ปรารภมูลเหตุทำปฐมสังคายนา [มหาวิภังค์]
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่  7 พ.ค. 2552
หมายเลข  12274
อ่าน  1,644

 พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ ๒๔

 [ปรารภมูลเหตุทำปฐมสังคายนา] 

ความพิสดารว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นที่พึ่งแห่งโลกทรงบำเพ็ญพุทธกิจ ตั้งแต่ทรงยังพระธรรมจักรให้เป็นไป เป็นต้น จนถึงโปรดสุภัททปริพาชกแล้วเสด็จปรินิพพาน ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ในเวลาใกล้รุ่ง ในวันวิสาขปุณณมี  ระหว่างต้นสาละทั้งคู่ในสาลวัน อันเป็นที่เสด็จประพาสของเจ้ามัลละทั้งหลาย ใกล้กรุงกุสินารา ท่านพระมหากัสสปผู้เป็นพระสังฆเถระแห่งภิกษุประ-มาณ ๗ แสนรูป ซึ่งประชุมกันในสถานที่ปรินิพพานแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าระลึกถึงคำที่สุภัททวุฑฒบรรพชิตกล่าว เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วได้ ๗ วันว่า อย่าเลย ผู้มีอายุทั้งหลาย ! ท่านทั้งหลายอย่าเศร้าโศกไปเลย ท่านทั้งหลายอย่าร่ำไรไปเลย พวกเราพ้นดีแล้วจากพระมหาสมณะพระองค์นั้น ด้วยว่าพวกเราถูกพระมหาสมณะพระองค์นั้น คอยรบกวนห้ามปรามว่า นี้สมควรแก่เธอทั้งหลาย นี้ไม่สมควรแก่เธอทั้งหลาย ดังนี้ ก็บัดนี้พวกเราจักปรารถนากระทำกรรมใด ก็จักทำกรรมนั้น พวกเราจักไม่ปรารถนากระทำกรรมใด  จักไม่ทำกรรมนั้นฯ  ดังนี้ ดำริอยู่ว่า ข้อที่พวกปาปภิกษุ  จะพึงเป็นผู้สำคัญเสียว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงไปแล้ว ดังนี้ ได้พรรคพวกแล้วพึงยังพระสัทธรรมให้อันตรธานได้ไม่นานเลย เรื่องนี้เป็นฐานะที่มีได้แน่. ความจริงพระวินัยยังตั้งอยู่ตราบใด ปาพจน์ยังมีพระศาสดาไม่ล่วงไปแล้วตราบนั้น ข้อนี้สมด้วยพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาค


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 7 พ.ค. 2552

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ ๒๕

พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อานนท์  ธรรมวินัยใดอันเราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา ดังนี้ อย่ากระนั้นเลย เราพึงสังคายนาพระธรรมและพระวินัยซึ่งจะเป็นวิธีที่พระศาสนานี้จะพึงดำรงมั่นตั้งอยู่สิ้นกาลนาน.

อนึ่ง โดยเหตุที่เราเป็นผู้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า กัสสป เธอจักทรงผ้าบังสุกุลอันทำด้วยป่านของเรา ซึ่งเราใช้นุ่งห่มแล้วหรือ ดังนี้ แล้วทรงอนุเคราะห์ด้วยสาธารณบริโภคในจีวร และด้วยการทรงยกย่องไว้เทียบเทียมพระองค์ใน  อุตริมนุสธรรมมีอนุปุพพวิหารเก้า และอภิญญาหกเป็นประเภท

โดยนัยมีอาทิอย่างนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย เราจำนงอยู่เพียงใด เราสงัดแล้วจากกามทั้งหลายเทียว ฯลฯ ย่อมเข้าถึงพร้อมซึ่งปฐมฌาน อยู่ได้เพียงนั้น

ภิกษุทั้งหลาย แม้กัสสปจำนงอยู่เพียงใด เธอสงัดจากกามทั้งหลาย ฯลฯ ย่อมเข้าถึงพร้อม ซึ่งปฐมฌานอยู่ได้เพียงนั้นเหมือนกัน ดังนี้ ความเป็นผู้ไม่มีหนี้อย่างอื่นอะไรจักมีแก่เรานั้นได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเราว่า กัสสปนี้จักเป็นผู้ดำรงวงศ์พระสัทธรรมของเรา  ดังนี้แล้ว  ทรงอนุเคราะห์ด้วยอสาธารณานุเคราะห์นี้ดุจพระราชาทรงทราบพระราชโอรสผู้จะดำรงวงศ์สกุลของพระองค์แล้ว ทรงอนุเคราะห์ด้วยการทรงมอบเกราะของพระองค์และพระอิสริยยศฉะนั้น มิใช่หรือ ดังนี้ จึงยังความอุตสาหะให้เกิดแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อสังคายนาพระธรรมวินัย๓

เหมือนอย่างที่พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวไว้ว่า  ครั้นนั้นแล ท่านพระมหากัสสป ได้เตือนภิกษุทั้งหลายว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย สมัยหนึ่งเราพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางไกลจากเมืองปาวา มาสู่เมืองกุสินารา ดังนี้เป็นต้น. สุภัททกัณฑ์ทั้งปวง ผู้ศึกษาพึงทราบโดยพิสดาร.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 7 พ.ค. 2552

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ ๒๖

[พระมหากัสสปชักชวนทำสังคายนา] 

 เบื้องหน้าแต่นั้น ท่านพระมหากัสสปได้กล่าวว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย เอาเถิด  เราทั้งหลายจะสังคายนาพระธรรมและพระวินัยกัน  เพราะว่า ในกาลเบื้องหน้า อธรรมจะรุ่งเรือง  ธรรมจะถูกขัดขวาง  อวินัยจะรุ่งเรือง วินัยจะถูกขัดขวาง ในกาลภายหน้า  พวกอธรรมวาทีจะมีกำลัง  พวกธรรมวาทีจะหย่อนกำลัง  พวกอวินัยวาทีจะมีกำลัง พวกวินัยวาทีจะหย่อนกำลัง ดังนี้.ภิกษุทั้งหลายได้เรียนท่านว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าอย่างนั้น  ขอพระเถระโปรดคัดเลือกภิกษุทั้งหลายเถิด.

[พระมหากัสสปคัดเลือกภิกษุ  ๔๙๙  รูป]

พระเถระเว้นภิกษุผู้เป็นปุถุชน พระโสดาบัน  พระสกทาคามี  พระอนาคามีและพระขีณาสพสุกขวิปัสสก ผู้ทรงพระปริยัติ  คือนวังคสัตถุศาสน์ทั้งสิ้นเสียจำนวนหลายร้อยและหลายพัน เลือกเอาเฉพาะพระภิกษุขีณาสพเท่านั้น  มีจำนวน  ๔๙๙ รูป  ผู้ทรงไว้ซึ่งประเภทแห่งสรรพปริยัติ คือพระไตรปิฎก ได้บรรลุปฏิสัมภิทามีอานุภาพมาก แตกฉานในไตรวิชชา เป็นต้น ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกขึ้นสู่เอตทัคคะโดยมาก ผู้ซึ่งพระธรรมสังคาหกาจารย์หมายถึงจึงกล่าวคำนี้ว่า ครั้งนั้นแล  ท่านพระมหากัสสปได้คัดเลือกพระอรหันต์ ๔๙๙ รูป ดังนี้เป็นต้น.

[ทำสังคายนาจะเว้นพระอานนท์ไม่ได้]

ถามว่า ก็พระเถระทำให้หย่อนอยู่ ๑  รูป เพื่อใคร?   

แก้ว่า เพื่อให้โอกาสแก่ท่านพระอานนทเถระ. จริงอยู่ การสังคายนาธรรมไม่อาจทำทั้งร่วมทั้งแยกจากท่านพระอานนท์นั้นได้  เพราะท่านพระอานนท์นั้นยังเป็นพระเสขะมีกิจจำต้องทำอยู่ ฉะนั้นจึงไม่อาจทำร่วมกับท่านได้ แต่เพราะวังคสัตถุศาสน์มีสุตตะ เคยยะ เป็นต้น  อะไรๆ ที่พระทศพลแสดงแล้ว ชื่อว่าท่านมิได้รับเฉพาะพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่มี, เพราะฉะนั้น จึงไม่อาจจะเว้นท่านได้ ฯลฯ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
suwit02
วันที่ 7 พ.ค. 2552

สาธุ

ถ้าท่านพระมหากัสสปเถระ ทอดธุระเสีย 

ป่านนี้  พระรัตนตรัยคงเลือนหาย

ข้าพเจ้าขอนมัสการหมู่พระอริยสงฆ์นั้น

ผู้เป็นบุตรเกิดแต่พระอุระของพระสัมพุทธเจ้า

เป็นผู้ประเสริฐ มีจิตบริบูรณ์ด้วยหมู่แห่งคุณทั้งหลาย

มีความสำรวมดีแล้ว เป็นเนื้อนาบุญแห่งผู้ปรารถนาบุญ 

มีคุณขจรไปในภพทั้งหลาย อันเทวดาและมนุษย์สรรเสริญแล้ว

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ