ฆราวาส - บรรพชิต
 
สารธรรม
วันที่  21 พ.ค. 2551
หมายเลข  8688
อ่าน  1,184

ถาม การบวชกับการเป็นฆราวาส อันไหนจะมีโอกาสเจริญสติได้มากกว่ากัน
 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
สารธรรม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

สุ.     ชีวิตจริงๆ ในขณะนี้เป็นใคร เริ่มระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลัง

ปรากฏไปเรื่อยๆ ก็จะมากได้

ถาม   แต่มีโอกาสหลงลืมสติมากครับสุ.     เพราะฉะนั้น   ก็อบรมเจริญสติค่ะ เพื่อที่จะได้หลงน้อย แต่ถ้าไม่อบรม

เจริญสติ ยังไงก็ต้องหลงมากไปเรื่อยๆ

ถาม   พยายามอบรม ส่วนมากเวลาทำงาน...สุ.     ไม่ใช่ตัวตนที่พยายาม อย่าลืมค่ะ ถ้าท่านผู้ฟังท่านใดพยายามจะเพียร

ให้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงเรื่องของการศึกษาตามลำดับไว้แล้ว

ถาม   เวลาทำงาน...........สุ.     ท่านผู้ฟังจะฟังพระธรรม หรือท่านผู้ฟังจะทำสติถาม   ขณะที่ทำงาน โอกาสที่จะหลงไปในจิตอกุศล จะมีมากกว่าสุ.     ก็เพราะเหตุว่า  ยังไม่ใช่ผู้ที่เจริญอินทรีย์ ๕  ถ้าเป็นผู้ที่เจริญอินทรีย์ ๕        ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งสติจะมั่นคง มีกำลัง เป็นพละได้        ต้องการสติแค่        ไหนคะ ในวันหนึ่งๆ

ถาม   ยิ่งมากได้ก็ยิ่งดีสุ.     นั่นซิคะ สักเท่าไรคะถาม   ก็ตามเหตุตามปัจจัยล่ะครับ
 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
สารธรรม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

สุ.     วันนี้ล่ะคะ อยากจะได้สติสักกี่ชั่วโมงถาม   อยากได้ มันก็ไม่ได้สุ.     เพราะฉะนั้น  ก็อย่าไปอยากซิคะ   ก็รู้อยู่แล้วว่า ถึงอยากได้ก็ไม่ได้ จะ

ต้องเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย จากความเป็นปุถุชนผู้หลงลืมสติ จะให้เหมือนพระอรหันต์ได้อย่างไร อยากจะมีสติเท่าพระอรหันต์ อยากจะมีสติเท่าพระอนาคามี พระสกทาคามี พระโสดาบัน  แต่ขณะนี้ระลึกทางตาที่กำลังเห็นหรือยัง ระลึกทางหูที่กำลังได้ยินหรือยัง ระลึกทางกายที่กำลังรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสหรือยัง ถ้ายังไม่ระลึก ก็ไม่มีหนทางเลยค่ะ ที่จะไปทำอย่างอื่นได้   และถ้าไม่ระลึกก็ต้องทราบว่า  เพราะอะไรจึงไม่ระลึก แต่ถ้าฟังไปเรื่อยๆ เป็นปัจจัยให้สติเกิดได้   แต่เมื่อไม่ฟังแล้ว จะให้สติเกิดระลึก จะได้อย่างไร
 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
สารธรรม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

ถาม    เพราะมันหลง จึงไม่ได้ระลึกสุ.      ไม่ใช่เพราะขาดการฟังหรือคะถาม   ฟังนี้ ผมฟังมากสุ.      มากพอหรือยัง หรือต้องฟังอีกถาม   ต้องฟังไปเรื่อยๆครับสุ.     ต้องฟังไปเรื่อยๆ    เท่าไรก็ยังไม่พอ  ต้องฟังไปจนแม้ขณะที่กำลังฟัง

สติก็ยังเกิดระลึกได้บ้าง   ทางกาย ขณะนี้กำลังกระทบสัมผัส   ทางตากำลังเห็น   ทางหู กำลังได้ยิน สติเกิดระลึกในขณะที่ได้ยินได้ฟังอย่างนี้หรือยัง  ถ้ายัง ก็ฟังเพื่อที่ว่าจะได้เป็นปัจจัยให้สติระลึกได้ เพราะเหตุว่าพระธรรมที่ทรงแสดงไว้  เป็นเรื่องของ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ    เพราะฉะนั้น ก็ย่อมจะเป็นปัจจัยให้สติเกิดระลึกได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นทางหนึ่งทางใดใน ๖ ทาง

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
สารธรรม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

ถาม   ผมสงสัยอีก    มีพระโสดาบัน ท่านสำเร็จแล้ว เป็นฆราวาส ท่านก็รู้ว่า

เจริญสติในเพศฆราวาสได้ ทำไมท่านออกบวช

สุ.     ใครคะถาม   พระอะไร   ผมก็ไม่ทราบ   กำลังโกนหัว   ท่านก็ได้สำเร็จ  ผมก็จำไม่

ค่อยได้

สุ.     ท่านอบรมเจริญอย่างไรคะที่สำเร็จ   ข้อปฏิบัติสำคัญที่สุด    ต้องรู้ข้อ

ปฏิบัติว่า ผู้นั้นอบรมเจริญอย่างไร

ถาม  ไม่ใช่ท่านเห็นว่า  การบวชมีโอกาสมากกว่าหรือครับ  ท่านถึงต้องบวช

ทั้งๆ ที่ท่านสำเร็จเป็นพระโสดาบันแล้ว

สุ.     ใครคะ   ดิฉันก็ยังเรียนถามอยู่นั่นเอง ว่าใครคะสำเร็จเป็นพระโสดาบัน

และปฏิบัติอย่างไรจึงสำเร็จ ถ้าท่านปฏิบัติอย่างไรสำเร็จ  ท่านก็ต้องชี้แจงข้อปฏิบัติให้คนอื่นได้ทราบ  ซึ่งข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่จะบรรลุความเป็นพระโสดาบันจะไม่เป็นอย่างอื่นเลย  นอกจากจะเป็นผู้มีปกติ เจริญสติปัฏฐาน  รู้ลักษณะของสภาพธรรม  ที่กำลังปรากฏตามปกติในชีวิตประจำวัน 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
สารธรรม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

ถาม   อาจารย์มีความเห็นว่า  ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือนักบวช ก็แล้วแต่  ถ้า

เป็นผู้มีปกติเจริญสติปัฏฐาน   ก็มีโอกาสที่จะบรรลุได้ อย่างนั้นใช่ไหมครับ

สุ.     ค่ะ เพราะเหตุว่าแต่ละท่านสะสมปัจจัยที่จะเป็นแต่ละบุคคล แต่ละขณะ

วิจิตรต่างๆกัน ตามความเป็นจริง

ถาม   มีโอกาสเท่ากัน เหมือนกันหรือครับสุ.     แล้วแต่บุคคลค่ะ    ในครั้งที่พระผู้มีพระภาคยังไม่ปรินิพพาน   ผู้ที่เป็น

คฤหัสถ์รู้แจ้งอริยสัจธรรมเป็นพระโสดาบันก็มี     ผู้ที่เป็นพระภิกษุไม่รู้แจ้งอริยสัจธรรมก็มี แม้ในครั้งนั้น      เพราะฉะนั้น ก็ย่อมแล้วแต่แต่ละบุคคล


 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
suwit02
วันที่ 21 พ.ค. 2551
สาธุ
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
บักกะปอม
บักกะปอม
วันที่ 21 พ.ค. 2551

ขอบพระคุณค่ะ อนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 22 พ.ค. 2551
ขึ้นอยู่กับปัญญาและการสั่งสมมาต่างกันค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
K
K
วันที่ 23 พ.ค. 2551

 บรรลุธรรมด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยสถานภาพ

 ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
baramees
วันที่ 23 พ.ค. 2551

เมื่อเข้าใจก็คือสภาพธรรมที่เป็นจิต เจตสิกที่สะมความเข้าใจมา

ว่าโดยความจริงก็คือจิต เจตสิกที่สะสม

ไม่มีสัตว์ บุคคลหรือเพศใดๆ

ปัญญาเป็นเจตสิก

ทำกิจรู้ตามความเป็นจริง

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 25 พ.ค. 2551

   สภาพธรรมที่ปัญญาจะประจักษ์แจ้งตามความเป็นจริงได้นั้น  คือ  ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของจริงที่กำลังปรากฏทางตา   หู   จมูก  ลิ้น  กาย  ใจ  ในขณะนี้เอง  สำคัญที่ปัญญาไม่ได้อยู่ที่ความเป็นฆราวาสหรือเป็นบรรพชิต  ครับ  

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 25 พ.ค. 2551

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
เซจาน้อย
วันที่ 26 พ.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
Komsan
วันที่ 22 ม.ค. 2552
ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 19 ธ.ค. 2552

 

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ