ผลของการอุทิศร่างกาย
 
yoyo
วันที่  13 เม.ย. 2552
หมายเลข  11959
อ่าน  12,986

ครอบครับของกระผมได้อุทิศหรือบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลกันทุกคนหากถึงแก่กรรม   เหตุผลตอนแรกที่กระผมได้บริจาคนั้นก็คิดว่าร่างกายของคนเราหากตายไปแล้วหากปล่อบไว้เฉยๆอย่างนั้นก็จะเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา หรือหากนำไปฝังหรือเผานานเข้าก็จะเป็นดินเป็นทรายไปแทบไม่เกิดประโยชน์อะไร  จึงได้ทำเรื่องบริจาคหรืออุทิศไว้ให้เป็นประโยชน์กับวงการแพทย์หากถึงแก่กรรมไปแล้ว แรกๆจุดประสงค์ของการบริจาคมีเพียงแค่นั้นจริงๆครับ

---ต่อมาคนที่เรารักที่ได้อุทิศร่างกายไว้แล้วเช่นกันได้จากไปก่อนไม่นานมานี้ยังไม่ถึงปี  และหลังบริจาคร่างกายให้กับคณะกายวิภาคศาสตรฺไปแล้ว มีหลายคนพูดว่าเกิดชาติหน้าระวังจะมีอวัยวะไม่ครบ  กระผมจึงอยากกราบเรียนถามท่านผู้รู้ว่า  ผลของการบริจาคร่างกายหรือการอุทิศร่างกายนั้นเป็นอย่างไรครับ  และเป็นอย่างหลายคนเขาพูดจริงหรือไม่ครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 14 เม.ย. 2552

ขอเชิญคลิกอ่านที่  อานิสงส์ จากการบริจาค ร่างกาย อวัยวะ เลือดเนื้อ                             บริจาคศพเป็นอาจารย์ใหญ่                             ความเชื่อผิดๆว่า บริจาคดวงตาชาติหน้าจะตาบอด 

                         

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Khaeota
วันที่ 14 เม.ย. 2552

ขอนอบน้อมแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น 

หากเจริญกุศลด้วยกุศลเจตนา

ไม่ต้องคิดหวังผลใดๆ...

เพราะกุศลที่อบรมให้เจริญขึ้น...เพียงเพราะเหตุผลเดียว

คือการขัดเกลาค่ะ

ขออนุโมทนาในกุศลจิตทุกๆท่านค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tukthatsani
วันที่ 15 เม.ย. 2552

ขออนุโมทนาบุญด้วยหากเกิดจากจิตที่มีแต่ให้ก็เกิดเป็นกุศลแล้วค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 15 เม.ย. 2552

อานิสงส์แห่งการให้ทาน ๕ ประการ

ผู้ให้ทานย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของชนหมู่มาก ๑สัปบุรุษผู้สงบย่อมคบหาผู้ให้ทาน ๑

กิตติศัพท์อันงามของผู้ให้ทานย่อมขจรไปทั่ว ๑

ผู้ให้ทานย่อมไม่ห่างเหินจากธรรมของคฤหัสถ์ ๑ผู้ให้ทานเมื่อตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอานิสงส์แห่งการให้ทาน ๕ ประการนี้แล

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 15 เม.ย. 2552

                             ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
 
  กุศลกรรมย่อมให้ผลเป็นสุข อกุศลกรรมย่อมให้ผลเป็นทุกข์ เจตนาสละบริจาค เป็น

กุศลกรรมให้ผลเป็นสุข จึงควรแยกระหว่างกุศลกรรมและอกุศลกรรมและมั่นคงในเรื่อง

กรรมและผลของกรรมครับ    ดังตัวอย่างในพระไตรปิฎกในเรื่องพระเจ้าสิวิราชซึ่งเป็น

พระโพธิสัตว์ได้ทรงบริจาคดวงตาให้พราหมณ์      แต่ท้ายสุดท่านก็ได้ดวงตากลับมา

ดังเดิมเพราะผลของบุญนั้น       ซึ่งท้าวสักกะได้สรรเสริญและพรรณนาผลของทานที่

พระโพธิสัตว์ได้บริจาคดวงตาครับ     ส่วนบุคคลใดมีเจตนาที่จะทำลายดวงตาคนอื่น

เจตนาที่เป็นอกุศลนั้นก็ย่อมทำให้บุคคลนั้นไม่มีดวงตาเมื่อกรรมนั้นให้ผลครับ   ดังนั้น

กุศลกรรมให้ผลเป็นสุข อกุศลกรรมให้ผลเป็นทุกข์  ขออนุโมทนาบุญของคุณด้วยครับ           พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓ - หน้าที่ 149     ใครหนอในโลกนี้  เขาขอแล้วไม่ให้สมบัติอันประเสริฐบ้าง   เป็นที่รักบ้างของตน.  

เชิญ เถิดชาวสีพีทั้งหลายทั้งปวง  จงมาประชุมกันดูนัยน์ตาทิพย์ของเราในวันนี้เถิด. 

การเห็นโดยรอบร้อยโยชน์  ผ่านนอกฝานอกหินและภูเขา จงสำเร็จแก่ท่าน.  อะไรๆ ในชีวิตนี้ของสัตว์ทั้งหลาย       จะยิ่งไปกว่าการบริจาคไม่มี         เราให้จักษุอันเป็น

ของมนุษย์แล้วได้จักษุอันเป็นทิพย์.ดูก่อนชาวสีพีทั้งหลาย พวกท่านเห็นทิพยจักษุนี้

แล้วจงให้ทาน   จงบริโภคเถิด. อนึ่งพวกท่านครั้นให้แล้ว บริโภคแล้ว ตามอานุภาพไม่ถูกนินทาจงไปสู่ฐานะอันเป็นแดนสวรรค์เถิด.                            อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 16 เม.ย. 2552

ได้อุทิศร่างกายเพื่อใช้เป็นอาจารย์ใหญ่แล้วเช่นกัน

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
tukthatsani
วันที่ 27 พ.ค. 2552

ขออนุโมทนาบุญด้วยตัวเองก็อยากจะอุทิศร่างกายแบบคุณเหมือนกันแต่ไม่รู้

จะไปติดต่อที่ไหนดีใครรู้ช่วยบอกด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
prachern.s
วันที่ 27 พ.ค. 2552
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
Mew
Mew
วันที่ 16 มิ.ย. 2560

สามารถบริจาคร่างกายได้ที่สภากาชาดไทยได้ค่ะ https://m.pantip.com/topic/33443933

ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ