ขอความรู้ และข้อมูล เกี่ยวกับ พุทธชยันตี ครับ
ขอบพระคุณมา ณ ทีนี่ด้วยครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นพุทธชยันตีหมายความว่าอะไร? พุทธชยันตี โดยรากศัพท์ของคำว่าชยันตีมาจากคำว่า “ชย” คือชัยชนะ อันหมายถึง
ชัยชนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อหมู่มารและกิเลสทั้งปวงอย่างสิ้นเชิง อันทำให้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บังเกิดขึ้นในโลก พุทธชยันตีจึงมีความหมายว่าเป็น การตรัสรู้
และ การบังเกิดขึ้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ในปัจจุบันพุทธชยันตียังถูกตีความ
ในความหมายถึงชัยชนะของพุทธสาสนาและชาวพุทธด้วย เช่น การได้รับเอกราชและ
มีสิทธิในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นครั้งแรกของชาวพุทธในประเทศศรีลังกา
การฉลองปีใหม่ชาวพุทธโดยไม่มีเหล้าสุรายาเสพติดสิ่งมึนเมาทั่วทั้งประเทศศรีลังกา
การเอาชนะสิ่งเลวร้ายในสังคมจนทำให้ประเทศศรีลังกามีสถิติอาชญากรรมต่ำมากๆ
ที่มาและความสำคัญ พุทธชยันตี (बुद्ध जयंती, Buddha Jayanti) เป็นชื่อเรียกงานเฉลิมฉลองหรือพิธีบูชา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื่องในวาระแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับ
วันวิสาขบูชาในประเทศไทยนั่นเอง พุทธชยันตีนี้เป็นที่รู้จักกันดีของชาวพุทธนานา
ชาติอย่างในประเทศศรีลังกา อินเดีย พม่า เป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงการเฉลิมฉลอง
พุทธชยันตี ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อปี พ.ศ.2500 (ถือกันว่าเป็นกึ่งพุทธกาล) แต่
สันนิษฐานว่ามีการเริ่มต้นงานเฉลิมฉลองพุทธชยันตีนี้ ภายหลังจากที่ประเทศศรีลังกา
ได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี พ.ศ.2491 และจากการที่ ดร.อัมเบดการ์ (Dr.
Babasaheb Bhimrao Ramji Ambedkar) ได้ฟื้นฟูพุทธสาสนาในประเทศอินเดีย โดย
มีการนำชาวอินเดียประมาณ 2 แสนคนปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม
พ.ศ. 2499 (อินเดีย ศรีลังกา นับเป็นพ.ศ.2500 เร็วกว่าไทย 1 ปี) เพื่อเป็นการเฉลิม
ฉลองพุทธชยันตี 25 พุทธศตวรรษ นอกจากนี้รัฐบาลประเทศอินเดียยังได้สร้างสวน
สาธารณะพุทธชยันตีไว้ที่กรุงนิวเดลีเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับวาระนี้ด้วย สำหรับรัฐบาล
ไทย จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 25 พุทธ
ศตวรรษ ด้วยการสร้างพุทธมณฑลเป็นอนุสรณ์สถาน ประกาศให้พุทธสาสนาเป็น
ศาสนาประจำชาติ โดยกำหนดให้วันพระหรือวันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการ
(ประกาศสำนักคณะรัฐมนตรี ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2499) และมีการพิมพ์พระ
ไตรปิฎกภาษาไทยครบชุดฉบับแรก เป็นต้น สำหรับการเฉลิมฉลองในระดับนานาชาติ
นั้น รัฐบาลพม่าได้เป็นเจ้าภาพในการจัด “ฉัฏฐสังคีติ” คือการสังคายนาพระไตรปิฎก
ระดับนานาชาติ โดยทางพม่านับเป็นการสังคายนาครั้งที่ 6 แล้วได้จัดพิมพ์พระไตรปิฎก
บาลีและคัมภีร์ทั้งหลายขึ้นเป็นจำนวนมาก
สำหรับวาระสำคัญในปีปัจจุบันเนื่องในมหาธัมมาภิสมัย พุทธชยันตี 2,600 ปีแห่งการ
ตรัสรู้นั้น ถ้าถือตามหลักการคำนวณปีพุทธศักราชแบบไทยอยู่ในช่วงระหว่าง วิสาขบูชา
2554 – วิสาขบูชา 2555 ทั้งนี้ ในวันวิสาขบูชา 2554 ที่ผ่านมานี้ (17 พ.ค.2554) เป็น
วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ครบ 2599 ปีเต็ม และเริ่มเข้าสู่ปีที่ 2,600 แห่งการตรัสรู้
โดยคำนวณจากการนำปีพุทธศักราชที่เริ่มนับหลังจากการปรินิพพาน บวกด้วย 45 อัน
เป็นจำนวนพรรษาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ดำเนินพุทธกิจ ภายหลังการตรัสรู้จวบจน
เสด็จดับขันธปรินิพพาน (สูตรการคำนวณ จำนวนปีการตรัสรู้ = ปี พ.ศ. + 45) ดังนั้นใน
วันวิสาขบูชาปีพ.ศ.2555 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ครบ 2,600 ปีบริบูรณ์ ใน
ประเทศต่างๆ ที่มีชาวพุทธเข้มแข็งได้ประกาศให้มีการเฉลิมฉลองในวาระนี้เป็นเวลา 3
ปี (2553-2555) ดังเช่นในประเทศศรีลังกา พม่า อินเดียเป็นต้นได้มีการจัดงานเฉลิม
ฉลองอย่างตื่นตัวและยิ่งใหญ่ ที่สำนักงานใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ สหรัฐอเมริกา
ก็มีการจัดงานฉลองใหญ่ในช่วงวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย ได้มีการจัด
งานในระดับภาคประชาชนกว่า 2 ปีที่ผ่านมาในวงจำกัด ส่วนในระดับรัฐบาล สมควรที่
รัฐบาลไทยจะประกาศให้มีการเฉลิมฉลองใหญ่ตลอดปีพุทธศักราช 2555 นี้ อย่างเป็น
ทางการ
ขอบพระคุณมากครับ เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างสมบูรณ์
มีผู้ฝากเรียนถามว่า ถ้าเช่นนี้ เมื่อถึงปีพุทธศักราช 2600 จริงๆ จะต้องฉลองพุทธ
ชยันตีอีกหรือเปล่า และจะเรียกปีนั้นว่า ปีพุทธชยันตี ได้หรือไม่
รบกวนอีกนิดหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณและอนุโมทนาครับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยครับ ถ้าจะแปลตามศัพท์ คำว่า พุทธชยันตี แปลว่า เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทรงดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ทรงชนะกิเลสทั้งหลายทั้งปวงจนถึงที่สุดแล้ว ไม่ต้องชนะกิเลสอีกต่อไป เพราะดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้นแล้ว ไม่มีกิเลสใด ๆ เกิดขึ้นอีกเลย ไม่ทรงพ่ายแพ้ให้กับกิเลสอีกต่อไป [ขอให้ท่านผู้รู้ ได้พิจารณาอีกที นะครับ] พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เสด็จอุบัติขึ้นในโลกเพื่อเกื้อกูลแก่สัตว์โลกอย่างแท้จริง ชีวิตของพระองค์ในชาติสุดท้าย จิตขณะแรกของพระองค์คือปฏิสนธิจิต[ที่เข้าใจกันคือถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางสิริมหามายา]เกิดขึ้นเมื่อวันเพ็ญเดือน ๘ คือ วันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ต่อจากนั้นมา ๑๐ เดือน ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ พระองค์ก็ทรงประสูติจากพระครรภ์ของพระมาดาและทรงดำเนินไปได้ ๗ ก้าวพร้อมกับทรงเปล่งอาสภิวาจา ต่อจากนั้นเรื่อยมา ชีวิตของพระองค์ก็ทรงดำเนินไปตามปกติของฆราวาสวิสัยที่ยังไม่ได้ดับกิเลส จนกระทั่งพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา พระองค์เสด็จออกผนวชแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งวันที่พระองค์เสด็จออกผนวชนั้น ตรงกับวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ (เดือน ๘) ต่อจากนั้นผ่านไป ๖ ปี ตอนที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษาพระองค์ก็ได้ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ (วันวิสาขบูชา) ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ไม่มีกิเลสใด ๆ เกิดขึ้นอีกเลย
เมื่อพระองค์ได้ทรงตรัสรู้แล้ว พระบารมีที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมานั้น ไม่ใช่เพื่อพระองค์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น แต่เพื่ออุปการะเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ผ่านมาอีก ๒ เดือน ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ พระองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดภิกษุปัญจวัคคีย์ จนเป็นเหตุให้ท่านโกณฑัญญะ ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระโสดาบัน เป็นอริยสงฆ์องค์แรกในโลก ต่อจากนั้นเป็นต้นมาตลอดระยะเวลา ๔๕ พรรษา พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดสัตว์โลกมาโดยตลอด เวลาพักผ่อนของพระองค์น้อยมาก ทั้งหมดทั้งปวงนั้นเพื่ออุปการะเกื้อกูลแก่สัตว์โลกให้เกิดปัญญา อย่างแท้จริง และมีผู้ได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงมากมายนับไม่ถ้วน จนกระทั่งถึงวันเพ็ญเดือน ๖ ในขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา พระองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เป็นการตายครั้งสุดท้ายของพระองค์ ไม่มีการเกิดอีกในสังสารวัฏฏ์ จะเห็นได้ว่า วันที่พระองค์ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรงกับวันวิสาขบูชา นั้น เป็นวันที่ทรงดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ทรงชนะอย่างไม่มีวันที่จะกลับพ่ายแพ้ให้กับกิเลสอีกต่อไป เป็นวันที่พระองค์ทรงชนะจริง ๆ ก็คงจะกล่าวอย่างนี้ได้เสมอ เมื่อกล่าวถึงวันที่พระองค์ทรงตรัสรู้ (วันวิสาขบูชา) ไม่ว่าจะเป็นปีใดก็ตาม สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จริง ๆ คือ ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม แล้วน้อมประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง สมัยนี้ เป็นสมัยที่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังดำรงอยู่ แม้พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระธรรมเป็นศาสดาแทนพระองค์ ผู้ที่ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ด้วยความตั้งใจ ก็ย่อมจะได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดงตามกำลังปัญญาของตนเอง ซึ่งเป็นการยากมากที่จะได้ฟัง เพราะฉะนั้นแล้ว พระธรรมแต่ละคำ ซึ่งเกิดจากการตรัสรู้ของพระองค์นั้น ควรค่าแก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเริ่มฟัง เริ่มศึกษาความรู้ความเข้าใจก็จะค่อย ๆ เจริญขึ้นไปตามลำดับครับ ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...
เรียนความเห็นที่ 4 ครับ
ตามที่ได้กล่าวไปแล้วครับ พุทธชยันตี หมายถึง วันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ดับกิเลส
และชนะมาร คือกิเลสหมดทั้งปวง เมื่อถึง ปี 2555 ก็เท่ากับ ครบ 2600 ปีที่ตรัสรู้และ
ดับกิเลสครับ ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2600 เป็นปีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ 2600 ปี
แต่เป็นปีที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ชนะกิเลสทั้งปวง 2645 ปี ถ้าจะเรียก พุทธชยันตี ก็
คือ ในปี 2600 ฉลองพุทธชยันตีที่พระพุทธเจ้ททรงชนะกิเลสทั้งปวง ครบ 2645 ปี
ซึ่งโดยส่วนมาก การจัดฉลองพุทธชยันตี จะเรียก หรือ จัด เมื่อตัวเลขบริบูรณ์ เช่น ครบ
2600 ปี ที่ทรงตรัสรู้ดับกิเลส เมื่อปี พ.ศ. 2555 ครับ หรือครบพระพุทธศาสนา 2500 ปี
ก็จัดพิธีพุทธชยันตี
จากความเห็นส่วนตัวนั้น การจะเรียกอะไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับสมมติทางโลกที่จะระบุว่า
เป็นอย่างไร ให้ความสำคัญในเรื่องอะไร ก็ตามสมมติชาวโลกกัน
หากแต่ว่า พุทธศาสนิกชน ที่เข้าใจคำสอน สามารถน้อมระลึกถึงพระคุณ เดี๋ยวนี้
ขณะนี้ ด้วยความเข้าใจพระธรรม และเข้าใจว่า พระองค์ได้ดับกิเลสทั้งปวง ด้วยพระ
ปัญญา โดยเข้าใจธรรม เข้าใจหนทางที่เป็นหนทางตรัสรู้ เมื่อเข้าใจตรงนี้ ก็น้อมระลึก
ถึงพระคุณตามความเป็นจริง ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ ระลึกถึงพระธรรมที่พระองค์ตรสรู้ ก็
เท่ากับ กุศลเกิดในขณะนั้น ด้วยความเข้าใจถูก โดยไม่จำเป็นจะต้องจัดพิธี เพราะประ
โยชน์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม คือ ผู้ฟังได้เข้าใจพระธรรม ขณะนั้น เป็นขณะที่
ประเสริฐ แม้ไม่มีพิธีการ และ การฉลอง แต่ถือได้ว่า เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสอนแล้ว เพราะ
เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม โดยการเข้าใจพระธรรม ไมได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่
ครบจำนวนปีเท่านั้นเท่านี้ เพราะทุกขณะ หรือ ขณะใดที่เข้าใจ เป็นประโยชน์สูงสุด
และทำตามจุดประสงค์ของพระพุทธเจ้าครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ
ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ
ที่มืดก็แจ่มแจ้ง ดุจแสงสุรีย์ฉาย
โง่งมก็ค่อยคลาย กมเลศสว่างพลัน
ข้ออรรถบรรยาย อธิบายชยันติ์นั้น
ขอบคุณพระคุณอัน อธิธรรมอรรถา
ตั้งจิตประพฤติธรรม์ มนมั่นจะบูชา
แด่องค์พระสัมมา วสถ้วนชยันตี