การสะสมปัญญา...ทำไมต้องนาน...แสนนาน
 
nippana
วันที่  25 ต.ค. 2556
หมายเลข  23918
อ่าน  967

     เหตุใดการศึกษาพระธรรมด้วยการสะสมปัญญาให้เพิ่มขึ้นทีละนิด...ทีละนิด ต้องใช้เวลานาน...แสนนาน (ถึงหลายแสนกัปป์) ทั้งๆ ที่เป็นเพียงผู้เดินตาม (หมายถึง ตามรอยพระพุทธองค์ซึ่งค้นพบและสอนวิธีปฏิบัติให้อยู่แล้ว) ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับภูมิจิตภูมิธรรมของแต่ละบุคคลหรือ เข้าใจว่าการเป็นผู้ปฏิบัติตาม ไม่น่าจะต้องใช้เวลาสะสมมากหรือนานขนาดนั้น


Tag  จิรกาลภาวนา
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 25 ต.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     เพราะเหตุว่า สะสมกิเลสมานานมาก สะสมความไม่รู้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า หากกิเลสเป็นรูปธรรม จักรวาลก็ไม่พอที่จะเก็บ ดังนั้น การจะละกิเลสก็ต้องค่อยๆ ละ กว่าจะละได้ ต้องใช้เวลา เพราะ โดยมาก ชีวิตอะไรเกิดขึ้นมาก อกุศลเกิดมาก ดังนั้น ก็สะสมอกุศลมาก สะสมปัญญาน้อย ดังนั้น ก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะละกิเลสได้ และ กว่าจะบรรลุธรรม ก็เนื่องมาจากการละกิเลส ก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะบรรลุครับ  พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า หนทางการอบรมปัญญา คือ จิรกาลภาวนา คือ อบรมปัญญาอย่างยาวนาน ครับ ขออนุโมทนา ซึ่ง การฟัง ศึกษาพระธรรม ปัญญาที่เกิดขึ้นทีละน้อย แต่อบรมอย่างยาวนาน ก็สามารถละกิเลสได้ในที่สุด ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ธนฤทธิ์
วันที่ 26 ต.ค. 2556

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 ต.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     จิรกาลภาวนา เป็นการอบรมเจริญปัญญา  ที่ต้องใช้เวลาหรืออาศัยเวลาในการอบรมเจริญ ที่ยาวนาน  ไม่ใช่วันเดียว ชาติเดียว ค่อยๆ  สั่งสมความเข้าใจ ธรรมทีละเล็กทีละน้อย (จิระ ยาวนาน กาละ เวลา ภาวนา การอบรมเจริญ) ในแต่ละวันที่ชีวิตดำเนินไปอยู่นี้  บางครั้งเป็นไปตามอำนาจของกิเลส  ทั้งโลภะ (ความติดข้องเพลิดเพลิน) โทสะ (ความโกรธ  ความขุ่นเคืองใจ) โมหะ (ความหลง ความไม่รู้) บางครั้งก็เป็นโอกาสของการเจริญกุศลประการต่างๆ ตามสมควร  แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต คือ การได้มีโอกาสศึกษาพระธรรม  ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง อวิชชา(ความไม่รู้) ที่ได้สั่งสมมาอย่างเนิ่นนานในสังสารวัฏฏ์นับชาติไม่ถ้วน  ก็จะค่อยๆ  เบาบางลงไปตามลำดับของความเข้าใจ  เพราะฉะนั้นแล้ว จึงต้องมีความอดทนที่จะศึกษาที่จะฟังพระธรรมต่อไป  เพื่อความเข้าใจถูก เห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ตามความเป็นจริง ยิ่งๆ ขึ้นไป แม้แต่ท่านที่ได้บรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ ได้นั้น ท่านก็ได้อบรมเจริญปัญญาเป็นเวลาที่ยาวนาน (จิรกาลภาวนา) มาแล้วทั้งนั้น เมื่อได้ฟังได้ศึกษา ความรู้ความเข้าใจ ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ  ศึกษาพระธรรม  ฟังพระธรรม  เพื่อเข้าใจลักษณะสภาพธรรมตามความเป็นจริงเพื่อเข้าใจว่าธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน แต่เป็นสิ่งที่มีจริง ไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะ แม้กระทั่งความคิด ขณะที่คิด ก็เป็นธรรม ไม่ใช่เรา ไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอน  ไม่มีอะไรที่เกิดแล้วจะไม่ดับ  สิ่งใดที่ไม่ดี  ไม่เป็นประโยชน์  ก็ไม่ควรที่จะสั่งสมให้มีมากขึ้น  แต่สิ่งที่ควรเพิ่มในชีวิตประจำวัน คือ การฟังพระธรรม อบรมเจริญปัญญา ครับ  

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 26 ต.ค. 2556

ในพระไตรปิฏก ท่านเปรียบปัญญาเป็นพืชที่โตช้า ต้องอบรมนาน  กว่าปัญญาจะเจริญขึ้น และก็ต้องสะสมความดีมาก สะสมบารมี เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมจึงจะบรรลุ มรรค ผล นิพพาน  ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 26 ต.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
nippana
วันที่ 26 ต.ค. 2556

     ขอบพระคุณท่านอาจารย์ทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 28 ต.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
jaturong
วันที่ 30 ต.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 24 เม.ย. 2557

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ