มีเราที่จะออกนอกทาง พอ.4225

ผู้ถาม     ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏนั้น ไม่ปรากฏเลย ท่านอาจารย์จะช่วยกรุณาแนะนำอย่างไรบ้าง

สุ.     ที่จริงต้องพิจารณาสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง ฟังให้เข้าใจ อันนี้สำคัญที่สุด จริงอยู่กุศลดีกว่าอกุศล ทุกคนเห็นประโยชน์ของกุศลแต่ว่าบังคับไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนฟังให้เข้าใจและเมื่อเข้าใจแล้ว ความเข้าใจก็เพิ่มขึ้น และเมื่อขณะใดที่เข้าใจขณะนั้นก็ละความไม่รู้ การที่เคยยึดถือสภาพธรรมนั้นว่าเป็นเรา ก็ค่อย ๆ รู้ลักษณะ  ซึ่งลักษณะที่แท้จริงไม่ใช่เราเลย ลองคิดดู เพียงเป็นสิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นใคร เป็นเราหรือเป็นอะไรในเมื่อเพียงปรากฏ นี่แสดงให้เห็นความห่างไกลของความรู้กับความไม่รู้ซึ่งก็ต้องฟังไปเรื่อย ๆ  เพราะฉะนั้นไม่ใช่ฟังแล้วให้ไปทำอะไรเลยทั้งสิ้น ขณะที่ฟังก็เข้าใจสิ่งที่ได้ฟัง เมื่อฟังอีก ปัญญาก็เข้าใจอีก ก็เป็นการอบรมเจริญปัญญา แต่ถ้าคิดที่จะไปทำอย่างอื่น หลังจากที่ฟังแล้วก็คือว่าไม่ได้มีความมั่นคงในความเห็นว่าสภาพธรรมเป็นอนัตตา มีตัวตนแทรกเข้ามาอีกไหม แล้วจะทำยังไงให้รู้จริง ๆ เป็นอนัตตาก็คือฟังยังไงก็มีความเป็นเราที่จะทำให้รู้จริง ๆ ว่าเป็นอนัตตา แต่ไม่ใช่ว่าเข้าใจจริง ๆ ว่าเป็นอนัตตา แล้วก็ขณะนั้นอะไรจะเกิดก็เพราะอนัตตา ไม่ใช่มีเราไปจัดการอยากจะให้เป็นอย่างนั้นหรือเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นปัญญาไม่สามารถจะเห็นถูกเลยในลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ เพราะมีตัวเรากำลังพยายามทำ ไม่ใช่เป็นการอบรมเจริญปัญญาความเข้าใจถูก ความเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรม เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องของกุศลที่เราจะรู้ว่ามีหลายประเภทระดับต่าง ๆ ก็จริงอยู่ แต่ขณะใดเป็นกุศล ขณะใดเป็นอกุศล นี่คือขณะที่กำลังฟังเข้าใจนี้แหละเป็นกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา และถ้ามีความเข้าใจมั่นคงจริง ๆ  ก็ไม่หวั่นไหวเพราะรู้ว่าอกุศลต้องเกิดแน่นอน มีใครที่ไม่มีอกุศลเกิดแต่เพราะความไม่มั่นคง พออกุศลเกิดก็เดือดร้อน จะทำอย่างอื่น จะบังคับบ้างหรืออะไรบ้าง แต่ว่าความเป็นจริงขณะนั้นแสดงความเป็นอนัตตาให้เห็นไม่ใช่เพียงขั้นฟัง และก็จำว่าเป็นอนัตตา แต่ไม่ว่าเป็นสภาพธรรมใดปรากฏทั้งหมดนั่นคือกำลังแสดงความเป็นอนัตตา เพราะฉะนั้นปัญญาสามารถที่จะเข้าถึงความเป็นอนัตตาของสภาพธรรมที่ปรากฏเพราะเกิดแล้วมีลักษณะเฉพาะแต่ละอย่าง ด้วยเหตุนี้จึงต้องเป็นสติสัมปชัญญะเท่านั้นที่สามารถจะรู้ความจริงของสภาพธรรมได้

ผู้ถาม     เป็นความละเอียดของสภาพธรรมที่เกี่ยวกับเรื่องลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เพราะว่ามันปรากฏสืบเนื่องอยู่ตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวว่าจงใจหรือตั้งใจที่จะอย่างนั้นอย่างนี้

สุ.     หลีกเลี่ยงอะไร หลีกเลี่ยงความจริง แต่ความจริงคือกำลังหลีกเลี่ยงซึ่งไม่ใช่เรา

ผู้ถาม     ตอนแรกก็คิดว่ากระผมเป็นคนดีมากพอสมควรเพราะว่าในขณะ นี้ที่จะว่ากล่าวคนอื่นตรง ๆ ก็น้อยลง แต่ในใจก็ยังมีลักษณะของสภาพธรรมที่ขุ่นมัว ที่ขุ่นข้องเลย ไม่พอใจ ลักษณะนี้ห้ามไม่ได้เพราะเขาเกิด เขาปรากฏ

สุ.     มีใครบอกให้คุณประทีปห้ามหรือเปล่า

ผู้ถาม     ไม่มีครับ

สุ.     เพราะฉะนั้นเลิกคิดที่จะห้าม แต่รู้ว่าขณะนั้นเป็นธรรมที่เกิดแล้วเพราะมีเหตุปัจจัยและเป็นอนัตตาด้วย นี่คือสิ่งที่จะต้องเข้าใจไปทุกชาติให้มั่นคงขึ้น มิฉะนั้นก็จะมีเราที่จะออกนอกทางคือไปทำด้วยความเป็นตัวตน

 


หัวข้อหมายเลข  11112
ปรับปรุง  1 ม.ค. 2561