รู้ชัดใน ๖ โลก
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  5 มี.ค. 2552
หมายเลข  11497
อ่าน  453

      การเจริญปัญญารู้แจ้งสภาพธรรมทั้งหลายที่ปรากฎในชีวิตประจำวัน  ซึ่งหมายถึง

ปัญญารู้ชัดใน ๖ โลก  คือ  โลกทางตา  โลกทางหู  โลกทางจมูก  โลกทางลิ้น  โลก-ทางกาย  และโลกทางใจ

       ขอเรียนถามว่า    การเจริญปัญญาให้รู้ชัดในโลกทั้งภายใน  และภายนอก   มี

ความหมายว่าอย่างไรคะ  ขอขอบพระคุณค่ะ

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 5 มี.ค. 2552
คำว่า "โลกทั้งภายใน และภายนอก"  ควรจะหมายถึง อายตนะภายในและอายตนะภายนอกหรือโดยนัยอื่นอาจมีความหมายมากกว่านี้ก็มี เช่น ภายในหมายถึงตนเอง ภายนอกหมายถึงผู้อื่นก็ได้ครับ....
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
suwit02
วันที่ 5 มี.ค. 2552

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 5 มี.ค. 2552

ขออนุโมทนาและขอขอบพระคุณมากค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 5 มี.ค. 2552
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่ 5 มี.ค. 2552
สิ่งที่ปรากฏพร้อมๆกันทั้ง ๖ โลก คุณ เมตตาจะต้องรู้ชัดทั้งหมดไหมครับ

ส่วนผมไม่  แล้วแต่ว่าโลกไหนจะปรากฏครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 5 มี.ค. 2552

         เป็นปัญญาขั้นสติปัฎฐานที่อบรมเจริญขึ้นจนรู้ชัดในลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฎตามความเป็นจริงทีละขณะค่ะ    ไม่พร้อมกัน   ไม่ว่าทางตา   ทาง-

หู   ทางจมูก.....  ทางใจ  เช่นขณะเห็นไม่ใช่ขณะที่ได้ยิน   ขณะที่ได้ยินก็ไม่ใช่ขณะคิดนึก  เป็นต้น     แต่กว่าที่ปัญญาจะรู้ชัดในลักษณะสภาพธรรมตามความ

เป็นจริงว่าเป็นเพียงนามธรรมและรูปธรรมซึ่งไม่ใช่ของง่ายเลย     นามธรรมและ

รูปธรรมแต่ละทาง   ก็มีลักษณะต่างกัน    ถ้าความรู้ความเข้าใจในขั้นต้นยังไม่มี

ปัญญาก็ไม่สามารถที่จะรู้ชัดได้     ควรเริ่มต้นฟังพระธรรมให้เข้าใจก่อน  ศึกษา

อบรมที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฎทั้งทางตา   ทางหู   ทางจมูก  ทาง-

ลิ้น   ทางกาย และทางใจ เพิ่มขึ้นๆ จนเป็นปัจจัยให้ปัญญาทำกิจรู้ชัดใน ๖ โลก

ตามความเป็นจริง    

          ขออนุโมทนาค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
จำแนกไว้ดีจ๊ะ
วันที่ 6 มี.ค. 2552
ระลึกทีไร ก็มีความเป็นเราทุกที ไม่ใช่ของง่ายเลยครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 6 มี.ค. 2552

ไม่ใช่ของง่ายจริงๆค่ะเพราะความไม่รู้ที่สะสมมาแต่อดีตอันยาวนานนับภพชาติไม่ได้

ความเป็นเรามันเหนียวแน่นมากค่ะ  จึงต้องอบรมเจริญปัญญาจนกว่าสติทำกิจระลึก

ลักษณะของสภาพธรรม(ไม่ใช่เราระลึก) ทีละอย่าง  และต้องมีลักษณะปรากฎจึงสา-

มารถระลึกได้  เข้าใจได้ว่าขณะนั้นเป็นลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฎให้รู้ได้ทาง

ไหน   ส่วนขณะที่คิดเรื่องราวขณะนั้นไม่ได้ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฎ

ทีละอย่าง  ทีละลักษณะตามความเป็นจริงค่ะ   

ขออนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
pornpaon
วันที่ 7 มี.ค. 2552
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 7 มี.ค. 2552
สภาพธรรมใดกำลังปรากฏก็รู้สภาพธรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นอายตนะภายในหรือภายนอกค่ะ 
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
saifon.p
วันที่ 7 มี.ค. 2552

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
คุณ
วันที่ 7 มี.ค. 2552
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 8 มี.ค. 2552

เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่.......

ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ