อนิจจสูตร เป็นต้น ... วันเสาร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔
 
มศพ.
วันที่  16 ก.ค. 2554
หมายเลข  18752
อ่าน  1,943

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺสพุทฺธํ  สรณํ  คจฺฉามิ

ธมฺมํ  สรณํ  คจฺฉามิ
สงฺฆํ  สรณํ  คจฺฉามิ•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••
... สนทนาธรรมที่ ...


   มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (ม.ศ.พ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์ที่  ๒๓  กรกฎาคม  ๒๕๕๔  เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. คือ

 
 อนิจจวรรคที่  ๒

๑.  อนิจจสูตรที่  ๑

(ว่าด้วยความไม่เที่ยงแห่งขันธ์  ๕)เป็นต้น ...จาก...

 

  พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓    หน้า ๕๑

(ภาพแสดงบรรยากาศการสนทนาธรรมที่มูลนิธิฯ ในวันอาทิตย์ที่ ๖ มี.ค. ๒๕๕๔)

   ...นำสนทนาโดย...

 ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์  และ คณะวิทยากร



   

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓    หน้า ๕๑


  อนิจจวรรคที่  ๒

  ๑.  อนิจจสูตรที่  ๑

  (ว่าด้วยความไม่เที่ยงแห่งขันธ์  ๕)

     [๓๙]  ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้  สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้า  ประทับอยู่ณ  พระวิหารเชตวัน  อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  ใกล้กรุงสาวัตถี  ณ  ที่นั้นแล   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง   เวทนาไม่เที่ยง   สัญญาไม่เที่ยง  สังขารไม่เที่ยง   วิญญาณไม่เที่ยง  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว   เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป แม้ในเวทนา  แม้ในสัญญา  แม้ในสังขาร  แม้ในวิญญาณ  เมื่อเบื่อหน่าย  ย่อมคลายกำหนัด  เพราะคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น  เมื่อหลุดพ้นแล้ว  ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว  อริยสาวกนั้น  ย่อมรู้ชัดว่า  ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้  มิได้มี.

   จบ  อนิจจสูตรที่  ๑.

 
   
๒.  ทุกขสูตรที่  ๑

  (ว่าด้วยความเป็นทุกข์แห่งขันธ์  ๕)

[๔๐]  กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  ฯลฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  รูปเป็นทุกข์เวทนาเป็นทุกข์   สัญญาเป็นทุกข์  สังขารเป็นทุกข์  วิญญาณเป็นทุกข์  อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว  เห็นอยู่อย่างนี้  ฯลฯ  ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ  ทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.

     จบ  ทุกขสูตรที่ ๑.

 

 
.  อนัตตสูตรที่  ๑

 (ว่าด้วยความเป็นอนัตตาแห่งขันธ์  ๕)

  [๔๑]   กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  ฯลฯ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตาเวทนาเป็นอนัตตา  สัญญาเป็นอนัตตา  สังขารเป็นอนัตตา   วิญญาณเป็นอนัตตาดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว  เห็นอยู่อย่างนี้  ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูปแม้ในเวทนา   แม้ในสัญญา  แม้ในสังขาร  แม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย  ย่อมคลายกำหนัด  เพราะคลายกำหนัด   จึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว  ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว  ย่อมรู้ชัดว่า  ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำ  ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.

   จบ  อนัตตสูตรที่  ๑.

 
๔.  อนิจจสูตรที่  ๒

  (ว่าด้วยความไม่เที่ยงแห่งขันธ์  ๕)

  [๔๒]   กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  ฯลฯ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  รูปไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง   สิ่งนั้นเป็นทุกข์   สิ่งใดเป็นทุกข์  สิ่งนั้นเป็นอนัตตา  สิ่งใดเป็นอนัตตา  สิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา  เราไม่เป็นสิ่งนั้น   นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา  ข้อนี้  อริยสาวก  พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ เวทนาไม่เที่ยง ฯลฯ สัญญาไม่เที่ยง  ฯลฯ สังขารไม่เที่ยง  ฯลฯ  วิญญาณไม่เที่ยง   สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นเป็นทุกข์  สิ่งใดเป็นทุกข์   สิ่งนั้นเป็นอนัตตา  สิ่งใดเป็นอนัตตา  สิ่งนั้นไม่ใช่ของเราเราไม่เป็นสิ่งนั้น  นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา ข้อนี้  อริยสาวกพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้  อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว  เห็นอยู่อย่างนี้  ฯลฯ ย่อมรู้ชัดว่า  ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.

  จบ  อนิจจสูตรที่  ๒.

 

 
   ๕.  ทุกขสูตรที่ ๒

 (ว่าด้วยความเป็นทุกข์แห่งขันธ์  ๕)

  [๔๓]  กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  ฯลฯ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   รูปเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา  สิ่งใดเป็นอนัตตา  สิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นสิ่งนั้น นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา  ข้อนี้  อริยสาวก  พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้  เวทนาเป็นทุกข์ ฯลฯ  สัญญาเป็นทุกข์  ฯลฯ  สังขารเป็นทุกข์  ฯลฯ วิญญาณเป็นทุกข์  สิ่งใดเป็นทุกข์  สิ่งนั้นเป็นอนัตตา  สิ่งใดเป็นอนัตตา  สิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา  เราไม่เป็นสิ่งนั้น  นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา ข้อนี้อริยสาวกพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้  อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้  ฯลฯ  ย่อมรู้ชัดว่า  ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.

จบ  ทุกขสูตรที่  ๒.

 

   
   ๖.  อนัตตสูตรที่  ๒

  (ว่าด้วยความเป็นอนัตตาแห่งขันธ์  ๕)

[๔๔]  กรุงสาวัตถี.  ณ  ที่นั้นแล  ฯลฯ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  รูปเป็นอนัตตา รูปนั้นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นรูปนั้น นั้นไม่ใช่ตัวตนของเราข้อนี้ อริยสาวกพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้  เวทนาเป็นอนัตตา ฯลฯ สัญญา  เป็นอนัตตา ฯลฯ  สังขารเป็นอนัตตา ฯลฯวิญญาณเป็นอนัตตา  ฯลฯ  ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้  ฯลฯ  ย่อมรู้ชัดว่า  ชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว  กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้  มิได้มี.

  จบ  อนัตตสูตรที่ ๒. 


  ความคิดเห็น 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 ก.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
  ข้อความโดยสรุป อนิจจสูตร-ทุกขสูตร-อนัตตสูตร ที่ ๑ (ว่าด้วยความไม่เที่ยง-เป็นทุกข์-เป็นอนัตตาของขันธ์ ๕)
   พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงว่า  รูป เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ  (ขันธ์ ๕)ไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา  อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นตามความเป็นจริงอยู่อย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย  คลายกำหนัด  หลุดพ้น  มีปัญญาหยั่งรู้ว่าชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้  มิได้มี.  -----------------------------------------

  ข้อความโดยสรุป   อนิจจสูตร-ทุกขสูตร-อนัตตสูตร ที่ ๒ (ว่าด้วยความไม่เที่ยง-เป็นทุกข์-เป็นอนัตตาของขันธ์ ๕)
  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา  เมื่อเป็นอนัตตาก็ไม่ใช่ของเรา  เราไม่เป็นนั้น  นั้นไม่ใช่ตัวตนของเรา   อริยสาวกพึงเห็นชอบด้วยปัญญาอย่างนี้  เมื่ออริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นตามความเป็นจริงอยู่อย่างนี้  ย่อมเบื่อหน่าย  คลายกำหนัด  หลุดพ้น   มีปัญญาหยั่งรู้ว่าชาติสิ้นแล้ว  พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว  กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้  มิได้มี.
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ ครับ อยากทราบว่า อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา มีความหมายว่าอะไรครับ อนิจฺจํ - ทุกฺขํ [ราหุลสังยุต]  ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา   ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ทรงแสดงอนิจจัง ทุกขัง เพื่อให้เห็นอนัตตาใช่หรือไม่ครับ ? อยากทราบความเป็น อนัตตา รู้ทุกข์... อยู่พรหมจรรย์ เป็นอย่างไร? ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็น 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 16 ก.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 3  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 16 ก.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 4  
 
peem
วันที่ 17 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 17 ก.ค. 2554
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 6  
 
Jans
Jans
วันที่ 17 ก.ค. 2554

ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา

ขอบคุณและขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็น 7  
 
หลานตาจอน
วันที่ 18 ก.ค. 2554
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 8  
 
ผิน
วันที่ 19 ก.ค. 2554
ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 9  
 
paew_int
paew_int
วันที่ 20 ก.ค. 2554
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็น 10  
 
Noparat
วันที่ 20 ก.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
นายเรืองศิลป์
นายเรืองศิลป์
วันที่ 21 ก.ค. 2554

อนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
wittawat
วันที่ 22 ก.ค. 2554
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็น 13  
 
นายเรืองศิลป์
นายเรืองศิลป์
วันที่ 28 ธ.ค. 2554

อนูโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ