อไปข้าพเจ้าก็ขออนุญาตินำความการสนทนาบางตอนในวันนั้น มาฝากทุกท่าน

เพื่อร่วมบรรยากาศการอบรมเจริญปัญญา และ อนุโมทนาในกุศลทุกประการร่วมกันดังนี้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ

ท่านอาจารย์   เพราะฉะนั้นแต่ละหนึ่งขณะเนี่ยนะคะ ก็เป็นธรรมะ ที่พระผู้มีพระภาค

ทรงบำเพ็ญพระบารมี เพื่อที่จะให้เห็นความจริงว่า ธรรมะ เป็น ธรรมะ

ทุกคำที่ตรัสรู้แล้ว เปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ นะคะ

สิ่งที่มีจริง ไม่ต้องเรียกชื่อก็ได้ กำลังเห็นเนี่ยค่ะ จริงไม๊คะ?....จริง...

สิ่งที่ปรากฏให้เห็นจริงไม๊คะ? ปรากฏให้เห็นว่า มีจริงๆ สามารถกระทบตา แต่ตาก็ไม่เห็น

ต้องมี "ธาตุรู้" ซึ่งเราใช้คำว่า "เห็น" ซึ่งไม่มีรูปร่างลักษณะใดๆ เลย

แต่เป็น "ธาตุ" ที่สามารถจะ "รู้" ได้ทุกอย่าง

ถ้าไม่มีธาตุชนิดหนึ่ง ธรรมะชนิดหนึ่ง จะใช้คำว่า ธาตุ หรือ ธรรมะ ก็ได้

ถ้าไม่มีธาตรู้ อะไร อะไร ก็ไม่ปรากฏเลยค่ะ

ต้นไม้ใบหญ้า ภูเขา ทะเล เกิดเพราะความเย็น ความร้อน อุตุ ไม่สามารถจะรู้อะไรได้เลย

ไม่ปรากฏด้วย แต่เมื่อใดที่มีธาตุอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ต้องรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด

ที่กำลังปรากฏ เช่น ในขณะนี้ นะคะ สิ่งนั้นจึงจะปรากฏได้ว่ามี

ขณะนี้ มีเสียงไม๊คะ? เกิดแล้ว ถ้าจิตไม่ได้ยิน ไม่มีธาตุที่ได้ยินเสียง เสียงปรากฏไม่ได้เลย

อย่างคนที่หูหนวก ที่เราใช้คำว่า หูหนวกเนี่ยนะคะ คือ ไม่ได้ยินเสียงค่ะ

โลก...เงียบ..สนิท...ดีไม๊คะ? 

ธรรมะทั้งหมด ก่อนจะตอบ ต้องคิด นะคะ ถ้าไม่มีเสียง จะได้ยินเสียงพระธรรมไม๊?

เสียง "คำ" ที่สามารถจะทำให้เข้าใจ สิ่งที่กำลังมี ในขณะนี้ 

"เสียง" เป็นของธรรมดา เป็นธรรมะที่มีจริง เป็นธรรมะอย่างหนึ่ง 

เกิดขึ้น ปรากฏ แล้วก็ หมดไป 

แต่จะปรากฏ ต่อเมื่อ จิตได้ยิน หรือ สภาพที่ได้ยินเสียง เกิดขึ้นเท่านั้น เสียงจึงปรากฏได้

เพราะฉะนั้น ทุกอย่างก็แสดงให้เห็นแล้ว นะคะ เป็นธรรมะซึ่งเกิด ตามเหตุ ตามปัจจัย

แล้วก็หมดไป ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

ก่อนอื่น นะคะ มีพระรัตนตรัย เป็นสรณะ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 

ทรงแสดงพระธรรม เป็นที่พึ่ง ให้บุคคลอื่น สามารถเข้าใจ สิ่งที่มี ตั้งแต่เกิดจนตาย

โดยละเอียดยิ่ง เพื่อให้เห็นความจริง ของสภาพธรรมะนั้น 

แล้วก็มีพระสงฆ์สาวก นะคะ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรม แล้วก็รู้แจ้ง สภาพธรรมะ

ตรงตามความเป็นจริง ที่พระผู้มีพระภาค ทรงอนุเคราะห์ ด้วยพระมหากรุณา

ที่จะให้เกิด ความเข้าใจ

เพราะฉะนั้น เพียงเท่านี้ค่ะ ไม่ทราบว่า ชัดเจน แจ่มแจ้ง หรือว่ายังสงสัย ที่จะรู้ว่า

ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริง เกิดอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ดับไปอยู่ตลอดเวลา 

ตราบใดที่ยังไม่หายไป จากโลกนี้

แต่ว่า หายไป ก็ไปปรากฏที่อื่น เหมือนกับมาสู่โลกนี้ นะคะ 

ก็จากการหายไปจากโลกก่อน แล้วก็มาสู่ที่นี่

แล้วใครจะหายไปเร็ว จะหายไปช้า ใครจะหายไปเมื่อไหร่ 

ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาเลย แต่การได้ฟัง สิ่งที่สามารถจะทำให้ เมื่อได้ฟังอีก

ก็สามารถที่จะรู้ความจริง ของสภาพธรรมะ ซึ่งใช้คำว่า สังสารวัฏฏ์

เกิดแล้วก็ดับไป ไม่สิ้นสุด นะคะ จนกว่าปัญญา สามารถที่จะรู้ความจริงได้

ถ้ามีข้อสงสัยในเรื่องของธรรมะ ก็ขอเชิญนะคะ สนทนาธรรมค่ะ

จะได้แจ่มแจ้งค่ะ เข้าใจจนไม่สงสัยเลย ในคำที่ได้ยินได้ฟัง นะคะ 

ธรรมะ เป็นสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้น อะไรที่มีจริงขณะนี้ เป็นธรรมะทั้งหมด

"เห็น" เป็นธรรมะ สิ่งที่ปรากฏให้เห็น ก็เป็นธรรมะ "เสียง" เป็นธรรมะ

"ได้ยิน" เป็นธรรมะ   "โกรธ" เป็นธรรมะ   "เมตตา" เป็นธรรมะ  ทุกอย่าง เป็นธรรมะ

ขณะนี้ มีใคร? หรือว่า มีธรรมะ คะ? ฟังแล้วค่ะ ถ้าไม่มีธรรมะ จะมีใครไหม? 

คือ ธรรมะนี่ ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ ไตร่ตรอง นะคะ 

ธรรมะ คือ สิ่งที่มีจริง ขณะนี้ มี "ใคร" หรือเปล่า?

ถ้าไม่มีธรรมะ ก็ไม่มีใครสักคน

ไม่มีอะไรสักอย่าง โต๊ะ เก้าอี้ ไฟฟ้า อะไรก็ไม่มี นะคะ 

แต่เพราะเหตุว่า มีธรรมะที่หลากหลายมาก ประมาณไม่ได้เลยค่ะ 

เกิดแล้ว ดับแล้ว มีของใหม่หมด เพราะฉะนั้น การที่สามารถ ที่จะเข้าใจธรรมะ

ซึ่งเมื่อผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ ไม่ทรงน้อมพระทัยที่จะแสดง

เห็นความลึกซึ้งไม๊คะ?   แต่เพราะเหตุว่า

การที่ทรงบำเพ็ญพระบารมี ที่จะทรงถึงความเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ก็ทรงรู้ว่า มีผู้ที่ได้เคยฟัง เคยอบรม การเห็นประโยชน์ ของการที่จะอยู่ในโลกนี้

ด้วยความเข้าใจขึ้น หรือว่า จะจากโลกนี้ไป โดยเหมือนเดิม ไม่เข้าใจอะไร

แล้วก็ไม่ใช่เพียงเหมือนเดิม นะคะ

ยังเพิ่มความไม่รู้ ทุกขณะ ที่สภาพธรรมะปรากฏ ด้วย

ด้วยเหตุนี้ นะคะ ก็ต้องเป็นผู้ที่ละเอียด จริงๆ ค่ะ 

เพราะว่า พระธรรมทั้งหมด เป็นไปเพื่อละ 

แต่ต้องละ ด้วยความรู้

ไม่มีใคร ที่สามารถจะละความติดข้อง ความเป็นเรา หรือ ความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้

โดยไม่รู้ความจริง ของสิ่งนั้น

เพราะฉะนั้น ที่จะบอกให้ละโลภ ละโกรธ ละหลง ยังไม่รู้เลยว่า โลภ โกรธ หลง เมื่อไหร่

เดี๋ยวนี้หรือเปล่า? แล้วก็ จะละได้อย่างไร?

ด้วยเหตุนี้นะคะ ต้องเป็นผู้ที่ ไม่ประมาท ในพระธรรม แต่ละคำ ค่ะ

แล้วก็จะทำให้เข้าใจ ในพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และ พระมหากรุณาคุณ

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ซึ่งเมื่อเข้าใจแล้ว นะคะ การที่จะน้อมบูชา เคารพพระองค์

ย่อมเป็นผู้ที่ ไม่มีสิ่งอื่นใด จะเหนือกว่าพระรัตนตรัย

ท่านผู้ฟัง   จะขอกราบเรียนถามท่านอาจารย์ว่า เรื่องของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

มีแสดงไว้ ในส่วนไหนของพระไตรปิฎก คะ?

ท่านอาจารย์   พระไตรปิฎกทั้งหมด  ไม้พ้นจาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ท่านผู้ฟัง   แล้วเรื่องของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี่

จะเกี่ยวกับเรื่องขัดเกลากิเลส อย่างไรคะ?

ท่านอาจารย์   ค่ะ เพราะไม่รู้ความจริง นะคะ เห็นแล้วชอบ เห็นแล้วโกรธ

ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ

บังคับได้ไม๊คะ?  ว่าไม่ให้เป็นอย่างนั้น

ท่านผู้ฟัง   บังคับไม่ได้ค่ะ

ท่านอาจารย์   แล้วรู้จัก ตา หรือยัง?

ท่านผู้ฟัง   โดยทั่วไปก็คือ ก็มีตา เพื่อการมองเห็นอะไร ที่ปรากฏเข้ามาที่ตา

ท่านอาจารย์   รู้จัก หู หรือยัง?

ท่านผู้ฟัง   หู ก็เช่นเดียวกัน ได้ยินเสียง

ท่านอาจารย์   เป็นของใครคะ?

ท่านผู้ฟัง   ก็อยู่กับเรา ก็เป็นของเรา

ท่านอาจารย์   ค่ะ แล้วความจริง เป็นของเรา หรือเปล่า?

เพียงแค่พูดถึงตา เท่านั้นเองค่ะ ก็ไม่รู้จักว่า ตา คืออะไร?

ขณะนี้ เห็น ก็ไม่ได้คิดถึงตา ใช่ไม๊คะ?

เห็นสิ่งที่ปรากฏ โดยไม่รู้ด้วย ว่า สิ่งที่ปรากฏ เป็นอะไร?

แล้วก็ ชอบ ไม่รู้ด้วยว่า ชอบ คืออะไร?

คือทั้งหมด เป็นธรรมะ แต่ละหนึ่ง นะคะ

ซึ่ง ถ้าไม่ฟัง ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้

ขอพูดเรื่องเฉพาะตา ซึ่งทุกคนมี แสดงให้เห็นว่า รู้จักตา จริงๆ หรือเปล่า?

ตา มีจริงค่ะ  ใครเห็นตาบ้าง คะ? รู้สึกจะตอบในใจกันนะคะ(หัวเราะ)

ท่านผู้ฟัง   ถ้าเราไม่มองที่กระจก เราก็มองไม่เห็นตาของเราค่ะ

ท่านอาจารย์   ขอโทษนะคะ มองกระจก แล้วเห็นตา ได้ไม๊คะ?

ไม่รู้จักตา แต่คิดว่า อยากจะรู้จักตา ก็ไปมองกระจก แล้วก็จะเห็นตา

ไม่ถูกต้อง ค่ะ

เห็นอะไรคะ ในกระจก? (มีเสียงตอบหลากหลาย) เห็นเงา นะคะ

ท่านอื่นจะตอบว่าอย่างไรคะ? คะ? 

สิ่งที่ปรากฏทางตา เท่านั้นเองค่ะ ตอบง่ายๆ ธรรมดาๆ แต่ว่า

ถ้าไม่เห็นสิ่งที่ปรากฏทางตา แล้วจะไปเห็นอะไร?

เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้วเนี่ย นะคะ สิ่งที่ปรากฏให้เห็น มีเพียงอย่างเดียว

คือ สิ่งที่กระทบตา ขณะนี้ ค่ะ

เห็นแข็ง ได้ไม๊คะ? เห็นกลิ่นได้ไหม? เห็นรสได้ไหม? เห็นคนได้ไหม? 

ตอนนี้ ลังเล (มีเสียงหัวเราะ)

แต่ว่า ความเป็นจริง นะคะ ต้องเห็นก่อน ใช่ไม๊คะ? ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นค่ะ

ในห้องมืด ปิดไฟ มีแสงสลัวๆ เห็นอะไรไม๊คะ?

ถ้าไม่เห็น ต้องตาบอด แต่ว่าแม้ไฟดับนะคะ พอที่จะเห็นอะไรไหม?

ถ้ามีตา ความืดก็เห็น จึงสามารถที่จะรู้ว่า ไม่สว่าง 

แต่ในความมืดนั้นน่ะค่ะ เห็นคนไม๊?

นี่คือธรรมะ ชีวิตประจำวันจริงๆ ทั้งหมด ทุกขณะ เป็นธรรมะทั้งหมด

ไม่มีอะไร ที่จะไม่ใช่ธรรมะเลย

เพราะฉะนั้น การฟังธรรมะ เพื่อให้รู้ความจริง นะคะ ที่ว่าจะละโลภะ

มีตาแล้วเป็นอย่างนั้น อย่างนี้  มีหูแล้วก็โกรธบ้าง ไม่โกรธบ้าง 

ก็คือ ต้องเข้าใจความจริงของทุกอย่าง อย่างละเอียด นะคะ

ในความมืด เห็นคนไม๊คะ?  ค่ะ เห็นแต่ความมืด

แล้วคน มีไหม?ในความมืด นี่คือ ธรรมะ นะคะ กว่าจะเข้าใจจริงๆ ในธรรมะแต่ละอย่าง

ซึ่งถ้าเข้าใจแล้ว ไม่สับสน นะคะ

แล้วก็สามารถที่จะสะสมความเข้าใจนี้ ไปถึงกาละที่ฟังอีก

ก็เข้าใจได้เร็ว และ เข้าใจได้ถูกต้องด้วย

เหมือนอย่างบุคคลในครั้งอดีต นะคะ พหุสุตตะ 

แต่ไม่ใช่เพียงฟังค่ะ เข้าใจในสิ่งที่ฟัง 

สะสมจนกระทั่ง พอได้ยิน ได้ฟัง ก็สามารถที่จะเข้าใจได้

จนกระทั่ง รู้แจ้งสภาพธรรมะ

เป็นพระอริยบุคคลได้

เพราะฉะนั้น ประโยชน์ของการฟัง มี นะคะ

คือ ฟังสิ่งที่มีจริง จนกระทั่ง เป็นความเข้าใจขึ้น 

โดยไม่ใช่หวัง ว่าเราจะเป็นพระอริยบุคคล จะรู้แจ้งอริยสัจจธรรม

โดยไม่เข้าใจ สิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏ

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ของคุณนันทวัน เพชราภรัชต์

ที่ได้เห็นคุณค่าของพระธรรม จัดเตรียมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกประการ

ให้ทุกท่านได้มีโอกาสอันเลิศ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้จากการได้รับผลของกุศลกรรมหนึ่ง

ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และ มีโอกาสได้พบพระธรรมที่ถูกต้อง

แม้เพียง ขณะหนึ่ง  แม้เพียง ณ กาลครั้งหนึ่ง ของความเข้าใจถูก เห็นถูก

ในพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ และทรงแสดงไว้  ก็มีคุณค่า ยิ่งกว่าทรัพย์อื่นใดในโลก

บุคคลที่เห็นคุณค่าของพระธรรม ย่อมไม่ขาดการฟังพระธรรมเลย

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านด้วยครับ

 


Tag  ณ กาลครั้งหนึ่ง นันทวัน บ้านขนมนันทวัน สนทนาธรรม เพชรบุรี ไปสนทนาธรรม
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 31 ม.ค. 2555

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และ

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของทุกท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
เซจาน้อย
วันที่ 31 ม.ค. 2555

 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

...กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์   ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่วันชัย ภู่งาม  และ ทุกๆ ท่าน ครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ผู้รู้น้อย
วันที่ 31 ม.ค. 2555

พระธรรมทั้งหมด เป็นไปเพื่อละ 

แต่ต้องละ ด้วยความรู้

ไม่มีใคร ที่สามารถจะละความติดข้อง ความเป็นเรา หรือ ความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้

โดยไม่รู้ความจริง ของสิ่งนั้น

 

 

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

 

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านด้วยครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 31 ม.ค. 2555

ขอกราบเท้าอนุโมทนาเมตตากุศลจิตของท่านอาจารย์ในการเผยแพร่พระธรรม

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาและวิริยะของคุณวันชัย มา ณ กาลครั้งนี้

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านๆ ด้วยนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ธุลีพุทธบาท
ธุลีพุทธบาท
วันที่ 31 ม.ค. 2555

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺสฺส ฯ(ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น)

----------

ขอกราบนมัสการอย่างสูงสุด แด่พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ

กราบแทบเท้า ท่าน อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพอย่างยิ่ง

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนา ในกุศลจิตของพี่วันชัยและ ทุกๆ ท่าน ด้วยครับ

...

อนึ่ง การสนทนาธรรมที่ "บ้านขนมนันทวัน"

จะนำออกอากาศรายการบ้านธัมมะ ทางสถานีโทรทัศน์ สทท.(ช่อง๑๑)

วันพุธที่ ๘ และ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๐๔.๐๐ - ๐๔.๓๐ น.

และทางทรูวิชชันส์ TNN2 วันเสาร์ที่ ๑๑ และ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

เวลา ๐๗.๐๐ - ๐๗.๕๐ น. ครับ

----------

.ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย.

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pamali
วันที่ 31 ม.ค. 2555
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
jaturong
วันที่ 31 ม.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
pat_jesty
วันที่ 31 ม.ค. 2555

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาคุณวันชัย เจ้าหน้าทีมูลนิธิ เจ้าภาพ และทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
kinder
วันที่ 31 ม.ค. 2555
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
ปุ้ม
วันที่ 31 ม.ค. 2555

อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 31 ม.ค. 2555
ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 1 ก.พ. 2555

 

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ของคุณนันทวัน เพชราภรัชต์ และ

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตคุณวันชัย ภู่งาม และทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 1 ก.พ. 2555

ขออนุโมทนาในกุศลจิตคุณวันชัย ภู่งาม และทุกๆ ท่านค่ะ

 
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ