อธิบายการทำกัปปิยะและวัตถุที่ใช้ทำกัปปิยะ [มหาวิภังค์]
 
Khaeota
วันที่  19 มิ.ย. 2553
หมายเลข  16529
อ่าน  8,037


                           พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๒ - หน้าที่ 282

                         อธิบายการทำกัปปิยะและวัตถุที่ใช้ทำกัปปิยะ

        ก็การกระทำกัปปิยะในสิกขาบทนี้     บัณฑิตพึงทราบโดยกระแสแห่ง

สูตรนี้ว่า   ภิกษุทั้งหลาย  เราอนุญาต   เพื่อบริโภคผลไม้  ด้วยสมณกัปปะ 

(สมณโวหาร) ๕  คือ   ผลที่จี้ด้วยไฟ  ที่แทงด้วยมีด  ที่จิกด้วยเล็บ   ผลที่

ไม่มีเมล็ด   ที่ปล้อนเม็ดออกแล้ว   เป็นที่คำรบ   ๕.๑

        บรรดาบทเหล่านั้น    บทว่า   อคฺคิปริจิตํ   มีอรรถว่า  ฉาบ  คือ  ลวก

เผา   จี้แล้วด้วยไฟ. 

        บทว่า    สตฺถกปริจิตํ    มีอรรถว่า  จด   คือ  ฝาน  ตัด  หรือ แทงแล้ว

ด้วยมีดเล็ก ๆ.  ในข้อว่า   จิกด้วยเล็บ   ก็นัยนั้นนั่นแล.   ผลไม้ที่ไม่มีเมล็ด

และผลไม้ที่ปล้อนเมล็ดออกแล้ว   เป็นกัปปิยะด้วยตัวมันเองแท้.

        ภิกษุเมื่อจะทำกัปปิยะด้วยไฟ   พึงทำกัปปิยะด้วยบรรดาไฟฟืนและไฟ

โคมัยเป็นต้น   อย่างใดอย่างหนึ่ง   โดยที่สุดแม้ด้วยแต่งโลหะที่ร้อน.  ก็แล

วัตถุนั้นจับไว้ข้างหนึ่ง   พึงกล่าวคำว่า   กัปปิยัง    แล้วทำเถิด.

        เมื่อจะทำด้วยมีด.   แสดง รอยตัด   รอยผ่า   ด้วยปลาย   หรือด้วยคม

แห่งมีดที่ทำด้วยโลหะอย่างใดอย่างหนึ่ง    โดยทีสุดแม้แห่งเข็มและมีดตัด

เล็บ  เป็นต้น.   พึงกล่าวว่า   กัปปิยัง   แล้วทำเถิด.

        เมื่อจะทำกัปปิยะด้วยเล็บ    อย่าพึงทำด้วยเล็บเน่า.   ก็เล็บของพวก

มนุษย์   สัตว์ ๔ เท้า   มีสีหะ  เสือโคร่ง   เสือเหลือง  และลิง เป็นต้น  และ

แห่งนกทั้งหลาย    เป็นของแหลมคม,   พึงทำด้วยเล็บเหล่านั้น.   กีบแห่ง

สัตว์   มีม้า   กระบือ   สุกร   เนื้อ   และโค เป็นต้น   ไม่คม  อย่าพึงทำด้วย

กีบเหล่านั้น.. แม้ทำแล้วก็ไม่เป็นอันทำ.   ส่วนเล็บช้าง ไม่เป็นกีบ.   จะทำ

กัปปิยะด้วยเล็บช้างเหล่านั้น     ควรอยู่     แต่การทำกัปปิยะด้วยเล็บเหล่า

ใด สมควร,  พึงแสดง  การตัด  การจิก ด้วยเล็บเหล่านั้น  ที่เกิดอยู่ในที่นั้น

ก็ดี  ที่ยกขึ้นถือไว้ก็ดี  กล่าวว่า  กัปปิยัง   แล้วกระทำเถิด.

        บรรดาพืชเป็นต้นเหล่านั้น       ถ้าแม้นว่า  พืชกองเท่าภูเขาก็ดี     ต้นไม้

จำนวนพันที่เขาตัดแล้ว   ทำให้เนื่องเป็นอันเดียวกันกองไว้ก็ดี  อ้อยมัดใหญ่ที่

เขามัดรวมไว้ก็ดี,   เมื่อทำพืชเมล็ดหนึ่ง   กิ่งไม้กิ่งหนึ่ง หรืออ้อยลำหนึ่งให้เป็น

กัปปิยะแล้ว     ย่อมเป็นอันทำให้เป็นกัปปิยะแล้วทั้งหมด.     อ้อยลำและไม้ฟืน

เป็นของอันเขามัดรวมกันไว้.   อนุปสัมบัน  จะแทงไม้ฟืนด้วยตั้งใจว่า    เราจัก

กระทำอ้อยให้เป็นกัปปิยะ   ดังนี้   ก็ควรเหมือนกัน.  แต่ถ้าเป็นของที่เขาผูกมัด

ด้วยเชือกหรือด้วยเถาวัลย์ใด จะแทงเชือกหรือเถาวัลย์นั้น ไม่ควร.ชนทั้งหลาย

บรรจุกระเช้าให้เต็มด้วยลำอ้อยท่อนแล้วนำมา.  เมื่อทำอ้อยท่อนลำหนึ่งให้เป็น

กัปปิยะแล้ว   อ้อยท่อนทั้งหมด   ย่อมเป็นอันทำให้กัปปิยะแล้วเหมือนกัน.

        ก็ถ้าว่า    พวกทายกนำภัต    ปนกับพริกสุก เป็นต้นมา    เมื่อภิกษุกล่าวว่า

จงกระทำกัปปิยะ      ถ้าแม้นว่า      อนุปสัมบัน แทงที่เมล็ดข้าวสวย     ก็สมควร

เหมือนกัน.     แม้ในเมล็ดงาและข้าวสารเป็นต้น     ก็นัยนั้นนั่นแล.    แต่พริกสุก

เป็นต้นนั้น   ที่เขาใส่ลงในข้าวต้ม   ไม่ตั้งอยู่ติดเนื่องเป็นอันเดียวกัน.     บรรดา

พริกสุกเป็นต้นนั้น  พึงทำกัปปิยะแทงที่ละเมล็ดนั่นเทียว.  เยื่อในแห่งผลมะขวิด

เป็นต้น    ร่อนเปลือกแล้วคลอนอยู่   (หลุดจากกะลาคลอนอยู่ข้างใน)   ภิกษุพึง

ให้ทุบแล้ว  ให้ทำกัปปิยะ.     (ถ้า)     ยังติดเนื่องเป็นอันเดียวกัน     (กับเปลือก),

จะทำ   (กัปปิยะ)   แม้ทั้งเปลือก   (ทั้งกะลา)   ก็สมควร .


Tag  การทำกัปปิยะ พระวินัยปิฎก วัตถุที่ใช้ทำกัปปิยะ อธิบาย

เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ