พระอภิธรรม กับการตรัสสอนบุคคลในพุทธกาล
 
debit_a
วันที่  16 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20180
อ่าน  1,904

ทำไมการสอนบุคคลโดยส่วนมาก ในพระสุตันตปิฎก ทำไมพระพุทธเจ้าท่านไม่นำพระอภิธรรมล้วนๆ มาตรัสสอนคะ (ยกเว้นการเสด็จไปจำพรรษาเพื่อแสดงธรรม โปรดพุทธมารดา) เพราะเป็นการเข้าใจยากเกินไปหรือเปล่าคะ เพราะพระอภิธรรมไม่มีเรื่องของสัตว์ บุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่ธรรมล้วนๆ อาจทำให้บุคคลที่เทศนาสั่งสอนเข้าใจยาก รึเปล่าคะ เพราะท่านตรัสสอนใคร (ในพระสูตร) ก็ยังไม่เคยเห็นตรัสถึง ปัญจทวาราวัชชนจิต ปัญจทวารวิถี ฯลฯ แล้วอีกอย่างการเห็นจิตพวกนี้น่าจะยากอยู่ หรือว่าท่านตรัสสิ่งที่ง่าย ๆ เพื่อความเข้าใจก่อน แล้วเมื่อประจักษ์แล้วถึงจะเห็นสิ่งที่บริสุทธิ์เช่นพระอภิธรรมได้ค่ะ คือเรียนจากสิ่งที่เห็นก่อน แล้วไปสู่สิ่งที่เรียกว่าไม่มีอะไรเลย


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  สัตว์โลกมากไปด้วยกิเลส และสะสมอุปนิสัยและอัธยาศัยมาแตกต่างกันไปครับ ดังนั้นพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง จึงมีถึง 3 ปิฎก หรือ แปดหมื่นสี่พันธรรมชันธ์  ไม่ใช่เฉพาะพระอภิธรรม เพราะสัตว์โลกหลากหลายอัธยาศย สะสมมาไม่เหมือนกัน  ผู้ใดฟังพระวินัยได้บรรลุธรรม พระองค์แสดงพระวินัยนั้น ผู้ใดฟังพระสูตรและได้บรรลุธรรม หรือเกิดความเข้าใจพระองค์แสดงพระสูตรเรื่องนั้น กับบุคคลนั้น ผู้ใด ฟังพระอภิธรรมเข้าใจได้บรรลุธรรม พระองค์แสดงพระอภิธรรมหมวดนั้นครับ และแม้พระวินัย ก้ยังแบ่งเป็นอีกมากมาย หลายหมวดข้อธรรม    ก็เพราะสัตว์โลกมีมากมาย อัธยาศัย การสะสมต่างกัน ผู้ใดฟังเรื่องอะไรเข้าใจ ก็ทรงแสดงเรื่องนั้นครับ สำหรับพระสูตรก็มีมากมายหลายพระสูตร เพราะสัตว์โลกแต่ละท่านก็สะสมมาต่างๆ กัน สูตรใดสามารถเข้าใจได้ พระองค์แสดงสูตรนั้น และแม้พระอภิธรรม ก็มีมากมาย ผู้ใดเข้าใจเรื่องใดได้ พระองค์แสดงพระอภิธรรมหมวดนั้น ดังนั้น เหตุที่ไม่แสดงพระอภิธรรมอย่างเดียว   เพราะ เหตุ 2 ประการ

1.ความหลากหลายของสัตว์โลกที่สะสมมาไม่เหมือนกัน ทำให้การจะเข้าใจธรรม ก็หลากหลายไปด้วย เพราะบางบุคคลฟังพระวินัย บรรลุ บางบุคคล ฟังพระสูตรบรรลุ บางบุคคลฟังพระอภิธรรม เข้าใจแล้วบรรลุครับ
2.เหตุผลอีกประการหนึ่ง คือ แสดงถึง การละกิเลส  เนื่องด้วยกิเลสมีหลายระดับ

  พระองค์แสดงพระวินัยด้วย เพื่อให้เห็นประโยชน์ ของการละกิเลสขั้นหยาบ ที่แสดงออกมาทางกาย วาจา ที่เนื่องด้วยศีล พระองค์จึงทรงแสดงพระวินัยปิฎกด้วย แต่กิเลส ไม่ใช่มีเพียงทางกาย วาจาที่ล่วงออกมาครับ แม้ไม่ล่วงออกมาทางกายและวาจา กิเลสที่เกิดขึ้นในใจ ที่กลุ่มรุ้มจิตใจ เช่น โกรธในใจ ไม่ได้แสดงออกมา พระองค์ทรงแสดงพระสูตร เพื่อระงับกิเลส เหล่านี้ แต่กิเลสก็มีความลึกมากกว่านั้น คือ กิเลสที่แม้ไม่ปรากฎให้รู้ แต่มีอยู่ คือ อนุสัยกิเลสที่จะละด้วยปัญญาเท่านั้น พระองค์ทรงแสดง อภิธรรมที่เป็นปัญญา เพื่อละกิเลสครับ

  แต่ไม่ว่าพระองค์แสดงเรื่องอะไร ทุกคำ ใน 3 ปิฎก คำแต่ละคำ ล้วนแล้วแต่เป็นปัญญา คือ มาจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และสัตว์โลกได้เข้าใจเรื่องอะไรก็สามารถเกิดปัญญา ตรัสรู้ได้ครับ ซึ่งการตรัสรู้ บรรลุธรรม ไม่ว่าฟังพระธรรมจากหมวดใด ก็ต้องเข้าใจความจริงของสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ที่เป็นธรรมไม่ใช่เรา ประจักษ์แจ้งความจริงที่เป็นอภิธรรม คือ สภาพธรรมที่มีในชีวิตประจำวันครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 ธ.ค. 2554

  ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  ตามความเป็นจริงแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นพระวินัย  พระสูตร หรือ พระอภิธรรม  ก็ไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่มีจริงเลย พระวินัยเป็นเรื่องของพระบัญญัติต่างๆ ที่เกี่ยวกับความประพฤติเป็นไปทางกาย ทางวาจา  ซึ่งมาจากจิตใจ  ก็ไม่พ้นไปจากธรรม,  พระสูตร เป็นการแสดงพระธรรม ณ สถานที่ต่างๆ   ปรารภบุคคลต่างๆ ยกธรรมประการต่างๆ ขึ้นแสดง ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมตามความเป็นจริงส่วนพระอภิธรรม เป็นการยกธรรมล้วนๆ ขึ้นแสดง ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล  ไม่มีตัวตน เป็นธรรมที่ละเอียดยิ่ง  ซึ่งเมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมเข้าใจแล้วก็ทำให้ศึกษาพระวินัย  พระสูตรเข้าใจได้ด้วย เพิ่มพูนความมั่นคงในความเป็นจริงของสภาพธรรมมากยิ่งขึ้น
   
   พระอภิธรรม ยาก  แต่สามารถเข้าใจได้
เมื่อได้เริ่มฟัง เริ่มศึกษา สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ การฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ด้วยความละเอียดรอบคอบเท่านั้น ที่จะเป็นไปเพื่อขัดเกลาละคลายกิเลสในชีวิตประจำวัน สำคัญอยู่ที่ความเข้าใจถูก เห็นถูกตั้งแต่ต้นว่า สิ่งที่มีจริงเป็นธรรม ไม่ว่าจะแสดงโดยพระวินัย พระสูตร หรือพระอภิธรรม ก็เพื่อเข้าใจธรรม ตามความเป็นจริงนั่นเอง พระธรรมทุกคำมีค่ามาก เพราะเป็นพระปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครับ   
   ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 16 ธ.ค. 2554

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม  ทั้ง 3  ปิฏก คือ พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม เพราะแต่ละบุคคล สะสมกรรม   กิเลส  และปัญญา  มาไม่เหมือนกัน และจริตแต่ละคนก็ต่างกัน  พระพุทธเจ้าจึงแสดงธรรมะไว้หลากหลาย  เพื่อให้เหมาะกับอัธยาศัยแต่ละคนค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
debit_a
วันที่ 16 ธ.ค. 2554

สาธุๆ ค่ะ

พระธรรมทุกคำ มีค่ามาก เพราะเป็นพระปัญญา ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ประโยคนี้โดนมากค่ะ ^ ^

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เซจาน้อย
วันที่ 16 ธ.ค. 2554

 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
homenumber5
วันที่ 17 ธ.ค. 2554

เรียนท่านเจ้าของกระทู้และท่านวิทยากรบ้านธัมมะที่เคารพ ดิฉันใคร่ขอร่วมสนทนาด้วยดังนี้ (ตามที่ดิฉันได้รับฟังและอ่านมา ๑ พระไตรปิฎกมีสามปิฎกแบ่งแยกตามที่ท่านความเห็นที่ ๑ เขียนไว้จริง ๒ในพระสุตตันตปิฏกนั้นเป็นการรวบรวมคำเทศนาสั่งสอนของพุทธองค์ในพุทธกาล ๔๕ พรรษา ดังนั้น ก่อนจะขึ้นต้นคำเทศนา จะมีคำว่าเอวัม เมสุตัง เพราะว่าท่านมหาอานนท์เป็นผู้ถ่ายทอดในการสังคายนาพระไตรปิฏกในครั้งแรก ดังนั้น การสังเกตุว่า เรื่องใดเป็นพระสูตรจึงสังเกตุคำขึ้นต้น เอวัมเมสุตัง ๒ ในพระพุทธประวัตินั้น พระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะเมื่อทรงบำเพ็ญพระบารมีครบถ้วนสมบูรณ์ ๒๐ อสงไขยแสนกัปป์แล้ว เหล่าทวยเทพ พรหมเทวา ได้อัญเชิญพระองค์มา อุบัติเป็นพระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะ เพื่อการตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญอีกหลายท่านที่มากำเนิดในชาติเดียวกันและเกี่ยวข้องกับพระมหาโพธิสัตว์ก็ได้มีการบำเพ็ญเพียรและอธิษฐานมาว่าท่านใดจะมาเป็นพุทธมารดา พุทธบิดา พระมหาอานนท์ พระอัญญาโกณฑัญญะ ท่านยัสสะ พระมหาสารีบุตร พระโมคคัลลานะ ท่านสุชาดา ท่านวิสาขา พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าปเสนทิโกสล พระเจ้าอาชาตศัตรู และพระมหาสาวก มหาอิสิสาวกอีกหลายๆ ท่าน เรียกว่า บุคคลที่เป็นสหชาติ ซึ่งแต่ละท่านได้บำเพ็ญบารมีมาตลอด เพื่อมาพบพระพุทธเจ้าบนโลกมนุษย์ เพื่อทรงฟังธรรมและบรรลุธรรมด้วยบทพระสูตรซึ่งมีเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล เช่นกัน คณะบุคคลเหล่านนี้เรียกรวม ว่า คณะโพธิญษร คือพร้อมจะบรรลุธัมมเฉียบพลันเมื่อฟังพุทธวัจจนะนั่นเอง พระสูตรนั้นเป็นเรื่องของ ผล คือ ทุก ๆ บุคคลที่กล่าวในพระสูคตรได้บรรลุมรรคผลแตกต่างกันซึ่ง ปุถุชนและสุคติบุคคลยุคหลังกึ่งพุทธกาลนี้ไม่สามารถเทียบเคียงเลียนแบบได้เลย ๒ ส่วนพระอภิธัมม นั้นมีถึง ๔๒๐๐๐ พระธรรมขันธ์และ พุทธมารดา ทรงอธิษฐานจะมาฟังการเทศนาพระอภิธัมมเช่นเดียวกัน และ พระอภิธัมมนี้ เป็นการเทศนาถึงเหตุ เพื่อให้กระทำจนถึงพระนิพพาน เท่านั้น โดยส่วนที่มีบันทึกในพระไตรปิฏกที่มีวางอยู่ทั่วไป โดยมากจะมีคำว่า เป อยู่ท้ายบางบรรทัด นั่นคือมีการตัดข้อความบางส่วนออกไป จึงอาจขาดความสมบูรณ์ลงบ้าง พระอภิธัมมเป็นเหตุ คือการสิกขา เรื่องจิต เจตสิก รูป เพื่อให้ไปถึงซึ่งพระนิพพาน ซึ่งบุคคลในพุทธกาลท่านทั้งหลายก็ทราบกันทะลุปรุโปร่งอยู่แล้ว ท่านจึงมาอธิษฐานมาเป็นสหชาติร่วมกับพุทธองค์ หากสุคติบุคคลมีสัทธา ปรารถนามัคผลนิพพาน ควรสิกขาพระอภฺธัมให้ลึกซึ้ง เพราะเป็นการสิกขาเหตุแห่งการพ้นทุกข์อย่างถาวร มิใช่การเลียนแบบบุคคลในพุทธกาลที่ปรากฏในพระสุตรว่าท่านนั้น ๆ ฟังธรรมข้อนั้นๆ แล้วบรรลุมรรคผลนั้น ๆ เพราะธรรมเหล่านั้นในพระสูตรพระพุทธองค์ทรงทอดข่ายพระญาณก่อนไปพบและแสดงธัมมแก่บุคคลเหล่านั้นโดยเฉพาะ หากท่านสังเกตุจากการอ่านพระสุตรจะพบว่า พุทธองค์จะทรงทอดข่ายพระญาณทราบว่า วันนี้จะพบท่านองคุลีมาลและจะเทศนา ธัมมข้อนั้นแด่ท่านองคุลีมาลเป็นต้น(ขอทราบจากท่านวิทยากรว่า ที่ดิฉันฟังมาเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่) ๓ ฟังมาอีกว่า เมื่อ๗ราตรีกาลก่อนพระพุทธนิพพานครบ ๕๐๐๐ปี พุทธองค์ จะทรงรวบรวมพระอธาตุ และจีวรอัฐบริขาร เพื่อมาแสดงธัมมอีกครั้งในสวรรค์ ตรงใกล้กับ พระเกศแก้วจุฬามณี (จำชื่อสวรรค์มิได้) และเพลานั้นผู้ที่เป็นเทวดาเหนือกว่าชั้นจาตุมมหาราชิกาขึ้นไป และพรหม จะมาฟังธรรมและสามารถบรรลุธรรมได้แล้วแต่ว่าได้สะสมการสิกขาธัมมมาเพียงใด ซึ่งการฟังธรรมในกาลดังกล่าวนี้ สัตวในอบายภูมิ มนษย์ เทวดาชั้นจาตุมฯ พระอสัญญสัตตาพรหม อรูปพรหม ไม่สามารถมาฟังธรรมดังกล่าว ดังนั้น สุคติบุคคลยุคหลังพุทธกาลควรสะสม การฟังธรรมโดยเฉพาะพระอภิธัมม ๔๒๐๐๐ พระธรรมขันธ์เพื่อ ให้สะสม จนกว่าจะมีโอกาสฟังธรรมในกาลดังกล่าว ถูกผิดอย่างไร ดิฉันขอรับผิดแต่ผู้เดียว และขอขมาต่อพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยหากดิฉันฟังมาผิดและขอโอกาส ได้สิกขาธัมมปรมัตถธัมมที่แท้จริงจากพระพุทธวัจจนะของพระองค์ ในชาตินี้ด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
paderm
paderm
วันที่ 17 ธ.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 6 ครับ

   การตรัสรู้ธรรมของสัตว์โลก มีหลากหลายนัยดังนี้นะครับ คือ พุทธเวไนย สัตว์โลกที่ตรัสรู้ด้วย พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ธรรมเวไนย คือ สัตว์โลกที่ฟัง ศึกษาพระธรรม แล้วบรรลุ สาวกเวไนย คือ ผู้ที่ฟังพระธรรมจาก สาวกพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุครับ

   ซึ่ง พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้จำกัดว่า ใคร บุคคลใด จะฟังเพียงพระอภิธรรมถึงบรรลุ และคนยุคหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ฟังพระอภิธรรมเท่านั้น จึงจะบรรลุ ไม่เช่นนั้นครับ เพราะมี กลุ่ม ธรรมเวไนย คือ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม บรรลุก็มี แม้อ่านพระสูตร ก็บรรลุได้ แต่ขณะที่บรรลุ ต้องรู้ตัวธรรมที่เป็นพระอภิธรรมครับ และมี สาวกเวไนย คือ ได้ฟังพระธรรมจากสาวก แล้วถึง บรรลุ เช่น สมัยที่พระมหินเถระ ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ ศรีลังกา หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน สองร้อยกว่าปี ท่านพระมหินเถระ แสดงพระสูตร สัตว์ก็ได้บรลุมากมาย ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพระอภิธรรม ในยุคหลังเท่านั้น สัตว์ถึงจะบรรลุได้ครับ

   ส่วนประเด็นที่ เมื่อพระพุทธศาสนาจะอันตรธาน พระธาตุจะมารวมกัน เทวดาเท่านั้นที่จะเห็น ซึ่ง ข้อความที่ยกมา อ้างว่า มีการแสดงธรรม และมีการบรรลุ แต่ในความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในพระไตรปิฎกนั้น  ไม่เป็นเช่นนั้นเลยครับ   คือ ไม่มีการแสดงธรรม เป็นแต่เพียง พระธาตุมาประชุมรวมกันที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ปรากฎเป็นรูปพระพุทธเจ้าอีกครั้ง ไม่มีมนุษย์ มีแต่เทวดามาประชุมกัน  ไม่มีการแสดงธรรม จึงไม่มีการบรรลุธรรมใด ๆ ทั้งสิ้นครับ และเตโชธาตุ คือ ไฟก็ลุกโชน เผาพระบรมสารีริกธาตุจนหมดสิ้น เป็นอันแสดงถึง การอันตรธานจนหมดของพระศาสนานี้ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
homenumber5
วันที่ 18 ธ.ค. 2554

เรียนท่านความเห็นที่ ๗ ขออนุโมทนาท่านวิทยากรที่อธิบาย โดยสรุปจากข้อความของท่านหมายความว่า ๑ ต่อนี้ไปจะหารสัตวบรรลุธรรมไม่ได้เลยใช่ไหมคะเนื่องจากไม่มีการแสดงธรรมโดยอริยะบุคคลใดๆ ๒หากคำตอบข้อ๑ ใช่ แล้วการที่ เรามาฟังธรรมพระพุทธเจ้าให้เข้าใจสภาวะธรรมอยู่นี้ เรากำลังบำเพ็ญบารมีอะไร และเราจะมีความหวังได้บรรลุธรรมกันอีก ได้ไหมคะ หากว่าได้บรรลุธรรม จะไปบรรลุเอาเมื่อไร คะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
paderm
paderm
วันที่ 18 ธ.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 8 ครับ

  จากที่กระผมได้กล่าวไว้ในความคิดเห็นที่ 7 แสดงถึงผู้บรรลุ ด้วย ธรรมเวไนยด้วย คือ ได้อ่านพระธรรม ศึกษาพระธรมที่พระพุทะเจ้าทรงแสดงไว้ครับ มี พระไตรปิฎก เป็นต้น โดยพระไตรปิฎก ก็มีทั้ง 3 ปิฎกครับ ส่วน บรรลุด้วย สาวกเวไนยก็มี คือ อาศัยการฟังพระธรรม จาก ผู้ที่ศึกษาธรรมและเข้าใจถูกต้อง ก็สามารถบรรลุได้ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
pat_jesty
วันที่ 18 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 20 ธ.ค. 2554
ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
homenumber5
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

 ขออนุโมทนา ท่านความเห็นที่ 7 และ 9 ค่ะ

โดยสรุปคือ เวไนยสัตวสามารถอ่านและฟังพระไตรปิฎกจนกว่าจะบรรลุธัมมได้ 

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
thilda
วันที่ 1 ธ.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
่jurairat91
่jurairat91
วันที่ 15 ก.พ. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ