ปรารภมูลเหตุทำปฐมสังคายนา [มหาวิภังค์]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  7 พ.ค. 2552
หมายเลข  12274
อ่าน  1,512

                พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 24

                              [ปรารภมูลเหตุทำปฐมสังคายนา] 

      
    ความพิสดารว่า   เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นที่พึ่งแห่งโลกทรงบำเพ็ญพุทธกิจ ตั้งแต่ทรงยังพระธรรมจักรให้เป็นไปเป็นต้น จนถึงโปรดสุภัททปริพาชกแล้วเสด็จปรินิพพาน  ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ  ในเวลาใกล้รุ่ง  ในวันวิสาขปุณณมี   ระหว่างต้นสาละทั้งคู่ในสาลวัน  อันเป็นที่เสด็จประพาสของเจ้ามัลละทั้งหลาย ใกล้กรุงกุสินารา ท่านพระมหากัสสปผู้เป็นพระสังฆเถระแห่งภิกษุประ-มาณ  ๗  แสนรูป      ซึ่งประชุมกันในสถานที่ปรินิพพานแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าระลึกถึงคำที่สุภัททวุฑฒบรรพชิตกล่าว เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วได้   ๗  วันว่า    อย่าเลย     ผู้มีอายุทั้งหลาย !  ท่านทั้งหลายอย่าเศร้าโศกไปเลย      ท่านทั้งหลายอย่าร่ำไรไปเลย    พวกเราพ้นดีแล้วจากพระมหาสมณะพระองค์นั้น       ด้วยว่าพวกเราถูกพระมหาสมณะพระองค์นั้น    คอยรบกวนห้ามปรามว่า   นี้สมควรแก่เธอทั้งหลาย  นี้ไม่สมควรแก่เธอทั้งหลาย    ดังนี้   ก็บัดนี้พวกเราจักปรารถนากระทำกรรมใด        ก็จักทำกรรมนั้น พวกเราจักไม่ปรารถนากระทำกรรมใด  จักไม่ทำกรรมนั้นฯ   ดังนี้ ดำริอยู่ว่า  ข้อที่พวกปาปภิกษุ   จะพึงเป็นผู้สำคัญเสียว่า  ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงไปแล้ว ดังนี้  ได้พรรคพวกแล้วพึงยังพระสัทธรรมให้อันตรธานได้ไม่นานเลย เรื่องนี้เป็นฐานะที่มีได้แน่.  ความจริงพระวินัยยังตั้งอยู่ตราบใด ปาพจน์ยังมีพระศาสดาไม่ล่วงไปแล้วตราบนั้น   ข้อนี้สมด้วยพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาค



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 7 พ.ค. 2552

                    พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 25

พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า   อานนท์  !   ธรรมวินัยใดอันเราแสดงแล้ว   บัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย   ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา   ดังนี้  อย่ากระนั้นเลย  เราพึงสังคายนาพระธรรมและพระวินัยซึ่งจะเป็นวิธีที่พระศาสนานี้จะพึงดำรงมั่นตั้งอยู่สิ้นกาลนาน.    อนึ่ง   โดยเหตุที่   เราเป็นผู้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  กัสสป  !    เธอจักทรงผ้าบังสุกุลอันทำด้วยป่านของเรา ซึ่งเราใช้นุ่งห่มแล้วหรือ ดังนี้      แล้วทรงอนุเคราะห์ด้วยสาธารณ-บริโภคในจีวร    และด้วยการทรงยกย่องไว้เทียบเทียมพระองค์ในอุตริมนุสธรรมมีอนุปุพพวิหารเก้า  และอภิญญาหกเป็นประเภท  โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า  ภิกษุทั้งหลาย ! เราจำนงอยู่เพียงใด เราสงัดแล้วจากกามทั้งหลายเทียว ฯลฯ     ย่อมเข้าถึงพร้อมซึ่งปฐมฌาน  อยู่ได้เพียงนั้น   ภิกษุทั้งหลาย   !  แม้กัสสปจำนงอยู่เพียงใด    เธอสงัดจากกามทั้งหลาย  ฯลฯ    ย่อมเข้าถึงพร้อม   ซึ่งปฐมฌานอยู่ได้เพียงนั้นเหมือนกัน   ดังนี้  ความเป็นผู้ไม่มีหนี้อย่างอื่นอะไรจักมีแก่เรานั้นได้,พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเราว่า  กัสสปนี้จักเป็นผู้ดำรงวงศ์พระสัทธรรมของเรา  ดังนี้แล้ว   ทรงอนุเคราะห์ด้วยอสาธารณานุเคราะห์นี้ดุจพระราชาทรงทราบพระราชโอรสผู้จะดำรงวงศ์สกุลของพระองค์แล้ว     ทรงอนุเคราะห์ด้วยการทรงมอบเกราะของพระองค์และพระอิสริยยศฉะนั้น มิใช่หรือ ดังนี้  จึงยังความอุตสา-หะให้เกิดแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อสังคายนาพระธรรมวินัย๓      เหมือนอย่างที่พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้ว่า  ครั้นนั้นแล  ท่านพระมหากัสสป   ได้เตือนภิกษุทั้งหลายว่า       ผู้มีอายุทั้งหลาย !       สมัยหนึ่งเราพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณภิกษุ  ๕๐๐  รูป  เดินทางไกลจากเมืองปาวา   มาสู่เมืองกุสินารา   ดังนี้เป็นต้น.  สุภัททกัณฑ์ทั้งปวง  ผู้ศึกษาพึงทราบโดยพิสดาร.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 7 พ.ค. 2552

                   พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 26

                               [พระมหากัสสปชักชวนทำสังคายนา] 

      
    เบื้องหน้าแต่นั้น     ท่านพระมหากัสสปได้กล่าวว่า    ผู้มีอายุทั้งหลาย  !เอาเถิด   เราทั้งหลายจะสังคายนาพระธรรมและพระวินัยกัน    เพราะว่า  ในกาลเบื้องหน้า    อธรรมจะรุ่งเรือง   ธรรมจะถูกขัดขวาง     อวินัยจะรุ่งเรือง     วินัยจะถูกขัดขวาง    ในกาลภายหน้า    พวกอธรรมวาทีจะมีกำลัง      พวกธรรมวาทีจะหย่อนกำลัง   พวกอวินัยวาทีจะมีกำลัง     พวกวินัยวาทีจะหย่อนกำลัง       ดังนี้.ภิกษุทั้งหลายได้เรียนท่านว่า  ข้าแต่ท่านผู้เจริญ  !  ถ้าอย่างนั้น      ขอพระเถระโปรดคัดเลือกภิกษุทั้งหลายเถิด.                [พระมหากัสสปคัดเลือกภิกษุ   ๔๙๙   รูป]

     
   พระเถระเว้นภิกษุผู้เป็นปุถุชน     พระโสดาบัน     พระสกทาคามี      พระ-อนาคามี  และพระขีณาสพสุกขวิปัสสก    ผู้ทรงพระปริยัติ   คือนวังคสัตถุศาสน์ทั้งสิ้นเสียจำนวนหลายร้อยและหลายพัน       เลือกเอาเฉพาะพระภิกษุขีณาสพเท่านั้น     มีจำนวน    ๔๙๙    รูป      ผู้ทรงไว้ซึ่งประเภทแห่งสรรพปริยัติ    คือพระไตรปิฎก   ได้บรรลุปฏิสัมภิทามีอานุภาพมาก  แตกฉานในไตรวิชชาเป็นต้นที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นสู่เอตทัคคะโดยมาก    ผู้ซึ่งพระธรรมสังคาหกา-จารย์หมายถึงจึงกล่าวคำนี้ว่า         ครั้งนั้นแล   ท่านพระมหากัสสปได้คัดเลือกพระอรหันต์   ๔๙๙  รูป    ดังนี้เป็นต้น.

               
[ทำสังคายนาจะเว้นพระอานนท์ไม่ได้]

        ถามว่า   ก็พระเถระทำให้หย่อนอยู่   ๑    รูป    เพื่อใคร  ?   แก้ว่า   เพื่อให้โอกาสแก่ท่านพระอานนทเถระ.   จริงอยู่    การสังคายนาธรรมไม่อาจทำทั้งร่วมทั้งแยกจากท่านพระอานนท์นั้นได้    เพราะท่านพระอานนท์นั้นยังเป็นพระเสขะมีกิจจำต้องทำอยู่,  ฉะนั้นจึงไม่อาจทำร่วมกับท่านได้,  แต่เพราะวังคสัตถุศาสน์มีสุตตะ   เคยยะ   เป็นต้น     อะไรๆ  ที่พระทศพลแสดงแล้ว   ชื่อว่าท่านมิได้รับเฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่มี,     เพราะฉะนั้น    จึงไม่อาจจะเว้นท่านได้,    ฯลฯ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
suwit02
วันที่ 7 พ.ค. 2552

สาธุ

 

ถ้าท่านพระมหากัสสปเถระ ทอดธุระเสีย 

ป่านนี้  พระรัตนตรัยคงเลือนหาย

 

ข้าพเจ้าขอนมัสการหมู่พระอริยสงฆ์นั้น

ผู้เป็นบุตรเกิดแต่พระอุระของพระสัมพุทธเจ้า

เป็นผู้ประเสริฐ มีจิตบริบูรณ์ด้วยหมู่แห่งคุณทั้งหลาย

มีความสำรวมดีแล้ว เป็นเนื้อนาบุญแห่งผู้ปรารถนาบุญ 

มีคุณขจรไปในภพทั้งหลาย อันเทวดาและมนุษย์สรรเสริญแล้ว

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ