วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย..
 
prachern.s
วันที่  7 มิ.ย. 2553
หมายเลข  16397
อ่าน  2,894

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑- หน้าที่ 485

หากมีคำถามว่า  วิญญาณไหน มีเพราะสังขารไหนเป็นปัจจัย  

ตอบว่า  กุศลวิบากจิต ๑๖ ดวง คือ จักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นกุศลวิบาก ๕ ดวง  มโนธาตุ  ที่เป็นกุศลวิบาก ๑ ดวง  มโนวิญญาณธาตุ (กุศลวิบาก) ๒ ดวง  กามาวจรมหาวิบาก ๘ ดวง มีเพราะปุญญาภิสังขารที่เป็นกามาพจรเป็นปัจจัย

รูปาวจรวิบาก ๕ ดวง เกิดเพราะปุญญาภิสังขารที่เป็นรูปาวจรเป็นปัจจัย 

วิญญาณมี  ๒๑ ดวง มีเพราะปุญญาภิสังขารเป็นปัจจัยด้วยประการฉะนี้.

อนึ่ง วิญญาณ ๗ ดวง คือ จักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นอกุศลวิบาก ๕ ดวง  มโนธาตุ (สัมปฏิจฉันนจิต) ๑ ดวง  มโนวิญญาณธาตุ ๑ ดวง มีเพราะอปุญญาภิสังขารเป็นปัจจัย...  วิญญาณ ๔ ดวงอย่างนี้ คือ อรูปวิบาก ๔ ดวง มีเพราะอาเนญชาภิสังขารเป็นปัจจัย

... ปุญญาภิสังขารจำแนกด้วยเจตนา ๘ ดวง นี้กามาพจรได้ปัจจัย ๒ อย่าง คือ ด้วยกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกัน และด้วยอุปนิสสยปัจจัยในปฏิสนธิ แก่วิปากวิญญาณ ๙ ดวง 

... อปุญญาภิสังขาร จำแนกโดยอกุศลเจตนา ๑๒ ดวง เป็นปัจจัยใน ปฏิสนธิกาล ไม่เป็นปัจจัยในปวัตติกาล   แก่วิญญาณ ๑ ดวง ในกามภพทุคติ-ภูมิเหมือนกันนั่นแหละ  เป็นปัจจัยในปวัตติ ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาล แก่วิญญาณ ๖ ดวง เป็นปัจจัยทั้งในปวัตติกาล และปฏิสนธิกาลเหมือนอย่างนั้นแหละแก่อกุศลวิปากวิญญาณ ๗ ดวง แต่ในกามภพสุคติภูมิ เป็นปัจจัยในปวัตติกาล ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลแก่อกุศลวิปากวิญญาณ ๗ ดวงเหล่านั้น เหมือนกันนั่นแหละ.....

....ก็อาเนญชาภิสังขารเป็นปัจจัยเหมือนกันนั่นแหละแก่วิปากวิญญาณ  ๔ ดวงทั้งในปวัตติกาล ทั้งในปฏิสนธิกาล ในอรูปภพ.......อนึ่ง ว่าโดยกุศลและอกุศลในกามาพจร กายสังขารจำแนกโดยเจตนาทั้ง ๒๐ ดวง โดยสัพพังคาหิกนัย เป็นปัจจัย ๒ อย่าง คือ ด้วยกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกัน และด้วยอุปนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๑๐ ดวง  ในกามภพ กายสังขารนั้นนั่นแหละ เป็นปัจจัยอย่างนั้นเหมือนกันในปวัตติกาล มิใช่ในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๑๓ ดวง ในกามภพ แก่วิปากวิญญาณ ๙ ดวง ในรูปภพ. กายสังขารนั้นนั่นแหละ เป็นปัจจัยเหมือนอย่างนั้นทั้งในปวัตติกาล ทั้งในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๒๓ ดวง ในกามภพ. แม้ในวจีสังขาร ก็นัยนี้เหมือนกัน...... อีกอย่างหนึ่ง ปุญญาภิสังขาร เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายในพวกอสัญญีสัตว์ ด้วยกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกัน ด้วยประการฉะนี้แล.....


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Nongnuch
Nongnuch
วันที่ 29 พ.ย. 2553

Anumotana ka.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
homenumber5
วันที่ 20 มี.ค. 2554

เรียน ท่านเจ้าของกระทู้ ขอถามว่า

1. คนในยุคหลังกึ่งพุทธกาลนี้ เมื่อศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้แล้ว ไม่สามารถเข้าสู่โลกุตรภูมิได้ สังขารวิญญาณจะไปอยู่ไหนหรือว่าไม่มีใครบอกได้แล้วแต่ว่าศึกษาไถกทางมากน้อยเพียงใด

2. เคยได้ยินว่าเมื่อหลังพระพุทธองค์ปรินิพพานไปจนถึง ก่อนวันครบรอบปริพิพพาน 5000ปีไม่นาน พระพุทธองค์จะทรงรวบรวม พระอัฐฐิตุนลฯ เพื่อมาทรงแสดงพระอภิธรรมแก่ เทพพรหม เทวา ในสวรรค์ ข้อนี้มีความเป็นมาอย่างไร  

3. ถ้าข้อ 2มีจริงในพระไตรปิฏก คน อย่างเราๆ ที่มาฟังธรรม ในปัจจุบันนี้ จะได้ไปฟังธรรมครั้งนี้ไหมคะ และถ้าได้ไป ต้องสร้างเหตุปัจจัยอย่างไร บ้าง

4. เคยทราบว่า อีกไม่นาน โลกจะขาดพระพุทธศาสนาและต้องรอคอยจนกว่าพระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสรู้ ก่อนที่พระศรีอาริยเมตรัยมาตรัสรู้นั้น คนในโลกนี้จะเดือดร้อนสาหัส และตนดีๆ จะต้องแอบในถ้ำเพื่อภาวนา ดังนั้นพวกเราต้องรีบสร้างกุสลเพื่อไปใพ้นจากกลียุคนี้ เราจะทำไก้อย่างไร

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
prachern.s
วันที่ 24 มี.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 2

๑. ผู้ที่ศึกษาและประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน เมื่อยังไม่บรรลุเป็น พระอริยบุคคลการกระทำดังกล่าวก็สะสมเป็นอุปนิสัยปัจจัยต่อไปในอนาคต

๒. มีปรากฏในอรรถกถาว่า ในอนาคต เมื่อหมดผู้มีศรัทธาศึกษาฯ พระธาตุก็ จะมารวมกันแสดง.... จากนั้นก็มีไฟลุกไหม้ พระศาสนาก็ชื่อว่าหมดไปจากโลกนี้..

๓. ในอนาคตไม่สำคัญเท่าขณะนี้ครับ ว่ากำลังทำอะไรอยู่

๔. ไม่ประมาทในการเจริญกุศลธรรมทุกประการครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
boonpoj
วันที่ 3 เม.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Suth.
Suth.
วันที่ 17 ก.ค. 2557

เรียนท่านเจ้าของกระทู้

คำอธิบายข้างต้น คัดมาจากอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ฯ สำหรับกระผม ยังยากที่จะเข้าใจ ถ้าจะกรุณาอธิบายให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจขึ้นอีก จะได้หรือไม่ ถ้าได้ กรุณาด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 19 เม.ย. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 17 พ.ค. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ