ฆ่าสุนัขตัวเองตาย โดยไม่ได้ตั้งใจ
 
suwatlmt
วันที่  27 ธ.ค. 2551
หมายเลข  10770
อ่าน  10,549

       เนื่องจากให้กินยาป้องกันเห็บหมัด แต่ยามันแรงเกินขนาดที่สุนัขจะรับได้ (Overdose) ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา รู้สึกเสียใจมาก ต้องมาตายด้วยมือเรา ทั้งที่ตอนป้อนให้กิน ก็ยังหลบหนีไปแอบ  แต่เราก็ใช้วิธีหลอกซ่อนปนกับอาหารที่เค้าชอบ  ยิ่งทบทวนเหตุการณ์ ยิ่งทำให้รู้สึกผิดและเสียใจมาก เจตนาเราไม่ได้ฆ่าสัตว์เพราะไม่ครบองค์ประกอบ  

       แต่ก็นั่นแหล่ะ ชีวิตเค้าจะต้องมาจบด้วยน้ำมือเรา ทั้งๆ ที่ตอนยังอยู่ก็เลี้ยงดูแลเป็นอย่างดี ตอนนี้เสียใจมาก  อยากให้ท่านสมาชิกและท่านผู้ใฝ่ธรรม ให้กำลังใจให้ข้อคิดธรรมะ สะกิดใจหน่อย

ขอกราบอนุโมทนาล่วงหน้า


  ความคิดเห็นที่ 1  
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
พุทธรักษา
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

เรื่องเกิดแล้ว ผ่านไปแล้ว ไม่เจตนา ความเสียใจที่เกิดจากเรื่องที่ ผ่านไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ แต่การจดจำเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เพื่อความระมัดระวังการกระทำใดๆในครั้งต่อๆไป มีประโยชน์ค่ะ.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  มีกรรมเป็นแดนเกิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ฯลฯ ไม่มีใครหนีหรือล่วงพ้นจากกรรมไปได้  กรรมทำให้สุนัขของท่านถึงเวลาต้องเปลี่ยนภพภูมิ ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ไม่เป็นอย่างอื่นไปได้แน่นอน

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
suwit02
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

อย่าปล่อยให้  วันวาน ที่ผ่านพ้น  ทำให้เรา  ทุกข์ทน  จนหม่นไหม้
มัวครุ่นคิด  อาจทำผิด  ซ้ำลงไป  ยิ่งเพิ่มวัน  เสียใจ  ไปอีกวัน

คิดถึงเค้าก็ทำบุญอุทิศกุศลให้เค้า
ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
choonj
วันที่ 29 ธ.ค. 2551

    จิตวิจิตรกรรมก็วิจิตร รักกันอยู่ดีๆ ยังมีอันเป็นไปอย่างนี้ได้  เกิดมาแล้วก็ต้องตาย หนีไม่พ้น  สิ่งเกิดดับล้วนเป็นทุกข์  ล้วนไร้สาระไม่ควรยึดมั่นถือมั่น  ยึดเมื่อไร ทุกข์เมื่อนั้น  เมื่อไม่ยึดก็ไม่ทุกข์ก็ไม่ต้องขอกำลังใจ
     ทีหลังก็ต้องระวัง  ให้หมากินยากันเห็บหมัด เห็บหมัดเมื่อกัดหมา ถ้าเห็บตาย ก็เป็นเจตนา เมื่อเจตนาก็ครบองค์ แล้วกรรมก็วิจิตรต่ออีก ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ajarnkruo
วันที่ 29 ธ.ค. 2551
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 31 ธ.ค. 2551

ในพระไตรปิฏกก็มีแสดงไว้  ธิดาช่างหูกกลับมาบ้านช้า พ่อโกรธ เอากระสวยขว้างไปถูกลูกสาวตาย  ตัวพ่อก็เสียใจ ภายหลังไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ฟังธรรมบรรลุเป็นพระโสดาบัน  และที่ลูกสาวตาย  เพราะเขาหมดอายุ ใม่ใช่พ่อฆ่าลูกสาวค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
paderm
paderm
วันที่ 1 ม.ค. 2552 09:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
     จริงๆ แล้วไม่มีใครตายด้วยมือเราครับ แต่ตายเพราะกรรมของสัตว์ทั้งหลาย  สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของๆ ตน ทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผล ของกรรมนั้น แต่มีสภาพธรรมที่มีจริง คือ จิต  เจตสิก  รูป  ดังนั้น ไม่มีสัตว์บุคคลทำกรรมและรับผลของกรรมแต่เป็นจิต เจตสิกที่เกิดขึ้นทำหน้าที่ เจตนาเจตสิกเป็นกรรม และเมื่อจิตเกิดขึ้นก็มีเจตสิกอื่นเกิดร่วมด้วย ซึ่งมีทั้งเจตสิกที่ดีงามและไม่ดี เป็นต้น  ดังนั้นหากมีเจตนาดี ย่อมเป็นกรรมดีส่วนการได้รับผลของกรรมที่ดีไม่ดีก็เป็นกรรมของสัตว์นั้น  เจตนาที่ดีจะให้ผลเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ได้เลย เปรียบเหมือนปลูกข้าวสาลี ข้าวสาลีที่ปลูกจะเป็นสะเดาก็ไม่ได้ครับ  หมอรักษาคนไข้ด้วยเจตนาดีแต่คนไข้ตายเพราะกรรมของบุคคลนั้น หมอมีเจตนาดีเป็นกรรมดีครับ จะเป็นบาปไมได้เลยครับ
ขออนุโมทนา
อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 3 ม.ค. 2552 13:39 น.

เมื่อเดือนก่อน จอดรถไว้ในซอยข้างบ้านลืมเอาไปเก็บไว้ในที่จอดตามปรกติ จนรุ่งเช้า เมื่อสตาร์ทและเคลื่อนรถ  ก็ปรากฏว่าได้ทับเอาลูกสุนัขตัวน้อย(ที่มาอาศัยนอนใต้ท้องรถ) ตายไปตัวหนึ่ง แม่สุนัขที่เป็นเหลนโหลนของสุนัขที่เคยมีอุปการะแก่กันในละแวกบ้าน  ก็ร้องวนเวียนอยู่ใกล้ๆ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนๆ ข้าพเจ้ามิได้มีเจตนาในการทำให้เขาตาย เขาหมดกรรมเอง และได้ไปสู่ภพใหม่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้ออกแรงขุดหลุมฝังร่างสุนัขอีกคำรบหนึ่งในชีวิต

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
พุทธรักษา
วันที่ 3 ม.ค. 2552 14:31 น.
 
 

ท่านอาจารย์มักกล่าวเสมอ ว่า "ผ่านไปแล้ว..." สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตนจริงๆ ถ้าไม่ตายแบบนี้ก็ตายแบบอื่น สุนัขบางตัว ทั้งป่วยทั้งหิว ทรมานอยู่นานมากๆ เช่น สุนัขขี้เรื้อน.

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
hearthot
วันที่ 7 ม.ค. 2552 10:32 น.

     เมื่อ 3 เดือนก่อนเอากาแฟผสมนมให้ลูกสนัขกิน ปรากฏว่าเค้าตายอย่างน่าสงสารแต่จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะผสม  เพียงแต่ว่าแก้วกาแฟที่เราทานเสร็จตอนเช้าก่อนไปทำงานนั่นแหละ แต่เรามักง่ายไม่ล้างแก้วให้สะอาดกลับเอานมมาชงใส่แล้วป้อนให้ลูกสุนัขทาน  ปรากฏว่าเช้าวันรุ่งขึ้นเค้าก็ปวดท้องมาก  จึงพาไปหาหมอ  หมอปั๊มหัวใจ  ให้ออกซิเจน ทำทุกวิถีทางแต่เค้าก็สิ้นลม รู้สึกผิดมาก ๆ  ร้องไห้เสียใจ เหตุการณ์นี้ไม่เคยลืม  ไม่นานมานักสิ้นปี 51  เดือนธันวาคม คุณพ่อก็มาจบชีวิตลง  อาการก่อนสิ้นลม ก็แบบเดียวกับลูกหมาตัวนี้ อาการเหมือนกันเป๊ะ  ปั้มหัวเหมือนกันเป๊ะ  อ้าปากค้างเหมือนกันเป๊ะ ดิฉันเลยคิดมาก  จิตตกตลอดมาว่าเพราะดิฉันทำบาปกับลูกหมาตัวนั้นใช่ไหม  คุณพ่อถึงต้องมาสังเวยชีวิตเหมือนกับลูกหมาตัวนี้   

     ดิฉันเฝ้าโทษตัวดิฉันเองอยู่ตลอด  ดิฉันเสียใจมาก  ถ้าเป็นอย่างที่ดิฉันคิด ก็อยากให้บาปนั้นมาเอาตัวดิฉันไปแทนคุณพ่อจะดีกว่า มีใครบ้างโปรดช่วยแนะนำดิฉันให้ออกจากความเศร้าหมองนี้ที  ขออนุโมทนาล่วงหน้า ขอบพระคุณค่ะ  จาก  คนโทษตัวเอง

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
suwit02
วันที่ 8 ม.ค. 2552 10:09 น.

ขอเชิญคุณ Hearthot อ่านความเห็นที่ 1 ครับ  อีกประการหนึ่ง
พระศาสดาตรัสว่า  ..... สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์   มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย  กรรมย่อมจำแนกสัตว์ ให้เลวและประณีตได้ หากคุณ Hearthot  ได้กระทำกรรมใดๆ  ไว้  วิบากย่อมมีแก่คุณเท่านั้น  ไม่ส่งผลไปถึงผู้อื่นที่ไม่ได้รู้เห็น หรือ พลอยยินดีไปกับคุณด้วย  อย่าปล่อยให้  วันวาน ที่ผ่านพ้น ทำให้เรา  ทุกข์ทน  จนหม่นไหม้  มัวครุ่นคิด  อาจทำผิด  ซ้ำลงไป ยิ่งเพิ่มวัน  เสียใจ  ไปอีกวัน 
คิดถึงใครที่จากไปแล้ว  ก็ทำบุญอุทิศกุศลให้ผู้นั้นนะครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
K
K
วันที่ 8 ม.ค. 2552 12:15 น.

@ ในวัยเด็กผมยิงนกตกปลาทำบาปโดยเจตนาและทำผิดพลาดด้วยความไม่ตั้งใจมากมาย  ซึ่งหากจะนำทุกรายละเอียดมาเล่าสู่กันฟัง  คงทำให้เหตุการณ์ที่คุณ suwatlmt และคุณ hearthot เล่ามาดูไม่รุนแรงเลยครับ  แต่ผมอยากเสนอมุมมองที่ทำให้ชีวิตยังเบิกบานในพระธรรมได้มากกว่า ลองอ่านดูนะครับ

@ สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน  การอยู่หรือตายของสัตว์ใดก็เป็นเพราะผลแห่งกรรมของสัตว์นั้นเป็นปัจจัย

@ เจตนาที่เป็นไปกับอกุศลเช่นความจงใจฆ่าผู้อื่นนั้น  จะให้โทษกับผู้มีเจตนาเองในอนาคต  ซึ่งหากผู้ที่ถูกเจตนาปองร้ายนั้น  ไม่มีเหตุจากกรรมชั่วในอดีตมาเบียดเบียนแล้ว ใครจะตั้งใจทำร้ายอย่างไร เขาผู้นั้นย่อมปลอดภัยดี 

@ เมื่อไม่มีเจตนาแล้วย่อมไม่ใช่กรรม (การจงใจทำร้าย) ซึ่งจะไม่เป็นปัจจัยให้ได้รับผลร้ายจากเหตุการณ์นั้น  อย่างไรก็ดี  การกระทำที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียหายด้วยการขาดความระมัดระวัง  แสดงให้เห็นถึงการหลงลืมสติอันเป็นสภาพที่ไม่ดี  ดังนั้น  ควรใช้เหตุการณ์เช่นนี้เป็นเครื่องระลึกเพื่อความสำรวมระมัดระวังต่อไป

@ การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นผลจากการยังมีความรัก  และเป็นความทุกข์ในชีวิตที่ทำให้เห็นภัยของสังสาวัฏฏ์การเวียนเกิดเวียนตายของสัตว์ทั้งหลาย หากต้องการดับทุกข์นี้อย่างถาวร  ควรศึกษาพระธรรมให้รู้ว่า  ทุกข์นี้คืออะไร  อะไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์  สภาพดับทุกข์นี้คืออะไร และหนทางสู่ความดับทุกข์นี้เป็นเช่นไร

@  เมื่อค่อยๆ ศึกษา ค่อยๆ ทำความเข้าใจพระธรรมไปเรื่อยๆ เมื่อมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น  จะทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจกับความอาจหาญร่าเริงในปัจจุบัน.. กังวลกับอนาคตและรันทดกับอดีตน้อยลง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
majweerasak
majweerasak
วันที่ 8 ม.ค. 2552 15:24 น.

เรื่องราวเดียวกัน บางคนก็คิดด้วยกุศลวิตก บางคนก็คิดด้วยอกุศลวิตก จริงๆ แล้ว ขณะที่แต่ละคนกำลังคิดถึงเรื่องเดียวนั้น กุศลและอกุศลเกิดสลับกันเร็ว (จนยากที่จะแยกออก)

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
พุทธรักษา
วันที่ 8 ม.ค. 2552 17:47 น.

เมื่อค่อยๆศึกษา ค่อยๆทำความเข้าใจพระธรรมไปเรื่อยๆ เมื่อมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น จะทำให้รู้สึกอัศจรรย์ใจกับความอาจหาญร่าเริงในปัจจุบัน... กังวลกับอนาคตและรันทดกับอดีตน้อยลง
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ        
ขออนุโมทนาคุณ K...สำหรับคำสุภาษิตเตือนใจได้ดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ.        
สำหรับข้าพเจ้า คลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก แม้อายุจะมากแล้ว เห็นสัตว์ที่รักตายไปต่อหน้าต่อตาก็หลายตัว ทั้งญาติที่รักยิ่งทั้งสองที่จากไปด้วย... ความทุกข์ที่เกิด เพระความรักตัวเอง รู้สึกว่าสูญเสีย...ของเรา จิตปรุงแต่งไปด้วยความโทมนัสต่างๆนาๆ...จากสิ่งที่คิดว่าเป็นของเรา  ถ้าโทษคนอื่นไม่ได้...ก็โทษตัวเอง เพราะเข้าใจผิดว่ามีตัวเอง มีคนอื่นที่ทำให้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ จนสุขภาพกายสุขภาพใจย่ำแย่ที่สุด.  ทั้งๆที่รู้ว่า สะสมความเศร้าหมอง ไม่มีประโยชน์กับใครเลย... ก็ยังคิดไปได้.  แต่การระลึกถึงที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความจริง ไม่มีเรา ไม่มีใคร มีแต่ สภาพธรรมที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย และบังคับบัญชาไม่ได้ด้วย  เมื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าบ่อยๆ ก็พอบรรเทาทุกข์ไปได้บ้าง แต่ปกติที่ยังประมาทอยู่...อกุศลธรรมที่เคยสะสมไว้มากก็พร้อมจะกลับมาได้ตลอด  แม้ยังไม่สามารถเลิกการคลุกคลีได้เด็ดขาด ก็ยังต้องทุกข์ใจอยู่บ่อยๆเป็นธรรมดา.  แต่ก็พอจะยังชีวิตให้อยู่ผ่านไปได้ไปวันๆ  ก็ด้วยการระลึกถึง คำสอนของพระพุทธเจ้า จากการมีพระธรรมเป็นเครื่องอยู่ เท่าที่ปัจจัยจะอำนวย เท่าที่ปัญญาจะสามารถเข้าใจได้...ว่า  ความจริง ก็เป็นอย่างนี้เอง ไม่ได้อย่างใจปรารถนา. ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนแล้ว ว่า
วิสาขาสูตร .. ว่าด้วยรักมีเท่าไรทุกข์ก็มีเท่านั้น ทั้งๆที่รู้ ก็ยังต้องเป็นเช่นนี้อยู่... คงเป็นเช่นนี้อีกนาน. ความเข้าใจความเป็นจริง เท่านั้น ที่ทำให้อยู่ได้.

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
paderm
paderm
วันที่ 10 ม.ค. 2552 19:24 น.

จากความเห็นที่ 11

กรรมของใครก็ของคนนั้นครับ กรรมที่บุคคลหนึ่งจะส่งผลให้อีกคนหนึ่งไมได้ คุณพ่อก็มีกรรมของคุณพ่อเองที่ทำไว้  สุนัขก็มีกรรมของเขาเอง  สัตว์ทั้งหลายต่างก็มีกรรมเป็นของๆตน ความเศร้าโศกห้ามไม่ได้แต่การทำความดีคือการอุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อ และสุนัขที่เสียชีวิตดีกว่าครับ อนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
pornpaon
วันที่ 11 ม.ค. 2552 10:48 น.

ทั้งๆที่รู้ ก็ยังต้องเป็นเช่นนี้อยู่......คงเป็นเช่นนี้อีกนาน. ความเข้าใจความเป็นจริง เท่านั้น ที่ทำให้อยู่ได้.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
choonj
วันที่ 13 ม.ค. 2552 00:07 น.

จิตวิจิตรกรรมก็วิจิตร มีคนจับลิงมาตัดมือลูกเกิดมาไม่มีมือเหมื่อนลิงที่ถูกตัดมือ มีคนจับกามาตัดปากลูกเกิดมาปากก็แหว่งเหมือนปากกา มีคนจับกามาระบายสีกาเข้าฝูง ไม่ได้ถูกจิกตีต่อมาเกิดผื่นคันตามตัวรักษาไม่หาย เหมือนกันเป๊ะๆๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
hearthot
วันที่ 19 ม.ค. 2552 09:26 น.
ขอบคุณ  คุณsuwit02   และคุณ   K     ขออนโมทนาบุญด้วยค่ะ 
 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
naniinan
วันที่ 20 เม.ย. 2554 14:32 น.
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 10770 ความคิดเห็นที่ 2 โดย พุทธรักษา
เรื่องเกิดแล้ว ผ่านไปแล้ว ไม่เจตนา ความเสียใจที่เกิดจากเรื่องที่ ผ่านไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ แต่การจดจำเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เพื่อความระมัดระวังการกระทำใดๆในครั้งต่อๆไป มีประโยชน์ค่ะ. ชอบมากเลยค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
zxc123
วันที่ 10 ส.ค. 2556 22:02 น.

ผมมีเรื่องจะถามครับ แล้วถ้าสุนัขเรากระดูกติดคอตายแล้วเราพยายามช่วยแล้วแต่ก็ไม่ได้ ผลจะบาปไหมครับ จะเป็นเวรกรรมไหมครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
Meili
Meili
วันที่ 26 เม.ย. 2560 17:41 น.

ฉันก็เป็นอีกคนนึงที่รู้สึกผิดมากและเสียใจมากที่เลี้ยงหมาไม่ระวัง

ลูกหมาตัวนั้นเป็นพันธ์เล็กฉันเอามาเลี้ยงตอน30วันพอดีเลี้ยงจนน้องหมาแข็งแรงร่าเริงกินปกติมาได้อาทิตย์นึงก็ปล่อยน้องเขาไปเล่นกับหมาโตบ้างปล่อยออกไปหลังห้องที่มีหญ้ารกๆเพราะเห็นว่าแข็งแรงแต่ลืมไปว่าน้องเขายังเป็นหมาเด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันจนวันเกิดเหตุฉันไปข้างนอกกลับมาอยู่ๆน้องเขากะนั่งซึมหายใจหอบผิดปกติฉันมาเจอเห็นนั่งอยู่ตรงหญ้ารกๆมีซากหอยทากตายยุข้างๆ2ตัวตอนแรกเข้าใจว่ากินหอยแล้วเป็นพิษ กะเลย ป้อนไข่ขาวให้จนน้องอ้วก จากนั้นน้องกะหายใจหอบถี่ขึ้นกว่าเดิมเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องก็เลยไปเปิดในเนตน้องมีอาการเหมือนปอดติดเชื้อหรือปอดบวมหายใจหอบและถี่มากตอนนั้นคลีนิกทุกที่ก็ปิดหมดแล้วก็ต้องยุคอยจับพลิกน้องให้ยุในท่าที่หายใจได้สะดวกแต่เหมือนอาการน้องเปนหนักขึ้นเรื่อยๆมีหายใจไม่ออกเปนระยะๆฉันไม่รู้จะทำยังไงเลยต้มฟ้าทะลายโจรให้กินหวังฆ่าเชื้อ ป้อนได้นิดเดียวน้องก็อ้วกมาหมด ฉันเฝ้าดูยุทั้งคืน ป้อนน้ำเป็นระยะๆจนถึง8.30ฉันรีบนำน้องไปหาคลีนิกโรงบาลสัตว์เล็กแต่ที่ไหนก็เปิด9.00 บางที่เปิดแต่รอหมอ จนน้องทนไม่ไหวขาดใจซะก่อนระหว่างทาง ฉันรู้สึกผิดมากจริงๆที่ได้แต่มองดูน้องขาดใจตายต่อหน้าต่อตา เสียใจมากจริงๆ ที่ยิ่งพยายามช่วยแต่เหมือนกับทำให้น้องเขาตายเร็วขึ้นTT ฉันรู้สึกผิดมากจริงๆ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ