อุตุ ปุคคล โภชนะ สัปปายะ
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  4 ส.ค. 2552
หมายเลข  13082
อ่าน  2,160

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 733

     จะทราบชัดว่า  อาศัยวัตถุอยู่.
     กรชกายชื่อว่า วัตถุ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาว่า ก็แลวิญญาณของเรานี้อาศัยอยู่ในกรชกายนี้  ผูกพันอยู่ในกรชกายนี้.

     โดยเนื้อความ  พระโยคาวจรนั้นย่อมเห็นทั้ง(มหา)ภูตรูป ทั้งอุปาทายรูปเมื่อเป็นเช่นนี้ในเวทนาบรรพนี้  พระโยคาวจร  จะเห็นเพียงนามรูปเท่านั้นว่าวัตถุเป็นรูป  เจตสิกธรรมมีผัสสะเป็นที่ ๕ เป็นนาม. และในข้อนี้ รูปได้แก่รูปขันธ์ นามได้แก่อรูปขันธ์ทั้ง ๔ เพราะฉะนั้นจึงมีเพียงเบญจขันธ์เท่านั้น.เพราะว่า     เบญจขันธ์ที่จะพ้นจากนามรูปหรือนามรูปที่จะพ้นไปจากเบญจขันธ์ไม่มี.

     พระโยคาวจรนั้น  เมื่อพิเคราะห์ดูว่า  เบญจขันธ์เหล่านี้มีอะไรเป็นเหตุก็จะเห็นว่า  มีอวิชชาเป็นต้นเป็นเหตุ. แต่นั้นพระโยคาวจรจะยก (เบญจขันธ์) ขึ้นสู่ไตรลักษณ์ ด้วยอำนาจนามรูป พร้อมทั้งปัจจัยว่า นี้เป็น (เพียง) ปัจจัยและสิ่งที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ไม่มีอย่างอื่นที่เป็นสัตว์หรือบุคคล  มีเพียงกองสังขารล้วน ๆ เท่านั้น  แล้วพิจารณาตรวจตราไปว่า  อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตาตามลำดับแห่งวิปัสสนา.

     เธอหมายมั่นปฏิเวธว่า (จะได้บรรลุ) วันนี้ วันนี้ ได้อุตุสัปปายะ (อากาศสบาย) ปุคคลสัปปายะ (บุคคลสบาย) โภชนสัปปายะ (โภชนะสบาย) ธัมมัสสวนะสัปปายะ (การฟังธรรมสบาย) นั่งขัดสมาธิท่าเดียว ยังวิปัสสนาให้ถึงที่สุด แล้วตั้งอยู่ในพระอรหัตตมรรค ด้วยประการดังกล่าวมานี้ เป็นอันตรัสบอกพระกัมมัฏฐานแก่ชนทั้ง ๓ แม้เหล่านี้ จนถึงพระอรหัต.


Tag  สัปปายะ

เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ