แสวงหาอะไร?

 
orawan.c
วันที่  26 พ.ค. 2551
หมายเลข  8723
อ่าน  2,809

บุคคลผู้ไม่มีปัญญาย่อมแสวงหาแต่อารมณ์ที่ดีทั้ง ๖ ทาง ซึ่งไม่เที่ยงเกิดแล้วก็ดับ บุคคลผู้มีปัญญาย่อมแสวงหาความเข้าใจความจริงด้วยการฟังพระธรรมให้เข้าใจบ่อยๆ เนืองๆ จริงๆ เพื่อสะสมปัญญาจนกว่าจะออกจากสังสารวัฏฏ์ ไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
suwit02
วันที่ 26 พ.ค. 2551

นานแล้วที่ไม่ได้ยินคำว่า จิรกาลภาวนา

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wannee.s
วันที่ 26 พ.ค. 2551

การแสวงหามี 2 อย่าง คือ

1. แสวงหาทรัพย์

2. แสวงหาปัญญา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
baramees
วันที่ 26 พ.ค. 2551

ขอนอบน้อมแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

การแสวงหามี ๒ อย่างอีกนัยหนึ่งคือ

๑. การแสวงหาที่ไม่ประเสริฐ

๒. การแสวงหาที่ประเสริฐ

การแสวงที่ไม่ประเสริฐ คือ ตัวเองมีความเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นธรรมดา มีความโศกเศร้าเป็นธรรมดา ก็ยังแสวงหาสิ่งที่มีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย และโศกเศร้าเป็นธรรมดาสิ่งนั้นคือ บุตร ภรรยา เงิน ทอง นา สวน ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากสภาพธรรมที่มีจริง คือ รูป เสียง กลิ่น รส...เป็นต้น นี่คือการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐเพราะย่อมทำให้ติด และไม่พ้นไปจากสังสารวัฏ

การแสวงหาที่ประเสริฐ คือ ตัวเองมีความเกิด แก่ เศร้าโศกเป็นธรรมดา แต่ก็แสวงหาพระนิพพาน หาทางหลุดพ้น คืออบรมปัญญาในด้วยความเห็นถูก เริ่มจากการฟังให้เข้าใจ ในเรื่องของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ว่า เป็นธรรมไม่ใช่เรา เป็นการแสวงหาที่ประเสริฐ เพราะเป็นทางที่ดับกิเลสและสิ้นสังสารวัฏ จึงเป็นผู้ตรงว่ายังเป็นผู้แสวงหาและยินดีในการแสวงหาที่ไม่ประเสริฐแต่ก็แสวงหาทางประเสริฐด้วย ด้วยความเข้าใจทีละเล็กละน้อยในพระธรรม

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
นวล
วันที่ 26 พ.ค. 2551

เดิมก่อนได้ฟังธรรม แสวงหาโลภะ โทสะ โมหะ หลังจากที่ได้ฟังธรรม ด้วยความเข้าใจ แม้จะยังไม่มั่นคง เท่าที่พอจะแสวงหาได้ ในจิตที่เกิดดับ ความเห็นถูก ปัญญาที่เกิดทีละน้อยนิด ไม่ไหลไปตามกิเลส คงพอได้นะคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
suwit02
วันที่ 27 พ.ค. 2551

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
ตุลา
วันที่ 27 พ.ค. 2551

ขอกราบบูชาคุณพระรัตนตรัย

ขอขอบคุณ คุณ orawan.c ที่ตั้งกระทู้นี้และผู้ที่ให้รายละเอียดค่ะ เมื่อก่อนไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ก็คงไม่สายที่จะทราบเดี๋ยวนี้ และจะพยายามศึกษาธรรมไปเรื่อยๆ ค่ะ

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
pornpaon
วันที่ 27 พ.ค. 2551

แสวงหาความรู้ ความเข้าใจโลกที่ถูกต้องแท้จริงเพื่อปัญญา เพื่อการละทั้งหมด เพื่อการไม่ต้องแสวงหาอีกต่อไป และได้ทราบแล้วว่า ยังอีกยาวนาน จนไม่ต้องนับความเกิดและความตายยังต้องมีอีก ความแสวงหายังต้องมีอยู่จนกว่าจะเข้าใจจริงๆ ว่าทุกอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เรา จึงฟังธรรมต่อไป และต่อๆ ไป ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
khampan.a
วันที่ 27 พ.ค. 2551

เนื่องจากสั่งสมกิเลส สั่งสมอกุศลมามากในสังสารวัฏ ในชาติปัจจุบันนี้ ก็จะตั้งใจเป็นผู้สั่งสมเหตุใหม่ที่ดี คือ สั่งสมอบรมเจริญปัญญา ศึกษาธรรม ฟังธรรม ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาที่นานมาก แต่ก็จะเริ่มสั่งสม ครับ

...ขออนุโมทนาครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
ajarnkruo
วันที่ 27 พ.ค. 2551

แสวงหาความเห็นถูก แสวงหาสัจธรรม แสวงหาทางหลุดพ้น แสวงหาความไม่เกิด " แสวงหานิพพาน "

จิรกาลภาวนา

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
เมตตา
วันที่ 27 พ.ค. 2551

ขออนุโมทนา คุณอรวรณ ค่ะ หัวข้อนี้มีประโยชน์มากเลยค่ะ ผู้ไม่มีปัญญาในชีวิตประจำวันก็แสวงหาแต่รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่น่าใคร่ น่าพอใจ เมื่อได้สิ่งที่น่าพอใจก็ติดข้องชอบใจ เมื่อได้สิ่งที่ไม่พอใจก็ขุ่นข้องหมองใจ ในชีวิตประจำวันมีแต่กิเลสสะสมอยู่เรื่อยๆ เป็นเหตุให้วนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ ผู้มีปัญญาย่อมแสวงหา ความหลุดพ้นจากทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ด้วยการแสวงหาหนทางเพื่อความหลุดพ้น ซึ่งมีอยู่หนทางเดียว คือการเจริญสติปัฏฐาน

จะต้องเริ่มจากการฟังพระธรรม ให้เข้าใจพระธรรมโดยเฉพาะในชีวิตประจำวันอะไรเป็นธรรมะ ขณะนี้เดี๋ยวนี้ถ้าไม่รู้ว่าอะไรเป็นธรรมะก็ไม่มีหนทางไปถึงสติปัฏฐาน ในการอบรมเจริญปัญญาก็จะต้องเริ่มจากเดี๋ยวนี้ ตรงนี้มีธรรมะอยู่ตลอดเวลาไม่ต้องไปแสวงหาจากที่อื่น ขณะนี้อะไรเป็นธรรมะ จากการศึกษาพระธรรมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเพียงจิต เจตสิก รูปเท่านั้น ไม่มีสัตว์บุคคลตัวตน เราจึงต้องศึกษาจนเข้าใจถูกต้องเช่นรู้ว่าจิตเห็นขณะนี้เป็นธรรมะ สิ่งที่ถูกเห็นก็เป็นธรรมะไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตน ศึกษาจนเข้าใจความจริงแล้วน้อมไป เพื่อจะรู้ว่านั่นเป็นเพียงธรรมะ จนกว่าสังขารขันธ์ปรุงแต่งให้สติระลึกรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ซึ่งมีหนทางเดียวค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
พาราระวี
วันที่ 28 พ.ค. 2551
อนุโมทนาค่ะน้าอรวรรณและทุกท่านผู้ร่วมสนทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
narong.p
วันที่ 30 พ.ค. 2551

ขออนุโมทนาครับ

ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกในสภาพธรรมตามความเป็นจริงที่สามารถเข้าใจได้ก่อน ทั้งหกทวาร เช่น การเห็นก็ต้องเข้าใจถูกว่า ไม่ใช่เราที่เห็นเป็นเพียงสภาพธรรมะคือ จิตซึ่งเป็นประธานในการรู้แจ้ง อาจหาญร่าเริงที่จะเข้าใจธรรมด้วยความเบาสบายเพราะไม่มีเราจริงๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
orawan.c
วันที่ 12 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
สิริพรรณ
วันที่ 13 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนา พี่อรวรรณค่ะที่ตั้งกระทู้นี้ และทุกท่านที่ขยายความเพื่อการอบรมเจริญปัญญาเพิ่มขึ้นๆ เป็นหัวข้อที่ควรศึกษาอย่างละเอียด

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
Kitipornchai.c
วันที่ 1 ก.ค. 2558

ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
thilda
วันที่ 3 ก.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
Jarunee.A
วันที่ 21 ต.ค. 2566

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ