ควรทราบคัมภีร์ทั้ง ๔ ประการ [อธิบายคัมภีรภาพ ๔ อย่าง]
 
opanayigo
วันที่  12 พ.ค. 2552
หมายเลข  12324
อ่าน  1,075

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 49

                             [อธิบายคัมภีรภาพ  ๔  อย่าง]        บรรดาคัมภีรภาพทั้ง  ๔  นั้น   พระบาลี   ชื่อว่าธรรม.        เนื้อความแห่งพระบาลีนั้นนั่นแล   ชื่อว่าอรรถ.        การแสดงพระบาลีนั้นที่กำหนดไว้ด้วยใจนั้นชื่อว่าเทศนา.    การหยั่งรู้พระบาลีและอรรณแห่งพระบาลีตามเป็นจริง        ชื่อว่าปฏิเวธ.    ก็เพราะในปิฎกทั้ง   ๓  นี้  ธรรม    อรรถ   เทศนา      และปฏิเวธเหล่านี้อันบุคคลผู้มีปัญญาทรามทั้งหลายหยั่งลงได้ยากและมีที่ตั้งอาศัยที่พวกเขาไม่พึงได้    ดุจมหาสมุทรอันสัตว์ทั้งหลาย          มีกระต่ายเป็นต้นหยั่งลงได้ยากฉะนั้น,เพราะฉะนั้น    จึงจัดว่าเป็นคุณลึกซึ้ง.       ก็แลบัณฑิตพึงทราบคัมภีรภาพทั้ง  ๔ในปิฏกทั้ง   ๓   นี้   แต่ละปิฎก   ด้วยประการฉะนี้.                      [อธิบายคัมภีรภาพอีกนัยหนึ่ง]        อีกอย่างหนึ่ง   เหตุ     ชื่อว่าธรรม,      สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มี-พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า  ความรู้ในเหตุ  ชื่อว่าธรรมปฏิสัมภิทา.๑   ผลแห่งเหตุชื่อว่าอรรถ  สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไว้ว่า   ความรู้ในผลแห่งเหตุ  ชื่อว่าอัตถปฏิสัมภิทา๒.  บัญญัติ  อธิบายว่า  การเทศนาธรรมตามธรรม  ชื่อว่าเทศนา.  การตรัสรู้ชื่อว่าปฏิเวธ.   ก็ปฏิเวธนั้นเป็นทั้งโลกิยะและโลกุตระ  คือความรู้รวมลงในธรรมตามสมควรแก่อรรถ  ในอรรถตามสมควรแก่ธรรม  ในบัญญัติตามสมควรแก่ทางแห่งบัญญัติ  โดยวิสัยและโดยความไม่งมงาย.          บัดนี้  ควรทราบคัมภีร์ทั้ง  ๔  ประการ  ในปิฎกทั้ง  ๓  นี้    แต่ละปิฎก  เพราะเหตุที่ธรรมชาตหรืออรรถชาตใด ๆ  ก็ดี   อรรถที่พระผู้มีพระ-ภาคเจ้าพึงให้ทราบย่อมเป็นอรรถมีหน้าเฉพาะต่อญาณของนักศึกษาทั้งหลายด้วยประการใด ๆ  เทศนาอันส่องอรรถนั้นให้กระจ่างด้วยประการนั้น ๆ  นี้ใดก็ดี  ปฏิเวธคือความหยั่งรู้ไม่วิปริตในธรรม  อรรถและเทศนานี้ใดก็ดี    ในปิฎกเหล่านี้  ธรรม  อรรถ  เทศนา  และปฏิเวธทั้งหมดนี้  อันบุคคลผู้มีปัญญาทรามทั้งหลาย  มิใช่ผู้มีกุศลสมภารได้ก่อสร้างไว้  พึงหยั่งถึงได้ยากและที่พึ่งอาศัยไม่ได้  ดุจมหาสมุทรอันสัตว์ทั้งหลายมีกระต่ายเป็นต้นหยั่งถึงได้ยากฉะนั้น.



เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ