อธิบายคำว่า “เหตุปัจจัยปรุงแต่งแล้วมีจริง”
 
บ้านธัมมะ
วันที่  22 ธ.ค. 2550
หมายเลข  6599
อ่าน  2,512

     สิ่งที่มีจริง คือ สิ่งที่ปรากฏ ต้องมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิด สิ่งใดก็ตามที่ไม่เกิด  จะไม่ปรากฏเลย นี่เป็นสิ่งที่จะต้องค่อย ๆ เข้าใจธรรมตามลำดับว่า สิ่งที่ปรากฏในขณะนี้เกิด ถ้าไม่เกิดก็ไม่ปรากฏ และที่จะเกิดก็ต้องมีปัจจัยปรุงแต่ง ถ้าไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ก็เกิดไม่ได้ ต้องทราบว่าความจริงแท้ที่เป็นปรมัตถธรรมมี ๔ อย่าง คำว่า “ปรมัตถธรรม” มาจากคำว่า ปรม+อัตถ  ลักษณะอัตถของสิ่งนั้นเป็นสิ่งซึ่งไม่มีใครสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ สภาพธรรมที่มีจริงในโลก นอกโลก ในจักรวาลทั้งหมด   จะพ้นไปจากจิต ๑ เจตสิก ๑  รูป ๑ และปรมัตถธรรมอีกอย่างหนึ่ง คือ นิพพานแต่นิพพานไม่เกิด  ตรงกันข้ามกับ จิต เจตสิก รูป

     เพราะฉะนั้น ถ้ารู้แก่นของธรรม คือ ตัวธรรมจริง ๆ ว่าเป็นสภาพที่มีจริง ใคร ๆ ก็เปลี่ยนลักษณะของสภาพธรรมนั้นไม่ได้ จึงเป็นอภิธรรมเป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นธรรมที่ทรงแสดงไว้ ที่ประมวลไว้เป็นอภิธรรมปิฎก หมายความว่า กล่าวถึงสภาพธรรมล้วน ๆ ซึ่งมีลักษณะจริง ๆ  ซึ่งไม่มีใครสามารถจะเปลี่ยนแปลงลักษณะนั้นได้ เช่น แข็ง เวลาที่มีการกระทบสิ่งหนึ่งสิ่งใด ลักษณะแข็งปรากฏ ถ้าลักษณะนั้นแข็ง  จะเปลี่ยนแข็งให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเวลากระทบแล้วเย็น ก็ไม่มีใครที่สามารถจะเปลี่ยนลักษณะที่เย็นให้เป็นแข็ง หรือว่าให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้

     นี่แสดงว่า สภาพธรรม ธรรมเป็นธาตุ เป็นสิ่งที่มีจริงซึ่งใครก็เปลี่ยนลักษณะนั้นไม่ได้เลย แล้วก็สภาพธรรม ๓ อย่าง คือ จิต เจตสิก รูป เป็นสภาพธรรมที่เกิดแล้วก็ดับ แต่ใน ๓ อย่างนี้ ก็แบ่งออกเป็นนามธรรมกับรูปธรรม เพราะว่าจิต เจตสิก เป็นนามธรรม เป็นสภาพที่เกิดแล้วก็ต้องรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด ส่วนรูปธรรมเกิดแต่ไม่สามารถที่จะรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ต้องเข้าใจเรื่องปรมัตถธรรม จึงสามารถที่จะอบรมปัญญา ให้รู้ความจริงของธรรมได้

 


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Komsan
วันที่ 4 ก.ค. 2551
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
suwit02
วันที่ 5 ก.ค. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
happyindy
วันที่ 5 ก.ค. 2551

๐๐๐ ขออนุโมทนาค่ะ ๐๐๐

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
opanayigo
วันที่ 2 มี.ค. 2552 22:18 น.

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
isme404
isme404
วันที่ 29 พ.ค. 2555 16:02 น.

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
lax
วันที่ 28 มี.ค. 2556 05:27 น.

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ