Loading...

อกหักทำอย่างไรดี
Anutta
วันที่ 14 พ.ค. 2550
อ่าน 19243
 



ความคิดเห็นที่ 1
 
study
วันที่ 14 พ.ค. 2550
ขอเชิญอ่านที่นี่  อกหัก กินข้าวไม่ลง 
 
  

ความคิดเห็นที่ 3
 
อารายเนี่ย
วันที่ 14 พ.ค. 2550

   

     สติขั้นคิดนึก  เพียงบรรเทาความทุกข์ให้คลายลงบ้าง   แต่มีเหตุปัจจัย  ก็ทุกข์ขึ้น

มาอีก  ดังนั้น พระพุทธองค์ จึงแสดงหนทางดับทุกข์  มีทางเดียวคือ  สติปัฏฐาน  คือ

ระลึกรู้สภาพธัมมะที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน  เช่น  ความทุกข์มีจริงไหม  มีจริง  บังคับ

ไม่ให้เกิดได้ไหม  ก็ไม่ได้    แต่โดยทั่วไปแล้ว  เราก็ยึดถือว่า  เป็นเราที่ทุกข์    ดังนั้น

เพราะความที่ยังยึดว่า  เป็นเรานี่แหละ เป็นมูลเหตุแห่งทุกข์และการเกิดต่อไปอีก  ดัง

นั้น สติปัฏฐานจึงเป็นการอบรมปัญญา ให้ระลึกขณะที่ ความทุกข์เกิดว่าไม่ใช่เรา เป็น

ธรรมครับ   จึงสามารถดับกิเลส   ไม่เกิดอีกได้ครับ

   เป็นธรรมดาครับ โลกธรรม ๘  มีลาภก็ต้องเสื่อมลาภ  มียศ ก็ต้องเสื่อมยศ   มีสุข

ก็ต้องมีทุกข์   มีนินทา  ก็ต้องมีสรรเสริญ     ดังนั้น   เมื่อเกิดขึ้นมา  ก็ต้องมีความทุกข์ 

อันเนื่องมาจากการเกิด  หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย    ดังนั้น ควรเห็นว่าเป็นธรรมดาของโลก

การที่จะไม่พลัดพรากจากของรัก   ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้    ไม่จากเป็น    ก็ต้องจากตาย

ครับ    และธรรมดาแล้ว  เราก็รักตัวเองเป็นที่สุด ย่อมอยากจะได้ความรักจากคนที่เรา

รัก  แต่ถ้าเราคิดถึงความสุขของคนอื่นก่อนบ้าง  (คิดด้วยเมตตา) ไม่ว่าเหตุการณ์นั้น 

จะเป็นอย่างไรก็ตาม   ก็ย่อมทำประโยชน์ให้เขา (อบรมเมตตาในชีวิตประจำวัน) และ

เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นอนัตตา  บังคับบัญชาไม่ได้ จากที่กล่าวมาก็เป็นเพียงขั้น

พิจารณา

         ดังนั้นการพิจารณาก็แล้วแต่ระดับปัญญาจริง ๆ  ขอยกพระสูตรให้อ่านนะครับ

 

                                                ...เชิญคลิกอ่าน...

เหตุที่ควรพิจารณาเนืองๆว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น

 

 ...เชิญคลิกอ่าน...

  เรื่อง นางปฏาจารา

 

                                               ...เชิญคลิกอ่าน...

                         ควรคบคนที่เขาพอใจจะคบด้วย [โคธชาดก]

 

                                               ...เชิญคลิกอ่าน...                                    

ความโศกและภัยย่อมเกิดแต่ของที่รัก ความรัก ความยินดี กาม และตัณหา

ธรรมแลรักษาผู้ประพฤติธรรม

 

                   

 

                                        ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 

 
  

ความคิดเห็นที่ 4
 
wannee.s
วันที่ 14 พ.ค. 2550

อกหักเป็นเรื่องธรรมดา  เพราะทุกคนที่เกิดมาไม่มีใครหนีโลกธรรมแปดได้   ถ้าอกหักให้

รักษาด้วยธรรมโอสถค่ะ เพราะธรรมะช่วยให้เราหายทุกข์  ยิ่งฟังธรรมะเข้าใจแล้วน้อมนำ

มาประพฤติปฏิบัติตาม  ทุกข์ก็ยิ่งลดลง   ตามกำลังของปัญญาค่ะ    พระพุทธเจ้าตรัสว่า 

จงมีธรรมเป็นเกาะ จงมีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง และที่สำคัญแม้บัณฑิต

ประสบทุกข์ก็ไม่ทิ้งธรรมค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 5
 
ไตรสรณคมน์
วันที่ 14 พ.ค. 2550
 
  

ความคิดเห็นที่ 6
 
อิสระ
วันที่ 14 พ.ค. 2550

มาเจอเว็บนี้  ถือว่ามีบุญแล้วครับ  ค่อย ๆ ศึกษาไป  แล้วจะอาจหาญ ร่าเริง 

หัวเราะได้สบาย ๆ เองครับ 
เอาใจช่วยครับ  ....   สาธุ

                               ขออนุโมทนา 

 
  

ความคิดเห็นที่ 7
 
vipanapa
วันที่ 14 พ.ค. 2550

    ทุกอย่างเกิดขึ้น  แล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว  ไม่มีอะไรที่จะยั่งยืนตลอดไป   วันนี้อกหัก

วันต่อไปก็จะค่อย ๆ คลาย  แล้วก็หายในที่สุด  ความจริงอกหักเพราะรักตัวเอง  ไม่ได้ดัง

ใจถูกทิ้งก่อน  จึงเป็นทุกข์  ถ้าเป็นฝ่ายทิ้งเขา  เราก็คงไม่รู้สึกอะไร   
ถ้าคิดถึงเรื่องกรรม

และผลของกรรม   ผลที่ได้รับขณะนี้   ก็ต้องมาจากเหตุที่เคยได้สร้างไว้ในอดีตแน่นอน

คิดได้อย่างนี้ก็จะค่อย ๆ คลายทุกข์    และคลายโทสะลงได้บ้าง   คิดเสียว่าเราก็รับผล

ที่เราเคยทำไว้ (ชาติใด ชาติหนึ่ง)   เราหมดไปหนึ่งกรรม    เขาที่หักอกเรา   ก็กำลังทำ

เหตุใหม่ของเขาและเขาก็น่าสงสารมาก     เพราะต่อไปก็จะต้องได้รับผลจากเหตุที่เขา

กระทำไว้เช่นกันความ  จริงที่สุดก็คือ  ไม่มีเขาที่หักอกเรา  ไม่มีเราที่อกหัก  มีเพียง  จิต

เจตสิก  รูป  เท่านั้นแต่   เพราะเรา  ยังมีเรา  จึงเป็น "เรา" ที่อกหัก

 
  

ความคิดเห็นที่ 8
 
pornchai.s
วันที่ 14 พ.ค. 2550

คห.5  เป็นพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาค ตรัส กับท่านวิสาขามหาอุบาสิกา  เพราะท่าน

เศร้าโศก
มาก     ที่บุคคลอันเป็นที่รักของท่านตายไป   ท่านเป็นถึงพระโสดาบัน    เป็น

พระอริยบุคคล   
ปัญญาของท่านมากมายกว่าปุถุชนอย่างเรา ๆ  แบบว่าเทียบกันไม่ได้

เลยครับ แต่ท่านก็ยังมี
ความเสียใจ  เพราะท่านยังดับความยินดีพอใจ ใน รูป เสียง กลิ่น

รส สัมผัส ไม่ได้

         พระอนาคามี  และ  พระอรหันต์  เท่านั้น ครับ  ที่ ดับ โทสะ  ได้เด็ดขาด เป็น

สมุจเฉท
ท่านจึง  ไม่มีคู่รัก  ไม่มีของรัก  ไม่ยินดีในกามคุณ 5  ความเศร้าโศกเสียใจจึง

ไม่เกิดกับท่าน

         เราเป็นปุถุชน  คนกิเลสหนา  ปัญญาน้อย  ก็ค่อย ๆ อบรมบ่มปัญญา  ศึกษาพระ

ธรรม
ไปเรื่อย ๆ    วิปัสสนาปัญญาที่สะสมไป  ทีละเล็ก ทีละน้อยนี้แหละ   ที่จะดับทุกข์

ทั้งหมดได้
ในอนาคตชาติ    ปัญญาจะทำหน้าที่ดับทุกข์ ครับ   ไม่ใช่ตัวเราไปดับทุกข์

          ข้อสำคัญคือ  อย่าทิ้งความเข้าใจหนทางอบรมเจริญปัญญาที่ถูกต้อง    แล้วไป

ปฏิบัติ
หนทางที่ผิดล่ะ    ความเห็นถูก เนี่ยะ  เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม  จริงไหมครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 9
 
ปังคุง
วันที่ 15 พ.ค. 2550
ขออนุโมทนาครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 10
 
Anutta
วันที่ 15 พ.ค. 2550

ขออนุโมทนา ทุก ๆ คำตอบที่เป็นเสมือนกำลังใจแด่เพื่อนร่วมทุกข์ในสังสารวัฎนี้ด้วยค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 11
 
werayut.s
วันที่ 15 พ.ค. 2550

จิตคิดจำเรื่องเก่า ๆ ด้วยความรัก โลก โกรธ หลง เป็นอกุศล รับเคราะห์กรรม โดยชื่นตา

โลภะชอบเรื่องที่คิดเป็นสมมุติบัญญัติ ต่าง ๆ คิดถึงลาภ ยศ สรรเสริญ สุข บริวาร

เรื่องที่คิดหรือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น จะหมดไปใน ทันทีที่ขณะจิตดับลง

 ทรัพย์สมบัติก็หมดสิ้น ไปพร้อมการดับของจิต

มีความสุขไม่ได้ถ้ายังคิดไม่ดีอยู่ นึกถึงจิตไม่ดีของผู้อื่นทำให้เกิดโทสะ เป็นทุกข์

ผู้พูดอาจมิได้คิดตามที่เราคิด เดาใจใคร ไม่ได้ว่าเขาคิดอย่างไร

ท่านกำลังโกรธความคิดของท่านอยู่ 

ผู้ที่ท่านโกรธนั้นอาจกำลังทำดี หรือกำลัง สวดมนต์ก็ได้

ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้ เป็นทุกข์ ที่ใดมีปัญญา ที่นั้นโลภะ โทสะ โมหะ จะมืดมน

ชีวิตเราสั้นมาก อย่ามัวไปคิดเสียเวลา จัดการผู้อื่น

สะสมปัญญาเพื่อจัดการตัวเรา ให้ดีที่สุด

ความคิดเป็นอิสระ ไม่เกรงกลัวทุกอย่าง แม้การสูญเสีย

รักษาโรคทางใจได้ ทุกข์ทุก ๆ ทางจะเบา บางลง โรคใจเกิดจากโลภะ โทสะ โมหะ

ใจมีแผลอยู่แล้ว คือ มีโลภะ โทสะ โมหะ อยู่แล้ว เมื่อเป็นอกุศลเพิ่มอีกแผลจะ ใหญ่ขึ้น

คิดถึงความทุกข์ยากของผู้อื่นมากกว่า ความสุขของตนเอง

สะสมกุศลทีละน้อย บ่อยๆ เสมอๆ ก็มากได้

จากหนังสือ ...ธรรมเตือนใจแด่คุณประมาท

 
  

ความคิดเห็นที่ 12
 
Anutta
วันที่ 16 พ.ค. 2550

ขออนุโมนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 13
 
shumporn.t
วันที่ 16 พ.ค. 2550

      วิบากเป็นผล  ซึ่งเกิดจากเหตุ   การไม่ได้รับสิ่งที่ปรารถนา  ย่อมเป็นเพราะได้เจริญ

เหตุ
ที่เป็นอกุศล  อกุศลกรรมย่อมเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ไม่พึงประสงค์    มนุษย์ภูมิเป็นที่

ดูผลของ
บุญและบาป  เมื่อใดได้รับผลของอกุศลกรรม  พึงสอนตัวเราเองว่า   เพราะเรา

ไม่ได้เจริญเหตุ
ที่ดีพอ  ชาตินี้ถึงได้เป็นอย่างนี้  ต่อแต่นี้ไป  ถ้าเราต้องการผลที่ดี   ย่อม

ต้องเจริญเหตุที่ดีไว้
ให้มากขึ้นกว่าเดิม    เป็นผู้รู้เหตุและผล   มั่นคงในกรรมและผลของ

กรรม  ไม่โทษใคร ๆ  ที่ทำ
ให้    แต่เป็นเพราะกรรมที่ได้กระทำมาแล้ว    อบรมเจริญเหตุ

ที่ดีให้มากขึ้น   ให้กุศลนั้นเป็นบาร
มี  เพื่อถึงฝั่งในวันข้างหน้า  อนุโมทนาที่ติดตามเว็บ

นี้เสมอ ๆ  ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 14
 
อารายเนี่ย
วันที่ 16 พ.ค. 2550
อนุโมทนาครับ
 
  

ความคิดเห็นที่ 15
 
นงลักษณ์
วันที่ 17 พ.ค. 2550

อนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 16
 
pdoun
วันที่ 17 พ.ค. 2550

        ดิฉันมีสามี   ซึ่งแต่ก่อน (คิดว่ารักกันมาก)  ห่างกันราตรีหนึ่งก็นอนไม่หลับ   เขามี

อะไรที่ไม่ถูกใจตามกฎของสังคม ก็มองข้ามหมด          ในครอบครัวรับผิดชอบคนเดียว

หมดทั้งงานในบ้านนอกบ้าน      ไม่จู้จี้ขี้บ่น    ใจกว้าง(แต่เก็บกด)     หวังว่าให้เขาเห็น

ความดี  ทีหลังจะได้เอาใจเรา ไม่ขัดใจ    อยู่มาประมาณ 4-5 ปี ไปติดหมอนวดเอาโรค

ทางกาม มาฝาก    เอาลูกหมอนวดมาช่วยเลี้ยง (อายุเท่ากับลูกตัวเอง)      ไปนอนค้าง

กับหมอทีละ3-4 คืนจึงกลับบ้าน  ทีหลังเลิกกับหมอ คนนั้น        ไปติดอีกคนหายไปทั้ง

คืน  หนึ่งคืน กลับมาบอกว่ าผู้หญิงตามมา ให้รับผิดชอบ     ดิฉันก็ไปหาเงินมาอีก (เขา

ไม่เคยมีรายได้อะไรเลย)       ให้ญาติเขาแต่งแทน      โดยที่ดิฉันออกเงินให้เองตอนนี้

ลูกก็ยังเล็กๆ     อยู่ดิฉันอาดูรมาก (โง่หรือกรรม)    หลังจากนั้นผ่านมาหลายปี    ไปติด

ผู้หญิงหากิน คนนี้ติดมากเอาเงินของดิฉันไปหมดตัว  โดยที่ไม่คิดว่าดิฉันต้องเลี้ยงลูก

ลูกต้องกินต้องเรียน ยอมหย่าแล้วไปอยู่กับเขา  ทิ้งลูกตาดำๆ ไปไม่คิดถึงเลย  ตอนนั้น

ทุกข์มาก  ประดุจว่าไฟมันสุมอยู่ในอก       ขอท่านผู้รู้ทั้งหลายโปรดเมตตา    วิเคราะห์

ให้ทีเรื่องยังมีอีกยาวมาก     แต่จะเล่าต่อโอกาสหน้า       อยากจะให้วิเคราะห์ว่ามันเป็น

กรรมเก่าของดิฉันในอดีตชาติหรือไม่       และในชาติต่อ ๆ ไป เขาจะตามมาจองเวรกับ

ดิฉันอีกหรือไม่     อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน    แต่ดิฉันก็ได้อธิษฐานจิตเสมอๆ

ว่าถ้าชาติหน้าเกิดมาเป็นมนุษย์โลกอีกขออย่าให้ดิฉันมีคู่อีกเลย  ขออยู่คนเดียวปฏิบัติ

ธรรมดีกว่า

 
  

ความคิดเห็นที่ 17
 
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550

 การทะเลาะ การวิวาท ความร่ำไรความโศกเศร้า 

 อันเกิดแต่สัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก 

 มาพร้อมกับความตระหนี่ความเสียดาย ความเห็นแก่ตัว

ทุกข์เพราะความรัก

ชื่อว่าทุกข์นี้มีสิ่งที่น่ารักเป็นเหตุสิ่งที่น่ารักมีประมาณเพียงใด ทุกข์ก็มีประมาณเพียงนั้น 

ความรักในสามี ภรรยา บุตร และญาติ เหมือนพุ่มไม้ไผ่มีหนามมาก 

รกยุ่งเกี่ยวคล้องกันพันกันฉันใด

ตัณหา ราคะ สราคะ ความกระหยิ่ม ความยินดี ความเพลิน ความกำหนัด 

 ด้วยอำนาจความเพลิน ความกำหนัดแห่งจิต

ความปรารถนา ความหลง ความติดข้อง ความจม ความหวั่นไหว ความลวง 

 ตัณหาอันให้สัตว์เกิด ตัณหาอันให้เกี่ยวข้องไว้ในทุกข์ เย็บไว้ ตัณหาดั่งข่าย 

 ตัณหาดังแม่น้ำ ตัณหาเกาะเกี่ยวในอารมณ์ต่าง ๆ ความรัก ความสนิทสนม ความเพ่ง 

ความผูกพัน ความหวัง กิริยาที่หวัง ความเป็นผู้หวังในลาภ ทรัพย์ บุตร ชีวิต 

 ความดี ความชอบ ความโลภมาก ความทะเยอทะยาน 

เป็นกิเลสอันถือมั่นกั้น บัง ปิด ผูกไว้ในความหม่นหมอง ความปรารถนาต่าง ๆ 

นั่นคือความรัก บ่วงมาร เบ็ดมาร อำนาจมาร เมาชีวิตลืมความตาย 

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

ความคิดเห็นที่ 18
 
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550

ความรักเมื่อผิดหวัง

 แม้จะไม่ผิดศีลธรรมก็ทำให้เกิดความเกลียดชัง

อาฆาตพยาบาทถึงขนาดฆ่าให้ตายไปได้

 ถ้าเบาลง ทำให้เกิดหึงหวง ห่วงใย เกิดโทสะ

 เมื่อไม่ได้ดังปรารถนาก็อาฆาตมาดร้าย น้อยใจ เสียใจ เสียดายอิจฉาริษยา

 เชือดเฉือน เผ็ดร้อน เผาผลาญ ตามอกุศลเจตนาที่คิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นานา

 ร้อนใจ วุ่นวายใจ คิดทำลาย ทำร้ายผู้อื่นและตนเอง โดยถือสิทธิ์เป็นเจ้าของเฉพาะตน


 เมื่อรักมากแล้วผิดหวังก็มีทุกข์มากความเสียใจน้อยใจโหยหา

 ทำลายสุขภาพร่างกาย ทำให้โง่ขาดสติ ไม่มีปัญญา แก้ปัญหาไม่ได้

 ทำให้ขาดความเจริญก้าวหน้า คิดแต่ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ร้องไห้ รำพัน

คิดแต่ความดีของตนและความไม่ดีของผู้อื่นเท่านั้นเสมอ ๆ บ่อย ๆ

ความรักทำให้เห็นแก่ตัว สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นที่พบเห็น

 เคียดแค้นบุคคลที่มาเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับคนที่ตนรัก

เกิดจิตวิปริต สร้างความวิปลาส เพราะถ้อยคำที่ทำให้เจ็บช้ำใจ

 ทำให้เกิดภาพหลอนที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่นต่าง ๆ นานา ผิด ๆ ถูก ๆ

 จิตใจใฝ่ต่ำคิดทำร้ายตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอ

กล่าววาจาไม่สุภาพ รอคอยรับความทารุณจิตใจ (กิเลสของตัวเอง)

ในเมื่อยังอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน เมื่อถูกหลอก ถูกลวงต่าง ๆ นานา

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

ความคิดเห็นที่ 19
 
werayut.s
วันที่ 17 พ.ค. 2550

 ภัยของความรักด้วยตัณหา มานะ ความชอบใจ ความสนิทสนม

 จิตผูกพันในสามี ภรรยา บุตร และญาติมิตรคนใช้ สัตว์ต่าง ๆ ไร่นา บ้านเรือน ที่ดิน

ด้วยยึดถือว่าเป็นของเรา จึงเกิดการทะเลาะแก่งแย่งชิงดี

 สามารถประพฤติทุจริต ทางกาย วาจา ใจ

 ผิดศีลได้ทุกข้อ มีอคติต่าง ๆ ทำทารุณผู้อื่นต่าง ๆ นานา ทำกรรมลามกต่าง ๆ

 แก้แค้นหรือประชด โดยทำสิ่งที่จะทำให้ตัวเองเลวร้ายต่าง ๆ ตีโพยตีพาย โวยวาย

ที่ไม่ได้ดังความปรารถนา เมื่อไม่สมหวังในความรักจะแสดงอาการน่าเกลียดน่ากลัว

 หูตาแดงหมดความกลัว ตามกำลังของกิเลสที่แต่ละคนสะสมมา

การรำพันบ่นเพ้อด้วยความทุกข์โศกที่บีบคั้นนั้นมากน้อยตามความต่างกันของนิสัย

 ความเศร้าโศกเกิดเพราะอารมณ์อันเป็นที่รักนั้น ๆ

เมื่อเห็นโทษภัยของความรัก ก็ควรมีเมตตา ความเป็นมิตร อุปการะ เอื้อเฟื้อเกื้อกูล

 เผื่อแผ่ปรารถนาดีต่อกันและกัน

เราจะไม่ประทุษร้าย แม้ผู้เป็นข้าศึกของเราและผู้ที่หวังร้ายต่อเรา

 ผู้ใดหวังร้าย ก็เป็นอกุศลของเขาไม่ใช่ของเรา ผู้ไม่รับความชั่วของผู้อื่น

คือผู้ชนะกิเลสของตนเองได้ ยอมรับสภาพธรรมทุกอย่างพร้อมกับให้อภัยได้เสมอ

 ก็จะมีแต่ความสุข

 

จากหนังสือ...เกิดแก่เจ็บตาย

 
  

ความคิดเห็นที่ 20
 
devout
วันที่ 17 พ.ค. 2550

คุณ pdoun  ดูเป็นคนมีความอดทนดีมากเลยนะคะ   ก็คงต้องอดทนกันต่อไป    เพราะ

อย่างไรก็หนีวิบากไป
ไม่พ้น       คนเราคงเห็นหน้ากันอีกไม่นาน    ถึงเขาจะทำร้ายเราก็

ทำได้เพียงเฉพาะชาตินี้เท่านั้น  อย่าให้อกุศล
วิบากเป็นเหตุให้เกิดอกุศลกรรมเลยนะคะ

สิ่งใดที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป   ขอแนะนำให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่
ของชีวิต   ฟังพระธรรม

ศึกษาพระ
ธรรม   และเจริญกุศลทุกประการ   ไม่ต้องรอถึงชาติหน้าหรอกนะคะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 21
 
pdoun
วันที่ 18 พ.ค. 2550

ขอบคุณค่ะคุณ devout  ตอนนี้ไม่ต้องทนแล้วล่ะค่ะ  เพราะทำใจได้เลยหมดทุกข์ อภัยให้

เขาหมดแล้ว  คิดว่ามันเป็นเช่นนั้นเองธรรมชาติของเขา    ตอนนี้เขาก็มีอีกคน  คงเป็นคน

สุดท้ายของเขา    เพระเขาเริ่มแก่แล้ว   ดิฉันคิดว่าตัวเองทำบุญมาน้อยจึงได้คนอย่างเขา

มามาเป็นคู่   เลิกก็ไม่ได้ด้วย  ชาตินี้เลยพยาพยามทำดีให้มาก จะได้ไม่เกิดมาเจอเนื้อคู่

อย่างเขาอีก

 
  

ความคิดเห็นที่ 22
 
chomp
วันที่ 23 พ.ค. 2550

ชอบความเห็น คุณ werayut.s กับ ไตรสรณคมน์ ตอบได้ดีจัง โดนใจ เพราะเพิ่งอกหักมา

เหมือนกัน ผมใช้หลักว่า  เป็นธาตุตามธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ  อย่าไปยึดถือ    สุดท้าย

คนทุกคนต้องแก่และตาย    กลับสู่ธรรมชาติเป็นละอองฝุ่นในสายลม     บางทีก็ฟังละคร

ธรรมะ ลีลาวดี  ลองฟังดูสิ เกี่ยวกับความรัก ของหนุ่มสาว
 

 
  

ความคิดเห็นที่ 23
 
อารายเนี่ย
วันที่ 23 พ.ค. 2550

พระธรรมเท่านั้นที่จะช่วยได้ ขอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

 
  

ความคิดเห็นที่ 24
 
Anutta
วันที่ 24 พ.ค. 2550

อนุโมทนา ค่ะ ละครธรรมะ ลีลาวดี ฟังได้จากที่ไหนคะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 25
 
chomp
วันที่ 26 พ.ค. 2550

คุณ Anutta ครับ
ธรรมนิยาย ลีลาวดี มีให้ฟังและดาวน์โหลด ฟรี ครับที่
www.dhammajak.net/audio/index.php
คลิกเลือก "ลีลาวดี" แต่ยาวหน่อยนะครับ มี 59 ตอน
แต่ฟังไปเถอะครับ จะเริ่มฟังสนุกขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนที่ท่านเรวัตตะออกบวช
ได้คติสอนใจ
อย่าเพิ่งเบื่อก่อนล่ะ
อนุโมทนาบุญครับ

 
  

ความคิดเห็นที่ 26
 
Anutta
วันที่ 26 พ.ค. 2550
ขออนุโมทนาค่ะ จะเข้าไปฟังนะคะ
 
  

ความคิดเห็นที่ 27
 
ภพฺพาคมโน
วันที่ 8 มิ.ย. 2550

อกหัก  เกิดจากไม่ได้ในบุคคลที่หวังหรือคนรักจากไป

วิธีทำใจหลังอกหัก

1.คิดว่าคนเราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักทั้งสิ้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

2.พิจารณาโทษของความรัก

3.คิดถึงความไม่ดีของคนที่หักอกเรา

4.หาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่าง เช่น อ่านหนังสือธรรมะ

5.หาเพื่อนที่ไว้ใจได้ระบายปรับทุกข์  เพราะทางจิตวิทยา 

   ถ้าเก็บกดความทุกข์ไว้คนเดียว  อาจทำให้เกิดโรคทางจิตเวชได้

 
  

ความคิดเห็นที่ 28
 
แวะเข้ามา
วันที่ 8 มิ.ย. 2550

" คิดถึงความไม่ดีของคนที่หักอกเรา " จะเป็นการเพิ่มอกุศลให้พอกพูนยิ่งขึ้น  ควรระลึกถึง

กัมมัสสกตา และเจริญเมตตาในบุคคลนั้น  ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะมีแต่ความสมหวัง

 
  

ความคิดเห็นที่ 29
 
unknown
วันที่ 9 มิ.ย. 2550

ตอนชอบใครก็ไม่ต้องทำนี่ครับ   เพราะฉะนั้น หลังอกหักก็ไม่ต้องทำอะไรเช่นกัน 

 
  

ความคิดเห็นที่ 30
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 10 มิ.ย. 2550

                                      ขอให้กำลังใจทุกๆท่าน

                     อบรมบารมีในชีวิตประจำวัน เจริญกุศลทุกประการ

เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ  จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน  เป็นธรรมดาที่เรา

ต้องไหวหวั่น  กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป  แหละถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจ  เจ็บทน

ทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่  บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหาย ไม่ต่าง

อะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู อดทนเวลาที่ฝนพรำ  อย่างน้อยก็ทำให้เรา ได้เห็นถึง

ความแตกต่าง เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามัน

คุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ 

           สภาพัธัมมะทั้งหลายเกิดขึ้นและดับไป เพียงแต่ว่า

           ในชีวิตหนึ่งเราจะทำเพื่อตัวเองมากหรือเพื่อคนอื่น 

                 เท่านี้เราก็จะไม่เสียใจเลยในสิ่งที่ผ่านมา

 
  

ความคิดเห็นที่ 31
 
Anutta
วันที่ 11 มิ.ย. 2550

ความสุข ถ้าไม่เข้าใจก็เหมือนกับดัก ยิ่งยึดติดยิ่งทุกข์ ไม่ประจักษ์เลยว่า

ทุกอย่างสุขทุกข์เป็นอนันตา ไม่เที่ยง  ขออนุโมทนาค่ะ

 
  

ความคิดเห็นที่ 32
 
Anutta
วันที่ 11 มิ.ย. 2550

เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ

ความสุข ความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน

เพราะชีวิตคือ.........ธรรมะ?

 

 
  

ความคิดเห็นที่ 33
 
เลยไป
วันที่ 12 มิ.ย. 2550
จะทำอะไรกับสังขารธรรมที่เกิดแล้วก็ดับ
 
  

ความคิดเห็นที่ 34
 
พุทธรักษา
วันที่ 12 มิ.ย. 2550

เพลงที่คุณแล้วเจอกันนำเสนอ ข้าพเจ้าก็ชอบ  การฟังเพลงบางเพลงมีประโยชน์  หาก

พิจารณาเนื้อหาสาระ เทียบเคียงกับธรรมะที่ได้ฟัง เพลงของศิลปิน เช่น คุณเต๋อ เรวัติ

บางเพลงก็มีสาระดี บางทีคุณแล้วเจอกันอาจจะเกิดไม่ทัน แต่สหายธรรมบางท่านคงเคย

ได้ยิน แต่คนอกหักต้องระวังอย่าไปฟังเพลงประเภทรักรันทดนะ เดี่ยวจะ in จนเกิดโทสะ

มาก สะสมโทสะมาก  อันตราย! ด้วยความปรารถนาดี แรงถึงขั้นฆ่าตัวตายได้

 
  

กรุณา login
กรุณา login เข้าสู่ระบบ ... คลิกที่นี่


keywordkeyword :  อกหัก