เมื่อเข้าใจก็อบรมจนกว่าจะหมดความยึดถือว่าเป็นเรา พอ.5280


    สุ. นี่แสดงให้เห็นว่า แม้เห็นกำลังเห็น แล้วก็พูดเรื่องเห็น แต่ก็ยังไม่ได้รู้ลักษณะของเห็น เพียงแต่เริ่มเข้าใจว่า ที่เห็นทุกวันๆ เป็นธรรมที่มีจริงๆ และก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตัวตน นี่คือขณะที่คิดไตร่ตรอง แต่ไม่ใช่ขณะที่กำลังเริ่มเข้าใจกำลังเห็นเดี๋ยวนี้ ฟังไป เรื่องเห็น เรื่องได้ยิน ฟังแล้วฟังอีก จะไม่พ้นจากเรื่องชีวิตประจำวันทั้งเห็น ทั้งได้ยิน จนกว่าจะรู้ว่า กำลังค่อยๆ เข้าใจเห็นที่กำลังเห็นนี่คือการเริ่มจากการที่ฟังและเข้าใจ จนกระทั่งสามารถเข้าใจกำลังเห็นนี่เอง เริ่มเข้าใจว่า ลักษณะนี้ที่เห็นเป็นสภาพธรรม เป็นสภาพรู้ที่ไม่มีรูปร่างเลย ขณะใดที่ถึงลักษณะ ขณะนั้นต้องมีสติ จะรู้หรือไม่รู้ จะเรียกชื่อว่าอะไรก็ตามแต่ แต่ขณะนั้นกำลังมีลักษณะที่สติกำลังรู้ แล้วปัญญาก็เข้าถึงด้วยการเริ่มเข้าใจถูกตามความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้น การเข้าถึงลักษณะของสภาพธรรมแต่ละอย่างเป็นปฏิปัตติ

    เพราะฉะนั้นไม่ไปหลงทางเข้าใจว่า จะปฏิบัติ เราจะปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเหตุว่าธรรมเป็นเรื่องฟังให้เข้าใจ จนกว่าความรู้จะเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องความรู้เลย แต่อยากจะปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็ปฏิบัติโดยไม่รู้อะไรในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ แล้วจะชื่อว่า “ปฏิปัตติ” ได้อย่างไร ก็เป็นการหลงใช้คำ แล้วก็ทำให้เข้าใจผิด ตามที่กล่าวว่า สำหรับพระสูตร ถ้าศึกษาไม่ดี ก็ทำให้มีความเห็นผิด เป็นเราที่จะทำ ไม่ได้ละความเป็นเราเลย

    วิจิตร ถ้าเผื่อฟังอย่างเข้าใจแล้ว ก็ถือเป็นปฏิปัตติ

    สุ. ขณะนี้มีเห็น ถึงลักษณะที่เห็นด้วยการเข้าใจขึ้นว่า เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ จะมาถือว่า ปฏิบัติ ไปถืออะไร ไปถือทำไม ทำไมต้องถือ ในเมื่อความจริงก็คือความจริง การอบรมเจริญปัญญา เพื่อเข้าใจถูก เห็นถูก

    พระพุทธศาสนา คำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ใดเป็นผู้รับมรดก คือ รับความรู้ในคำสอนที่ทรงแสดง แม้แต่ศรัทธาที่จะฟัง ก็มาจากคำสอนของพระองค์ จนกระทั่งรู้ว่า คำสอนมีประโยชน์อย่างไร ศรัทธาก็เพิ่มขึ้น มิฉะนั้นศรัทธาที่จะฟังให้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมจะมีไม่ได้เลย มีเพียงศรัทธาระดับอื่น ขั้นทาน ขั้นศีล หรือขั้นความสงบของจิต แต่ไม่สามารถจะรู้ความจริงของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

    เพราะฉะนั้นถ้ามีความเข้าใจถูกว่า กุศลทั้งหลายที่เจริญขึ้นจากการฟัง ทั้งหมดมาจากการเข้าใจคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ต้องเป็นปัญญา เป็นความเข้าใจ พระผู้มีพระภาคจะไม่สอนให้หลงผิด จะไม่สอนให้เข้าใจผิด หรือจะไม่สอนให้ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏ

    เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นคำสอนให้เข้าใจถูก เห็นถูก ให้รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏ ก็คือในขณะนี้ เริ่มที่จะเข้าใจว่า ธรรมคืออย่างไร และเป็นธรรมอย่างไร จนกว่าจะหมดการยึดถือว่าเป็นตัวเรา หรือเป็นตัวตน เป็นสัตว์ เป็นบุคคล

    วิจิตร ถ้าฟังบางอย่างเข้าใจ ก็ถือว่า

    สุ. ถืออีกแล้วนะคะ การฟังธรรมให้เข้าใจธรรม ไม่ต้องไปคิดเรื่องถืออีกต่อไป จะไปถือทำไมคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ ความติดข้องมีไหมคะ

    มีนะคะ ภาษาบาลีใช้คำว่าอะไร


    หมายเลข 12130
    11 ส.ค. 2564