การบูชาสังเวชนียสถานทั้ง 4 ทำให้ไม่ไปอบายทั้ง 4 จริงหรือ?
 
Atom
atom
วันที่  4 ธ.ค. 2550
หมายเลข  5749
อ่าน  4,612

ขอบูชาพระรัตนตรัยและยึดมั่นเป็นที่พึ่งอันสูงสุด
มีคำถามขอเรียนถามท่านผู้รู้และกัลยาณมิตรทุกท่าน

การไปบูชาสังเวชนียสถานทั้ง 4 ด้วยความศรัทธา และ ด้วยความเคารพในพระพุทธองค์ที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ว่า หากผู้ใดได้ไปบูชาก็เหมือนได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์และ  เมื่อผู้นั้นกายแตกดับไปผู้นั้นจะไม่ไปสู่อบายภูมิทั้ง 4

1. ข้อความดังกล่าว  มีข้ออธิบายรายละเอียดไหมครับ ว่าทำไมจึงไม่ไปอบายทั้ง 4 (สามารถปิดอบายได้เพราะเหตุผลใด เพียงแค่นี้เองหรือ  อย่างนี้ใครๆ อยากปิดอบายก็แค่ขอไปบูชาก็ไม่ไปอบายแล้วใช่ไหมครับ)

2.  หากเราพาคนอื่นไปแต่จิตเขาไม่ได้เลื่อมใสอะไร  อาจไปเพราะอยากไปเที่ยว  เขาไปก็ไปบูชาตามเห็นสมควร เช่นนี้จะยังไม่ไปอบายภูมิหรือไม่?

3.  การไม่ไปอบายนี้มีผลในชาติหน้าหรือชาติที่ 2,3,4 ฯลฯ เพราะมีบางกลุ่มเขาไปกันเกือบทุกปี

4.  การที่เราไปบูชาด้วยความเคารพและศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธองค์  เราต้องกู้ยืมเงินไปเช่นนี้เราจะได้บุญของการไปบูชาหรือไม่ครับ

ขออนุโมนาบุญในธรรมทานของทุกท่านครับ


Tag  มหาปรินิพพานสูตร สังเวชนียสถาน ๔
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 4 ธ.ค. 2550
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
study
วันที่ 4 ธ.ค. 2550

ข้อความจากพระไตรปิฎก (ความเห็นที่ ๑) หมายถึง  การกระทำการบูชาด้วยศรัทธาด้วยกุศลจิต ถ้ากรรมนั้นให้ผล ย่อมนำเกิดในสุคติภูมิ (เว้นไว้แต่ผู้นั้นมีอกุศลกรรมหนักเป็นเครื่องกั้นเช่นกระทำอนันตริยกรรม หรือ ว่าร้ายพระอริยะ เป็นต้น) ไม่ใช่หมายถึงการปิดอบาย ถ้าไปแต่จิตไม่เป็นกุศล หรือแม้แต่ชาวอินเดียที่อยู่ประจำที่นั่น ถ้าเขาไม่มีจิตเสื่อมใส ย่อมไม่มีอานิสงส์เพราะการอยู่หรือไปที่นั่น ส่วนการจะไปบูชาด้วยการกู้ยืมหรือเงินเก็บก็ตาม  เมื่อจิตเป็นกุศลขณะใดขณะนั้นเป็นบุญครับ   

ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ  การไปกราบสักการะพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
Atom
atom
วันที่ 4 ธ.ค. 2550

และหากผู้ที่ไปมา  แต่เราขอการแบ่งบุญจากเขาเราได้บุญเช่นไรเท่าคนที่ไปหรือไม่ ? (เคยทราบมาว่าการแบ่งบุญ  เปรียบเสมือน  เราเอาตะเกียงไปขอจุดไฟจากผู้ที่มีไฟตะเกียง) และเราสามารถที่จะปิดอบายได้หรือไม่ ?

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 4 ธ.ค. 2550

ผู้ที่จะปิดประตูอบายภูมิต้องเป็นพระโสดาบันค่ะ  เกิดอย่างมากไม่เกิน 7 ชาติ  ถ้าเป็นปุถุชนต่อให้ทำความดีมากมายแค่ไหน  คติก็ไม่แน่นอนค่ะ การแบ่งส่วนบุญ เปรียบการจุดตะเกียงหมายถึงเราทำกุศลแล้วอุทิศส่วนบุญให้ผู้อื่นหรือบอกให้เขารู้ เขาอนุโมทนาบุญกุศลของคนที่ทำยิ่งเพิ่มขึ้น ให้เท่าไหร่ก็ไม่หมดค่ะ  คนที่อนุโมทนาในส่วนบุญก็นำมาซึ่งความสุขทั้งโลกนี้และโลกหน้าค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 5 ธ.ค. 2550

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
ข้อ1. ขณะที่กุศลที่เลื่อมใสในสังเวชนียสถานให้ผล ผลบุญนั้นย่อมไม่ไปอบายแน่นอนเราทำอกุศลด้วย ดังนั้น จึงไม่แน่นอน  แต่ถ้าบุญนั้นให้ผล ตายไปก็ไม่ต้องไปอบายหากแต่ว่าถ้าอกุศลให้ผลนำเกิด แม้ชาตินั้นจะเลื่อมใสในสังเวชนียสถานก็ต้องไปอบาย  เพราะการเลื่อมใสในสังเวชนียสถาน ไม่ใช่กุศลที่มีกำลังหนัก ดังเช่น  กุศลที่เป็นรูปวจรกุศลที่เป็นระดับฌาน ที่ให้ผลทันทีเมื่อตาย  และถ้าเราทำอนันตริยกรรม (ฆ่า บิดา มารดา เป็นต้น) ในชาตินั้น แม้ชาตินั้นจะไปสังเวชนียสถานแล้วเลื่อมใสก็ตาม ก็ต้องไปอบายแน่นอน  เมื่อตายไปครับ  เพราะผลของอนันตริยกรรม ให้ผลทันทีเมื่อตายไปในชาตินั้น

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 5 ธ.ค. 2550

ข้อ 2. ข้อนี้ก็เช่นกัน แล้วแต่เหตุปัจจัยว่ากุศลกรรมหรืออกุศลกรรมจะให้ผล
ข้อ 3. แล้วแต่ครับ อาจให้ผลชาติไหนก็ได้
ข้อ 4. บุญคือขณะจิตที่เป็นกุศล ปราศจากกิเลส จึงต้องพิจารณาทีละขณะจิตครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องยาวๆ ดังนั้น จึงเป็นอกุศลบ้างและกุศลบ้างครับ ขออนุโมทนา 
ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
saifon.p
วันที่ 8 ธ.ค. 2550

ขออนุโมทนาทุกความคิดเห็นค่ะ  และขออนุโมทนาคุณแล้วเจอกัน ซาบซึ้งจริงๆ เมื่อคลิกไปอ่าน  การไปกราบสักการะพระพุทธเจ้าที่ประเทศอินเดีย  มีประโยชน์ต่อผู้ที่ได้อ่านเป็นอย่างมากค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เซจาน้อย
วันที่ 21 ธ.ค. 2551

ขอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pornpaon
วันที่ 4 ม.ค. 2552
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
สุภาพร
วันที่ 22 ต.ค. 2552

ขออนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ