ได้ยินแล้วคิด_27
 
Khaeota
วันที่  2 ส.ค. 2553
หมายเลข  16854
อ่าน  784


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เคยได้ยิน
  ท่าน อ. สุจินต์  แสดง

"อโคจร - โคจร - โคจร 3" ได้ยินแล้วคิด...

คืออะไร สถานที่ อารมณ์... ธรรมขณะใด...ได้ชื่อว่า"อโคจร - โคจร - โคจร 3" 

เพราะเหตุใด
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ


Tag  อโคจร โคจร โคจร 3 ได้ยินแล้วคิด_27

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 3 ส.ค. 2553

เชิญคลิกอ่าน...โคจรเป็นไฉน

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 3 ส.ค. 2553

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัยโคจรคือการเที่ยวไป การเที่ยวไปในสถานที่ของบุคคล

และอีกนัยหนึ่งคือการเที่ยวไปของจิตและรูป(โคจรรูป)

สำหรับอโคจร

โดย prachern.s

คำว่า "อโคจร"   หมายถึง สถานที่ที่ไม่ควรเที่ยวไป ในอรรถกถา   ท่านอธิบายเกี่ยวกับบรรพชิตโดยตรง    คือเมื่อไปสถานที่  ที่ไม่ควรไปจะทำให้เป็นอันตราย แก่พรหมจรรย์ และทำให้   อกุศลธรรมเจริญขึ้น   เช่น ที่อยู่ของหญิงแพศยา หญิงหม้าย   โรงมหรสพโรงสุรา หรือตามห้าง เป็นต้น  ******************** 

โคจร  ๓

โดย เมตตา

“โคจร  ๓ อย่าง”

โคจรมี ๓ อย่าง  คือ อุปนิสัยโคจร ๑  อารักขโคจร ๑  อุปนิพันธโคจร ๑ 

ใน ๓ อย่างนั้น  ภิกษุใด ประกอบด้วยคุณ คือ กถาวัตถุ ๑๐   มีมิตรดีงาม  มีลักษณะดังกล่าวแล้ว   ซึ่งอาศัยแล้ว   ย่อมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง    ย่อมทำสิ่งที่เคย  ฟังแล้วให้ผ่องแผ้ว  ตัดความสงสัยเสียได้  ทำความเห็นให้ตรง  ทำจิตให้เลื่อมใส  ซึ่งเมื่อศึกษาตาม  ย่อมเจริญด้วยศรัทธา   ด้วยศีล  ด้วยสุตะ   ด้วยจาคะ  และด้วยปัญญา    นี้ท่านเรียกว่า อุปนิสัยโคจร

ภิกษุใด เข้าไปสู่ละแวกบ้าน เดินไปตามถนน  มีตาทอดลงแลดูชั่วแอก เดินสำรวมจักขุนทรีย์ไป  ไม่เดินแลพลช้าง  ไม่เดินแลพลม้า    ไม่เดินแลพลรถ   ไม่เดินแล  พลราบ   ไม่เดินแลหญิง   ไม่เดินแลชาย   ไม่แหงนดู  ไม่ก้มดู  ไม่เดินเหลียวแลดู ตามทิศน้อยใหญ่ นี้   ท่านเรียกว่า  อารักขโคจร 

ส่วน  อุปนิพันธโคจร  ได้แก่ สติปัฏฐาน ๔  อันเป็นที่ซึ่ง  ภิกษุเข้าไปผูกจิตของตนไว้สมจริงดังที่  พระผู้มีพระภาคเจ้า  ได้ตรัสไว้ว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อะไร  เป็นโคจร   คือเป็นอารมณ์ อันเป็นของบิดาของตนของภิกษุ  คือ  สติปัฏฐาน ๔  ในโคจร ๓ อย่างนั้น  เพราะอุปนิสัยโคจรท่านกล่าวไว้ก่อนแล้ว   ในที่นี้พึงทราบ  โคจร ๒  อย่าง   นอกนั้น  ภิกษุนั้นชื่อว่า  ผู้สมบูรณ์ด้วยอาจาระ และโคจร   เพราะประกอบด้วยอาจารสมบัติตามที่กล่าวแล้ว  และโคจรสมบัตินี้    ด้วยประการฉะนี้.

(จาก..ปรมัตถทีปนี  อรรถกถา      พระสุตตันตปิฎก  ขุททกนิกาย   อุทาน  เมฆิยสูตร  เล่มที่ ๔๔  หน้าที่ ๓๙๕

คำแปลโดยศัพท์    อุปนิสัยโคจร หรือ    อุปนิสยโคจร  หมายถึง    อารมณ์เป็นที่ท่องเที่ยวไปของจิต   อันเป็นเหตุทำให้ได้ที่พึ่งที่มีกำลัง  (ซึ่งหมายถึง การคบกัลยาณมิตร

จึงได้ที่พึ่งที่อาศัยที่มีกำลัง  เพราะจะทำให้เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา  ศีล  สุตะ จาคะ 

และปัญญา เมื่อศึกษาตามกัลยาณมิตร นั้น)

แปลโดยศัพท์ อารักขโคจร หมายถึง  อารมณ์เป็นที่ท่องเที่ยวไปของจิต  อันเป็นเหตุทำให้มีการรักษา (ไม่ให้อกุศลจิตเกิดขึ้น)  

แปลโดยศัพท์   อุปนิพันธโคจร  หมายถึง  อารมณ์เป็นที่ท่องเที่ยวไปของจิต อันเป็นเหตุทำให้สติเข้าไปผูกพันไว้   (ซึ่งหมายถึง   สติปัฏฐาน ๔  อันเป็นที่ซึ่งภิกษุเข้า

ไปผูกพันจิตไว้   กล่าว คือ   เป็นผู้มีปกติเจริญสติปัฏฐาน    ระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลัง

ปรากฏ  และที่สำคัญ    สติปัฏฐาน ๔ นี้  พระอริยเจ้าทั้งหลาย  มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น

ทรงอบรมเจริญมาแล้ว).

ขออนุโมทนา อ.คำปั่นที่กรุณาส่งรายละเอียด "โคจร  ๓ อย่าง"ให้ค่ะอุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 3 ส.ค. 2553

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 6 ส.ค. 2553

โคจรคือการเที่ยวไป การเที่ยวไปในสถานที่ของบุคคล

และอีกนัยหนึ่งคือการเที่ยวไปของจิตและรูป(โคจรรูป)

...ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
รากไม้
วันที่ 9 ส.ค. 2553

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 12 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
saifon.p
วันที่ 14 ส.ค. 2553

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ