Loading...

เกสีสูตร .. เรื่องนายเกสีผู้ฝึกม้า
บ้านธัมมะ
บ้านธัมมะ
วันที่ 4 ส.ค. 2551
อ่าน 2262

สนทนาธรรมที่ ...

  มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา 

พระสูตร  ที่นำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ

วันเสาร์  ๙  ส.ค.  ๒๕๕๑    เวลา  ๐๙:๐๐ - ๑๒:๐๐น.  คือ

 

๑.  เกสีสูตร

ว่าด้วยเรื่องนายเกสีผู้ฝึกม้า

 

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ ๒๙๘

 


พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒ - หน้าที่ ๒๙๘
   
เกสีวรรคที่  ๒

๑.  เกสีสูตร

ว่าด้วยเรื่องนายเกสีผู้ฝึกม้า

 

[๑๑๑]  ครั้งนั้นแล สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสี  เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

ถึงที่ประทับ  ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้าง

หนึ่ง   ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามว่า ดูก่อนเกสี  ท่านอัน

ใคร ๆ  ก็รู้กันดีแล้วว่าเป็นสารถีผู้ฝึกม้า  ก็ท่านฝึกหัดม้าที่ควรฝึกอย่าง

ไร  สารถีผู้ฝึกม้าชื่อเกสีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์

ฝึกหัดม้าที่ควรฝึกด้วยวีธีละม่อมบ้าง รุนแรงบ้าง  ทั้งละม่อมทั้งรุนแรง

บ้าง.

            พ.  ดูก่อนเกสี    ถ้าม้าที่ควรฝึกของท่านไม่เข้าถึงการฝึกหัด

ด้วยวิธีละม่อม  ด้วยวิธีรุนแรง  ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง  ท่านจะทำ

อย่างไรกะมัน ?  

            เกสี.   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ถ้าม้าที่ควรฝึกของข้าพระองค์

ไม่เข้าถึงการฝึกหัดด้วยวิธีละม่อม   ด้วยวิธีรุนแรง   ด้วยวิธีทั้งละม่อม

ทั้งรุนแรง  ก็ฆ่ามันเสียเลย   ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?    เพราะคิดว่าโทษ

มิใช่คุณอย่าได้มีแก่สกุลอาจารย์ของเราเลย    ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็

พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นสารถีฝึก   บุรุษชั้นเยี่ยม   ก็พระผู้มีพระภาคเจ้า

ทรงฝึกบุรุษที่ควรฝีกอย่างไร.

            พ.  ดูก่อนเกสี   เราแล  ย่อมฝึกบุรุษที่ควรฝึกด้วยวิธีละม่อม

บ้าง  รุนแรงบ้าง  ทั้งละม่อมทั้งรุนแรงบ้าง ดูก่อนเกสี  ในวิธีทั้ง ๓ นั้น

การฝึก ดังต่อไปนี้  เป็นวิธีละม่อม  คือ กายสุจริตเป็นดังนี้   วิบากแห่ง

กายสุจริตเป็น  ดังนี้    วจีสุจริตเป็นดังนี้    วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้

มโนสุจริตเป็นดังนี้     วิบากแห่งมุโนสุจริตเป็นดังนี้    เทวดาเป็นดังนี้

มนุษย์เป็นดังนี้   การฝึกดังต่อไปนี้เป็นวิธีรุนแรง  คือกายทุจริตเป็นดัง

นี้    วิบากแห่งกายทุจริตเป็นดังนี้    วจีทุจริตเป็นดังนี้     วิบากแห่งวจี

ทุจริตเป็นดังนี้     มโนทุจริตเป็นดังนี้     วิบากแห่งมโนทุจริตเป็นดังนี้

นรกเป็นดังนี้  กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานเป็นดังนี้  ปิตติวิสัย เป็นดังนี้     การ

ฝึกดังต่อไปนี้    เป็นวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง  คือ  กายสุจริต  เป็นดังนี้

วิบากแห่งกายสุจริตเป็นดังนี้  กายทุจริตเป็นดังนี้  วิบากแห่งกายทุจริต

เป็นดังนี้   วจีสุจริตเป็นดังนี้   วิบากแห่งวจีสุจริตเป็นดังนี้     วจีทุจริต

เป็นดังนี้   วิบากแห่งวจีทุจริตเป็นดังนี้     มโนสุจริตเป็นดังนี้     วิบาก

แห่งมโนสุจริตเป็นดังนี้  มโนทุจริตเป็นดังนี้   วิบากแห่งมโนทุจริตเป็น

ดังนี้  เทวดาเป็นดังนี้  มนุษย์เป็นดังนี้    นรกเป็นดังนี้      กำเนิดสัตว์

ดิรัจฉานเป็นดังนี้  ปิตติวิสัยเป็นดังนี้.

             เกสี.   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ   ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของพระองค์

ไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม   ด้วยวิธีรุนแรง   ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้ง

รุนแรง  พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทำอย่างไรกะเขา ?

            พ. ดูก่อนเกสี   ถ้าบุรุษที่ควรฝึกของเราไม่เข้าถึงการฝึกด้วย

วิธีละม่อมด้วยวิธีรุนแรง  ด้วยวิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง   เราก็ฆ่าเขาเสีย

เลย

            เกสี.   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ   ปาณาติบาตไม่สมควรแก่พระ

ผู้มีพระภาคเจ้าเลย  ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น   ไฉนพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส

อย่างนี้ว่า  ฆ่าเขาเสีย ?

            พ.  จริง   เกสี ปาณาติบาตไม่สมควรแก่ตถาคต ก็แต่ว่าบุรุษ

ที่ควรฝึกใด  ย่อมไม่เข้าถึงการฝึกด้วยวิธีละม่อม  ด้วยวิธีรุนแรง   ด้วย

วิธีทั้งละม่อมทั้งรุนแรง   ตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่ควรฝึกนั้นว่า   ควรว่า

กล่าว    ควรสั่งสอน   แม้สพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนก็ย่อมไม่สำคัญว่า

ควรว่ากล่าว   ควรสั่งสอน  ดูก่อนเกสี   ข้อที่ตถาคต    ไม่สำคัญบุรุษ

ที่ควรฝีกว่า ควรว่ากล่าว  ควรสั่งสอน แม้สพรหมจารีผู้เป็นวิญญูชนทั้ง

หลายก็ไม่สำคัญว่า ควรว่ากล่าว ควรสั่งสอน  นี้เป็นการฆ่าอย่างดี  ใน

วินัยของพระอริย.

            เกสี.  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้อที่พระตถาคตไม่สำคัญบุรุษที่

ควรฝึกว่า  ควรว่ากล่าว    ควรสั่งสอน   แม้สพรหมจารีผู้วิญญูชนก็ไม่

สำคัญว่า  ควรว่ากล่าวควรสั่งสอน  นั่นเป็นการฆ่าอย่างดีแน่นอน  ข้า

แต่พระองค์ผู้เจริญ  ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก    ข้าแต่พระองค์ผู้

เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนักพระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงประกาศ

ธรรมโดยอเนกปริยาย   เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ   เปิดของที่ปิด

บอกทางแก่คนหลงทาง   หรือส่องประทีปในที่มืด   ด้วยหวังว่า  คนมี

จักษุจักเห็นรูปฉะนั้น  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ    ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระ

ผู้มีพระภาคเจ้ากับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ  ขอพระ

ผู้มีพระภาคเจ้าโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอด

ชีวิต  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.

 

จบเกสีสูตรที่ ๑

 


 

อรรถกถาเกสีสูตร
           

พึงทราบวินิจฉัยในเกสีสูตรที่  ๑  แห่งวรรคที่  ๒  ดังต่อไปนี้ :-

             บทว่า   เกสี   เป็นชื่อของนายสารถีผู้ฝึกม้า.    ชื่อว่า สารถี

ผู้ฝึกม้า   เพราะทำม้าที่ควรฝึกให้เข้าใจจึงฝึก.    ในบทว่า   สณฺเหนปิ

ทเมติ  เป็นต้น   นายสารถีทำสักการะพอสมควรแก่ม้านั้น   คือ  ให้กิน

โภชนะอย่างดี ให้ดื่มน้ำอร่อย พูดด้วยถ้อยคำนิ่มนวลแล้วจึงฝึก ชื่อว่า

ฝึกด้วยวิธีละมุนละม่อม.  เมื่อฝึกด้วยผูกเข่าผูกปากเป็นต้น    และแทง

ด้วยปฏัก   เฆี่ยนด้วยแส้  พูดคำหยาบชื่อว่าฝึกด้วยวิธีรุนแรง.  ต้องทำ

ทั้งสองวิธีนั้น    ตามกาลอันควร     ชื่อว่าฝึกทั้งวิธีละมุนละม่อมทั้งวิธี

รุนแรง.

 

จบอรรกถาเกสีสูตรที่  ๑

 

 



ความคิดเห็นที่ 1
 
suwit02
วันที่ 4 ส.ค. 2551

สาธุ

 
  

ความคิดเห็นที่ 2
 
พุทธรักษา
วันที่ 4 ส.ค. 2551


(........นี้เป็นการฆ่าอย่างดี ในวินัยของพระอริย.........)

น่าจะหมายถึง........การไม่คบหา สมาคมด้วยความเห็นผิด........ใช่ไหมคะ?

........................................................

อนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
prachern.s
วันที่ 6 ส.ค. 2551

        ในพระบาลีก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า   การไม่ว่ากล่าว   การไม่สั่งสอน

การไม่
แนะนำ  การไม่คบหา เป็นการฆ่าอย่างดีในวินัยของพระอริยเจ้า 

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
พุทธรักษา
วันที่ 6 ส.ค. 2551


ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ.

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
คุณ
วันที่ 6 ส.ค. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
ING
วันที่ 6 ส.ค. 2551

ขอขอบพระคุณ ในความเมตตาอัญเชิญพระธรรม ที่ดิฉันยังไม่เคยได้ยินมาก่อน

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
Anutta
วันที่ 8 ส.ค. 2551
ขออนุโมทนาค่ะ ในกรณีนี้จะใช้กับผู้ใดได้บ้างคะ
 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
prachern.s
วันที่ 9 ส.ค. 2551
การฆ่าในวินัยของพระอริยะ ใช้ในกรณีผู้ที่ว่ายาก  สอนยาก ไม่รับฟังโดยเคารพ

หัวดื้อ ถือรั้น ไม่ยอมสละความเห็นผิด ..
 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
เซจาน้อย
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 20:21

    ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
พุทธรักษา
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 22:23


ขออนุญาตเรียนถามต่อนะคะ

หมายความว่า ถ้าแม้ปัญญาขั้น  ศีล คือ กายสุจริต  วจีสุจริต  มโนสุจริต

และ ความเชื่อในเรื่องกรรม และ ผลของกรรม ยังไม่สามาถฝึกได้แล้ว 

พระองค์จะไม่ทรงตรัสสอนพระธรรมขั้น สมถภาวนา และ วิปัสสนาภาวนา

เป็นความสำคัญของปัญญาขั้นศึล


เข้าใจอย่างนี้ ถูกผิดประการใด กรุณาแนะนำด้วยค่ะ.

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
paderm
วันที่ 27 ธ.ค. 2554 23:51

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

   จากที่ผู้ถามกล่าวไว้ เรื่องการสอนของพระพุทธเจ้า ก็ต้องละเอียดในข้อความที่

พระองค์ทรงแสดง ในส่วนที่เป็นสุจริต 3 คือ กายสุจริต วจีสุจริตและมโนสุจริต   กิน

ความแ่ค่ไหน แค่เพียงศีลหรือไม่ครับ ใน สุจริต 3 กายสุจริต และวจีสุริต หมายถึง ศีล

ครับ เพราะ ศีลหมายถึง กายและวาจา ส่วน มโนสุจริต มี 3 ข้อ 

มโนสุจริต หมายถึง ความดีทางใจ มี ๓  ได้แก่

ความไม่เพ่งเล็งอยากได้    (อนภิชฌา)  ๑

ความไม่พยาบาทป้องร้าย  (อัพยาปาท)  ๑    

ความเห็นชอบ                  (สัมมาทิฏฐิ)  ๑  

        จะเห็นนะครับว่า มีสัมมาทิฏฐิด้วย คือ ความเห็นถูก หรือ ปัญญานั่นเอง ดังนั้น

สัมมาทิฏฐิ ใน สุจริต 3 ที่พระองค์ทรงตรัสสอน คือ ด้วยวิธีละมุนละม่อม ก็หมายถึง

การสอนเรื่อง สมถภาวนา และ วิปัสสนา ที่เป็นสติปัฏฐาน หรือ อริยมรรค ด้วยครับ

รวมถึงปัญญาทุกระดับเลยครับ เพราะ สัมมาทิฏฐิ ย่อมครอบคลุม การอบรมปัญญา

ทุกอย่าง ดังนั้นผู้ใดฝึกได้ คือ ได้สะสม อบรมปัญญามาแล้ว ก็ทรงสอนด้วย สุจริต 3

รวม สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นถูก ทั้งในเรื่องสมถภาวนา  และวิปัสสนาภาวนา พระองค์

ก็ทรงสั่งสอนสาวกครับ ส่วนผู้ใด ไม่ได้สะสมปัญญามา    และหากเป็นผู้เห็นผิด ไม่มี

ศรัทธาในพระพุทธศาสนา  พระองค์ก็ไม่แสดงธรรม เพราะไม่สามารถฝึกได้ครับ ส่วน

ผู้ที่สะสมปัญญามา แต่เป็นผู้ที่หนาด้วยกิเลสมาก พระองค์ก็ทรงแสดง    โทษของ

สุจริต 3 คือ การฆ่าสัตว์... ความเห็นผิด ว่ามีโทษอย่างไร เพื่อให้ผู้ฟังนั้นเห็นโทษ

เมื่อเห็นโทษแล้ว ก็ทรงแสดงเรื่อง สุจริต 3 ก็รวมทั้งการอบรมปัญญาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ

ใน มโนสุจริตด้วย เพื่อให้เข้าใจพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 12
 
พุทธรักษา
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 14:21

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 13
 
jaturong
วันที่ 28 ธ.ค. 2554 15:49

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่