มีเมตตา ไม่โต้ตอบ [เอกราชจริยา]
 
paderm
paderm
วันที่  13 ต.ค. 2551
หมายเลข  10125
อ่าน  837

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก เล่ม ๙ ภาค ๓- หน้าที่ 536

  อรรถกถาเอกราชจริยาที่ ๑๔

ในครั้งนั้น พระมหาสัตว์ทรงอุบัติเป็นโอรสพระเจ้ากรุงพาราณสี.ครั้นทรง

เจริญวัยถึงความสำเร็จศิลปะทุกแขนง ครั้นพระบิดาสวรรคต จึงครองราชสมบัติ

มีพระนามประกาศว่า เอกราช

ในบทนั้นมีเรื่องราวตามลำดับดังต่อไปนี้ .

ได้ยินว่า ครั้งนั้นพระมหาสัตว์ทรงให้สร้างโรงทาน ๖ แห่งคือที่พระทวาร ๔ ด้าน

ของพระนคร ท่ามกลางพระนคร ๑ ที่ประตูพระ นิเวศน์ ๑ ทรงให้ทานแก่คนยาก

จนและคนเดินทางเป็นต้น.   ทรงรักษาศีลทรงรักษาอุโบสถ   ทรงถึงพร้อมด้วย

ขันติ เมตตาและความเอ็นดู ทรงยินดีสรรพสัตว์ดุจมารดาบิดายินดีบุตรที่นั่งบน

ตัก ทรงครองราชสมบัติโดยธรรม.อำมาตย์ของพระองค์คนหนึ่ง คิดขบถภายใน

พระนครปรากฏขึ้นในภายหลัง.พวกอำมาตย์พากันกราบทูลแด่พระราชา.  พระ-

ราชาทรงคอยสังเกตทรงรู้ชัด ด้วยพระองค์ จึงตรัสให้เรียกอำมาตย์นั้นมารับสั่ง

ว่า อ้ายคนอันธพาลเจ้าทำกรรมไม่สมควร    เจ้าไม่ควรอยู่ในแว่นแคว้นของเรา

จงถือเอาทรัพย์และพาลูกเมียไปอยู่ที่อื่น แล้วทรงขับไล่ออกจากแว่นแคว้น.


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 ต.ค. 2551

อำมาตย์นั้นไปโกศลชนบท เข้ารับราชการกะพระเจ้าโกศลพระนามว่า

ทิพพเสนะ ได้ทำความคุ้นเคยกับพระราชานั้นโดยลำดับ วันหนึ่งทูลพระราชาว่า

ข้าแต่พระองค์กรุงพาราณสีเช่นกับรังผึ้งไม่มีตัวผึ้ง  พระราชาก็อ่อนแอ  พระองค์

สามารถยึดราชสมบัตินั้นได้โดยง่ายทีเดียว   พระราชาทัพพเสนะไม่ทรงเชื่อคำ

ของอำมาตย์นั้น เพราะพระเจ้ากรุงพาราณสีทรงอานุภาพมาก     จึงทรงส่งพวก

มนุษย์ให้ไปทำการปล้นมีการฆ่าชาวบ้านเป็นต้นในแคว้นกาสี  ทรงสดับว่าพระ-

โพธิสัตว์ทรงให้ทรัพย์แก่โจรเหล่านั้นแล้วทรงปล่อย ครั้นทรงทราบว่าพระราชา

เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมอย่างยิ่งทรงดำริว่า เราจักยึดราชสมบัติในกรุงพาราณสี

จึงยกกองทัพเสด็จออกไป. ลำดับนั้น  ทหารของพระเจ้ากรุงพาราณสีได้ข่าวว่า

พระเจ้าโกศลยกกองทัพ มา     จึงกราบทูลแด่พระราชาของตนว่า พวกข้าพระ-

พุทธเจ้าจะจับโบยพระราชานั้นตอนยังไม่ล่วงล้ำรัฐสีมาของเรา.

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 ต.ค. 2551

    พระโพธิสัตว์ทรงห้ามว่า ท่านทั้งหลาย     การทำคนอื่นให้ลำบากเพราะ

อาศัยเราไม่มี. ผู้ต้องการราชสมบัติจงยึดราชสมบัติเถิด.   พวกท่านอย่าไปเลย

พระเจ้าโกศลเสด็จเข้าไปถึงท่ามกลางชนบท.พวกทหารทูลแด่พระราชาเหมือน

อย่างนั้นอีก. พระราชาทรงห้ามโดยนัยก่อน.    พระเจ้าทัพพเสนะประทับยืนอยู่

นอกพระนคร ทรงส่งสาส์นถึงพระเจ้าเอกราชว่า จะมอบราชสมบัติให้หรือจะรบ.

พระเจ้าเอกราชทรงส่งสาส์นตอบไปว่า   เราไม่ต้องการรบจงเอาราชสมบัติไป

เถิด. พวกทหารทูลอีกว่า ข้าแต่พระองค์ พวกข้าพระองค์จะไม่ให้พระเจ้าโกศล

เข้าพระนครได้. จะช่วยกันโบยพระเจ้าโกศลนั้นนอกพระนครแล้วจับมาถวาย

พระเจ้าข้า. พระราชาทรงห้ามเหมือนก่อนทรงรับสั่งไม่ให้ปิดประตูพระนคร

ประทับนั่งท่ามกลางบัลลังก์บนพื้นใหญ่. พระเจ้าทัพพเสนะเสด็จเข้าพระนคร

ด้วยกองทัพใหญ่    ไม่ทรงเห็นข้าศึกต่อต้านแม้แต่คนเดียวเสด็จไปยังพระราช

นิเวศน์ ยึดราชสมบัติทั้งหมดให้อยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ เสด็จขึ้นสู่พื้นใหญ่รับสั่งให้

จับพระโพธิสัตว์ผู้ไม่มีความผิดฝังในหลุม. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-

   พระเจ้าทัพพเสนะยกกองทัพมาชิงเอาพระนครเราได้ ทรงทำข้าราชการ ชาว

นิคม พร้อมด้วยทหาร ชาวชนบท ให้อยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ทั้งหมดแล้ว ตรัสสั่งให้

ฝังเราเสียในหลุม.

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 13 ต.ค. 2551

 พระมหาสัตว์ทรงเจริญเมตตาปรารภพระราชาโจรแล้ว ทรงกระทำกสิณบริกรรม

ยังฌานและอภิญญาให้เกิด ทรงผุดขึ้นจากทรายประทับนั่ง ขัดสมาธิบน

อากาศ . ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-

เราเห็นพระเจ้าทัพพเสนะกับหมู่อำมาตย์ชิงเอาราชสมบัติอันมั่งคั่งภายใน

พระนครของเราเหมือนบุตรสุดที่รัก.

     ก็เมื่อพระมหาสัตว์ทรงแผ่เมตตาปรารภพระราชาโจรนั้น ประทับนั่งขัดสมาธิ

บนอากาศ พระเจ้าทัพพเสนะจึงเกิดความเร่าร้อนในพระวรกาย .พระองค์ทรงส่ง

เสียงร้องว่า เราถูกไฟไหม้ เราถูกไฟไหม้ ทรงกลิ้งเกลือก ไปมาบนแผ่นดิน. ตรัส

ว่านี่อะไรกัน   พวกราชบุรุษทูลว่า   ข้าแต่มหาราชพระองค์รับสั่งให้ฝังพระราชา

ผู้ทรงธรรมผู้ไม่มีความผิดไว้ในหลุม.    ตรัสว่าถ้าเช่นนั้นพวกท่านรีบไปเอาพระ-

ราชานั้นขึ้นเถิด. พวกราชบุรุษไปเห็นพระราชานั้นประทับนั่งขัดสมาธิบนอากาศ

จึงกลับมาทูลแด่พระเจ้าทัพพเสนะ.    พระเจ้าทัพพเสนะรีบเสด็จไปถวายบังคม

ขอขมาแล้วตรัสว่า ขอพระองค์จงครองราชสมบัติของพระองค์เถิด. ข้าพระองค์

จักป้องกันพวกโจรแด่พระองค์ แล้วรับสั่งให้ลงอาญาแก่อำมาตย์ชั่ว   เสด็จกลับ

พระนคร. แม้พระโพธิสัตว์ก็ทรงมอบราชสมบัติให้แก่พวกอำมาตย์ แล้วทรงบวช

เป็นฤาษียังมหาชนให้ตั้งอยู่ในคุณมีศีลเป็นต้นครั้นสิ้นอายุแล้วก็ไปสู่พรหมโลก.

พระเจ้าทัพพเสนะในครั้งนั้น ได้เป็นพระอานนท์เถระในครั้งนี้.   พระเจ้าเอกราช

คือพระโลกนาถ.

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ajarnkruo
วันที่ 15 ต.ค. 2551

อ่านแล้วซาบซึ้ง ขัดเกลาจิตใจมากครับขออนุโมทนาในกุศลจิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 15 ต.ค. 2551

เราเห็นพระเจ้าทัพพเสนะกับหมู่อำมาตย์ชิงเอาราชสมบัติอันมั่งคั่งภายใน

พระนครของเราเหมือนบุตรสุดที่รัก.  ท่านพระมหาสัตว์ทรงมีความเกื้อกูลกับบุคคล

ทั้งหลายเหมือนกันหมด      ทรงทำประโยชน์แก่บุคคลทั่วไป      มีความเป็นมิตร 

ไม่มีการประทุษร้าย      ไม่มีการแข่งดี      ไม่มีการกล่าวร้าย    ทรงให้ยึดราชสมบัติ

ไปแล้วยังเจริญเมตตาแก่พระเจ้าทัพพเสนะราชาโจรอีก

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
opanayigo
วันที่ 25 ม.ค. 2552
อนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ