ธมฺมศัพท์ ในบทว่า ธมฺมฏฺฐิติญาณํ
 
บ้านธัมมะ
วันที่  14 พ.ย. 2551
หมายเลข  10389
อ่าน  833
  พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑  หน้าที่ 47

ธมฺมศัพท์   ในบทว่า    ธมฺมฏฺฐิติญาณํ  นี้    ย่อมปรากฏในอรรถว่า    สภาวะ,    ปัญญา, บุญ,   บัญญัติ,  อาบัติ,  ปริยัติ,   นิสสัตตตา,วิการ,   คุณ,  ปัจจัย,   ปัจจยุปบันเป็นต้น. ก็   ธมฺมศัพท์นี้    ย่อมปรากฏในอรรถว่าสภาวะ   ได้ในติกะว่ากุสลา    ธมฺมา    สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล,  อกุสลา    ธมฺมาสภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล,    อพฺยากตา  ธมฺมา    สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากตะ๑.ธมฺมศัพท์  ย่อมปรากฏในอรรถว่า  ปัญญา  ได้ในคำเป็นต้นว่า    บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยสัทธา มีธรรม  ๔ ประการเหล่า ธรรมะ,  ธิติ, และจาคะ บุคคลนั้นแล  ละโลกนี้  ไปแล้ว   ย่อมไม่เศร้าโศก๑  ดังนี้. ธมฺมศัพท์  ย่อมปรากฏในอรรถว่า  บุญ  ได้ในคำเป็นต้นว่า ธรรมและอธรรมทั้ง ๒ นี้    มีผลเสมอกัน หามิได้เลย  อธรรมย่อมนำไปนรก  ธรรมย่อมให้ถึง สุคติ๒  ดังนี้.ธมฺมศัพท์  ย่อมปรากฏในอรรถว่า  บัญญัติ   ได้ในคำเป็นต้นว่า บัญญัติธรรม,  นิรุตติธรรม,   อธิวจนธรรม๓   ดังนี้.ธมฺมศัพท์   ย่อมปรากฏในอรรถว่า   อาบัติ   ได้ในคำเป็นต้นว่า ธรรมคือปราชิก,   ธรรมคือสังฆาทิเสส   ดังนี้.ธมฺมศัพท์  ย่อมปรากฏในอรรถว่า   ปริยัติ   ได้ในคำเป็นต้นว่า ภิกษุในธรรมวินัย  ย่อมเรียนธรรมคือสุตตะ,  เคยยะ เวยยากรณะดังนี้.ธมฺมศัพท์   ปรากฏในอรรถว่า   นิสสัตตตา-ความไม่มีสัตว์    ได้ในคำเป็นต้นว่า ก็สมัยนั้นแล   ธรรมทั้งหลาย  ย่อมมี,๖และในคำเป็นต้นว่าพระโยคีบุคคล    ตามพิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย  อยู่๗    ดังนี้.นี้   คือ  สัจจะ,

ธมฺมศัพท์   ปรากฏในอรรถว่า    วิการ - ธรรมชาติที่ผันแปร    ได้ในคำเป็นต้นว่า    ชาติธรรม   ชราธรรม   มรณธรรม๑    ดังนี้.ธมฺมศัพท์   ปรากฏในอรรถว่า   คุณ  ได้ในคำเป็นต้นว่า พุทธธรรม ๖๒ ...    ดังนี้. ธมฺมศัพท์   ปรากฏในอรรถว่า   ปัจจัย  ได้ในคำเป็นต้นว่า ความรู้แตกฉานในเหตุ    ชื่อว่า   ธัมมปฏิสัมภิทา๓    ดังนี้.ธมฺมศัพท์   ปรากฏในอรรถว่า   ปัจจยุปบัน  ได้ในคำเป็นต้นว่า ธาตุนั้น    ตั้งอยู่แล   ชื่อว่า    ธรรมฐิติ   ธรรมนิยาม๔    ดังนี้.ธมฺมศัพท์นี้นั้น   พึงเห็นว่าลงในอรรถว่า   ปัจจยุปบัน  แปลว่า  ธรรมที่เกิดแต่ปัจจัย.    โดยอรรถท่านเรียกว่าธรรมะ   เพราะทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน,   หรือ    อันปัจจัยทรงไว้,   หรือ    ย่อมทรงไว้ซึ่งผลของตน.หรือ   ผู้ใดบำเพ็ญธรรมให้บริบูรณ์ก็ทรงผู้นั้นไว้   ไม่ให้ตกไปในอบายทั้งหลาย,    หรือทรงไว้ในลักษณะของตนๆ .    หรือว่าย่อมตั้งลงไว้ได้ด้วยจิต,  ตามสมควร.   แต่ในที่นี้    ชื่อว่า   ธรรม   เพราะอรรถว่า   อันปัจจัยทั้งหลายของตน  ทรงไว้,    ธรรมทั้งหลายอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น  ย่อมตั้งขึ้น   คือ   ย่อมเกิดขึ้นด้วย   ย่อมเป็นไปด้วยธรรมชาติใด    ฉะนั้น


Tag  ธัมมศัพท์
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 17 พ.ย. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
pornpaon
วันที่ 17 พ.ย. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
suwit02
วันที่ 17 พ.ย. 2551

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ