การละนิวรณ์
 
pirmsombat
วันที่  18 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20193
อ่าน  3,090

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 14

การละนิวรณ์ [๑๓] ภิกษุนั้นประกอบด้วยศีลขันธ์ อินทรีย์สังวร สติและสัมปชัญญะ อันเป็นอริยะเช่นนี้แล้ว ย่อมเสพเสนาสนะอันสงัด คือป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฎ ที่แจง ลอมฟาง ในกาลภายหลังภัต เธอกลับจากบิณฑบาตแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอละความเพ่งเล็งในโลก มีใจปราศจากความเพ่งเล็งอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความเพ่งเล็ง ละความประทุษร้ายคือพยาบาท ไม่คิดพยาบาท มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความประทุษร้าย คือพยาบาทได้ ละถีนมิทธะแล้ว เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ มีความกำหนดหมายอยู่ที่แสงสว่าง มีสติ มีสัมปชัญญะอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากถีนมิทธะ ละอุทธัจจกุกกุจจะแล้ว เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบ ณ ภายในอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอุทธัจจกุกกุจจะได้ ละวิจิกิจฉาแล้ว เป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉา ไม่มีความเคลือบแคลงในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉาได้


Tag  นิวรณ์ ละนิวรณ์
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  นิวรณ์ คือ สภาพธรรมที่เป็นอกุศลธรรม คือ กางกั้นปัญญา ไม่ให้เกิด และกางกั้นไม่ให้กุศลธรรมประการต่างๆ เกิดขึ้น ปิดกั้นจิตไว้ด้วยอกุศลธรรม ไม่ให้เกิด กุศลธรรม นิวรณ์ ประกอบด้วย กามฉันทนิวรณ์  ๑  พยาบาทนิวรณ์  ๑ ถีนมิทธนิวรณ์  ๑ อุธัจจกุกกุจจนิวรณ์  ๑  วิจิกิจฉานิวรณ์ ๑ การละนิวรณ์ ก็มีหลายระดับครับ คือ ละเพียงชั่วขณะ ละด้วยการช่มไว้ และละจนหมดสิ้น ไม่เกิดอีก

  การละเพียงชั่วขณะ คือ ขณะที่กุศลเกิด ไม่ว่าระดับใด อกุศลไม่เกิด นิวรณ์ไม่เกิด ในขณะนั้น เป็นการละชั่วขณะนั้นครับ ขณะที่สติปัฏฐานเกิด รวมทั้งวิปัสสนาญาณเกิด ก็เป็นการละชั่วขณะนั้นครับ การละด้วยการข่มไว้ ด้วยการเจริญสมถภาวนา ซึ่งก็ต้องมีปัญญา จึงจะละได้ แต่การเจริญฌาน สมถภาวนา ก็เป็นเพียงการข่มกิเลส มีนิวรณ์ เป็นต้น เพียงในขณะที่เป็นฌาน เมื่อออกจากฌาน กิเลส มี นิวรณ์ก็เกิดขึ้นอีก จึงเป็นเพียงการข่มนิวรณ์ขณะที่เป็นฌานเท่านั้นครับ เปรียบเหมือน หินที่ทับหญ้า หญ้าไม่งอกขึ้น ตราบเท่าที่หินทับอยู่ แต่เมื่อใด เอาหินออก หญ้าก็งอก เจริญเติบโตอีกได้ครับ

   การละจนหมดสิ้น (สมุจเฉท) คือ การละนิวรณ์ หรือ กิเลสจนหมดสิ้น ไม่ทำให้นิวรณ์หรือ กิเลสนั้นมีปัจจัยให้เกิดขึ้นอีก ก็ด้วยปัญญาที่เป็นระดับสูง คือ ระดับมรรคจิต ซึ่งผู้ที่จะละนิวรณ์จนหมดสิ้้น ไม่เกิดขึ้นอีกเลย คือ พระอรหันต์ครับ แต่ก่อนที่จะถึงการละจนหมดสิ้น ก็ต้องเริ่มจากความเข้าใจถูกเบื้องต้น โดยเริ่มจากการฟังพระธรรมให้เข้าใจ ไปทีละน้อย  ก็ย่อมถึงปัญญาระดับสูงดับกิเลสได้ครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jaturong
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
   ขณะที่จิตเป็นอกุศลนั้น  เป็นนิวรณ์    เพราะเป็นสภาพธรรมที่กางกั้นไม่ให้จิตเป็นกุศล  เพราะขณะใดที่จิตเป็นอกุศล  กุศลจิต ก็เกิดขึ้นไม่ได้  ในชีวิตประจำวันสำหรับที่ผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่   ก็ยากที่พ้นไปจากการถูกกลุ้มรุมด้วยนิวรณ์ประการต่างๆ  แต่ก็ยังพอมีขณะที่สงบระงับนิวรณ์ได้บ้าง   ก็ในขณะที่จิตเป็นกุศลนั้นเอง   จนกว่าจะดับนิวรณ์แต่ละอย่างแต่ละประการด้วยอริยมรรค ตามลำดับดับขั้น  ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ   การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญา อันเป็นรากฐานสำคัญจะนำไปสู่การระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ว่า  เป็นธรรม ไม่ใช่เรา  จนกว่าจะถึงการรู้แจ้งอริยสัจจธรรม สามารถดับกิเลสได้ตามลำดับขั้นทั้งหมดนั้น   ต้องเริ่มจากการฟังพระธรรมในแนวทางที่ถูกต้องตรงตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้วเท่านั้น จะขาดการฟังพระธรรมไม่ได้เลยทีเดียว ครับ  ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณหมอ และทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pirmsombat
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณคำปั่น คุณผเดิม และทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เซจาน้อย
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
วิริยะ
วันที่ 19 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 20 ธ.ค. 2554

ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
หลานตาจอน
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 4 ก.พ. 2555

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 10 ส.ค. 2555

นิวรณธรรมนี่ เปรียบเหมือนเชื้อโรคร้ายจริงๆ นะครับ มักแทรกซึมเข้ามาอยู่บ่อยๆ ขณะฟังธรรมบ้าง หรือแม้แต่ขณะอ่าน สนทนาธรรม ถ้าขาดความใส่ใจพิจารณาในพระธรรมทีฟัง หรืออ่านอยู่ ก็จะโดนครอบงำได้ เกิดบ่อยก็แสดงว่ามีมากนะครับ กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
nong
วันที่ 29 ต.ค. 2555

 ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 13 ส.ค. 2557

บัวควีนสิริกิติ์

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลทุกประการของทุกท่านค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง จาก ใหญ่ราชบุรี-ธิดารัตน์  เดื่อมขันมณี

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 3 พ.ย. 2557

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
สิริพรรณ
สิริพรรณ
วันที่ 27 ก.ค. 2560

ความไม่รู้เป็นภัยอย่างยิ่ง ทำให้การเดินทางในสังสารวัฏ์ไม่รู้จบ

การศึกษาพระธรรมเป็นหนทางเริ่มต้นที่จะออกจากความไม่รู้

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณในกุศลจิตทุกท่านค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ