Print 
การบรรเทาความคิดที่ว่าการมีชีวิตอยู่นั้นเป็นความสุขทำได้อย่างไรคะ
 
fleppe_jeen
fleppe_jeen
วันที่  24 พ.ย. 2560
หมายเลข  29328
อ่าน  249

มนุษย์เราชอบคิดว่าการมีชีวิตอยู่เป็นความสุข จึงทำให้ไม่อยากตาย 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 25 พ.ย. 2560 11:06 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การเปลี่ยนความคิดที่ผิด ไปสู่ความคิดที่ถูก ก็คือ การได้ฟังคำที่ถูกต้องนั่นคือ คำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น ชีวิตที่คิดว่าสุข แท้ที่จริง ทุกข์ ทุกข์ มีแต่ธรรมที่เกิดขึ้นและดับไป ไม่เที่ยง สิ่งที่ไม่เที่ยง จะเป็นสุขไม่ได้เลย จึงเป็นทุกข์ เพราะเกิดขึ้นและดับไป เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยการฟังคำของพระพุทธเจ้า ก็จะค่อยๆเข้าใจความจริง จึงรู้ความจริงของสัจจะ ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
worrasak
worrasak
วันที่ 25 พ.ย. 2560 12:04 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 25 พ.ย. 2560 12:50 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

บุคคลผู้ที่ยังมีอวิชชา  ยังมีความไม่รู้ เป็นเครื่องปกปิดไว้     จึงทำให้มีความติดข้องยินดี พอใจ ในลาภ  ยศ   สรรเสริญ  สุข  ทำให้ไม่เห็นว่าเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏชั่วคราวแล้วก็หมดไปเท่านั้น   กล่าวได้ว่าเป็นการแสวงในสิ่งที่ไม่ประเสริฐ      เพราะได้มาแล้วทำให้ติดข้องยินดีพอใจ และที่สำคัญ เมื่อละจากโลกนี้ไปแล้ว บุคคลไม่สามารถนำเอาทุกอย่างเหล่านี้ไปในภพหน้าได้ เลย  ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้   มีแต่การสะสม ทั้งที่ดีและไม่ดี  เท่านั้นจะติดตัวไปได้      ในชาตินี้    ยังมีกิเลสมาก     และปัญญาก็ยังไม่เจริญ  ถ้าไม่ได้สะสมเหตุที่ดีบ่อย ๆ เนือง ๆ    โดยเฉพาะการฟังพระธรรม  อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน แล้ว   ก็ย่อมจะเป็นโอกาสของอกุศลที่พร้อมจะเกิดขึ้นครอบงำจิตใจอยู่ตลอดเวลา  และอาจจะตายไปพร้อมกับความไม่รู้ก็เป็นได้    ดังนั้น  เมื่อยังมีชีวิตอยู่  จึงควรอย่างยิ่งที่จะสะสมลาภที่ประเสริฐ นั่นก็คือ การฟังพระธรรม  ซึ่งจะทำให้เกิดปัญญา      ทำให้มีความเข้าใจถูกเห็นถูก ไปตามลำดับ     และอีกประการหนึ่งที่ควรพิจารณา  คือ สิ่งที่ได้มาแล้วเกิดความติดข้อง ยินดี พอใจกับการที่ได้มีความเข้าใจถูกแล้วไม่ติดข้องในสิ่งที่ได้มา  ทั้งสองอย่างนี้ มีความต่างกันกล่าวคือ การไม่ติดข้อง ย่อมจะประเสริฐกว่า     เพราะเหตุว่า   จะหลีกเลี่ยงลาภ     ยศสรรเสริญ สุข นั้น ย่อมไม่ได้ เพราะเป็นไปตามเหตุปัจจัย   แต่ว่ามีความเข้าใจที่ถูกต้อง

รู้ตามความเป็นจริงว่าเป็นสิ่งที่ชั่วคราวจริง ๆ เกิดแล้วก็หมดไป ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเมื่อไม่ติดข้อง  จึงไม่ทำให้มีความเดือดร้อนใจ อีกด้วย,   ทั้งหมดทั้งปวง  นี้จึงเป็นเรื่องของความเข้าใจถูก  เห็นถูกจริง ๆ (ปัญญา)   ซึ่งเกิดจากการฟังพระธรรม นั่นเอง   ครับ                          

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ํํญาณินทร์
ํํญาณินทร์
วันที่ 26 พ.ย. 2560 10:09 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
thilda
thilda
วันที่ 26 พ.ย. 2560 22:24 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
p.methanawingmai
p.methanawingmai
วันที่ 26 พ.ย. 2560 23:18 น.

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
kullawat
วันที่ 27 พ.ย. 2560 10:07 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 28 พ.ย. 2560 11:21 น.

มีชีวิตอยู่เพื่อสะสมความเข้าใจธรรมะ  เพื่อทำความดี  เพื่อขัดเกลากิเลส เป็นชีวิตที่มีความสุขค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
2491surin
2491surin
วันที่ 28 พ.ย. 2560 12:52 น.

 ขอบพระคุุณและขออนุโมทนา ครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ