ไม่ใช่เราคิดของเราเอง แล้วก็ใช่เลย!!

[เล่มที่ 46] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้า 373
เป็นผู้ตรง เพราะความเป็นผู้ไม่โอ้อวด เป็นผู้ซื่อตรง เพราะความเป็นผู้ไม่มีมายา เป็น ผู้ตรง ด้วยการละการคดทางกายและทางวาจา เป็นผู้ซื่อตรง ด้วยการละการ คดทางใจ หรือเป็นผู้ตรง ด้วยการไม่โปรยคุณที่ไม่มี เป็นผู้ซื่อตรง ด้วยการไม่รับลาภที่เกิดขึ้นด้วยคุณที่ไม่มี
อ.คำปั่น: กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ ข้อความที่ปรากฏในอรรถกถา ซึ่งกระผมก็เทีบบเคียงจาก พยัญชนะภาษาบาลีครับ ก็อย่างที่คำแปลนี่ถูกต้องตรงเลยครับท่านอาจารย์ ก็พิจารณาครับว่า เป็นผู้ตรงด้วยดีเพราะความไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วโดยคุณอันไม่มีจริง ครับ
ท่านอาจารย์: แค่ตรงนี้ ย้ำไปย้ำมาให้ชัดเจนว่า เข้าใจยังไง
อ.คำปั่น: ครับ เป็นผู้ตรงด้วยดีเพราะการไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วด้วยคุณอันไม่มีจริงครับ
ท่านอาจารย์: หมายความว่าอย่างไร!? ด้วยความไม่อดกลั้น
อ.คำปั่น: ไม่อดกลั้น ก็คือเมื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบธรรม ก็จะเป็นผู้ที่ไม่รับในสิ่งนั้นเลยครับ
ท่านอาจารย์: แต่ไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าอะไรใช่ไหม?
อ.คำปั่น: ใช่ครับ เพราะว่า อันนี้คือตามภาษาบาลีเลยครับ ก็คือ อสนฺตคุเณน อุปฺปนฺนสฺส ลาภสฺส อนธิวาสเนน สุหุชุ ครับ เป็นผู้ตรงด้วยดี เพราะการไม่อดกลั้นต่อลาภอันเกิดขึ้นแล้วด้วยคุณอันไม่มีจริง ครับ
ท่านอาจารย์: ไม่อดกลั้น
อ.คำปั่น: ใช่ครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: และ เป็นผู้ตรงด้วยดี
อ.คำปั่น: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะไม่อดกลั้น
อ.คำปั่น: ใช่ครับท่านอาจารย์ครับ
ท่านอาจารย์: หมายความว่าไง?
อ.คำปั่น: ก็ถ้าสิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบธรรม โดยที่ภาวะที่ตัวเองไม่เป็นอย่างนั้นครับ ก็จะเป็นผู้ที่ไม่รับในสิ่งนั้นเลยเพราะว่า ไม่จริงไม่ถูกต้อง
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คำว่า ไม่อดกลั้น หมายความว่ารับหรือ?
อ.คำปั่น: ตรงนี้ครับท่านอาจารย์ครับ ก็คือไม่ยอมรับ ตรงนี้ถ้าดูจากอรรถะด้วยครับ แล้วก็ดูจากคำด้วย ก็คือไม่ยังสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นเลยครับ
ท่านอาจารย์: อดกลั้น หรือไม่อดกลั้น?
อ.คำปั่น: อันนี้ไม่อดกลั้นครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ไม่อดกลั้นน่ะ รับหรือไม่รับ!!
อ.คำปั่น: ตรงนี้ไม่รับครับ เพราะว่าเป็นลาภที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบธรรม
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่อดกลั้น คือรับหรือไม่รับ?
อ.คำปั่น: ไม่รับครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: แล้วอดกลั้นล่ะ?
อ.คำปั่น: ถ้าอดกลั้น ก็คือถ้าสิ่งนั้นเกิดขึ้นโดยถูกต้องครับ ก็รับ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อีกครั้งหนึ่ง
อ.คำปั่น: ครับ ชื่อว่า เป็นผู้ตรงด้วยดี
ท่านอาจารย์: ตรงด้วยดี
อ.คำปั่น: ครับ ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วด้วยคุณอันไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: หมายความว่าอย่างไร ไม่อดกลั้นต่อลาภ?
อ.คำปั่น: เป็นผู้ตรง ...
ท่านอาจารย์: เห็นไหม! ต้องไม่ข้าม
อ.คำปั่น: ครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่เราคิดของเราเอง แล้วก็ใช่เลย!! ต้องพิจารณาพยัญชนะ
อ.คำปั่น: กราบท่านอาจารย์ครับ ก็ถ้า ตั้งแต่บทแรกนะครับ ก็คือ บทว่า ชื่อว่าเป็นผู้ตรง เพราะไม่อวดคุณที่ไม่มีจริง อันนี้คือบทแรก ครับ
ท่านอาจารย์: อันนี้แน่นอน
อ.คำปั่น: ครับ อันนี้พอเข้าใจได้ครับ แต่พอประโยคต่อมาครับ ชื่อว่า ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นเพราะคุณที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: แปลว่าอะไร ไม่อดกลั้น?
อ.คำปั่น: ไม่อดกลั้น..
ท่านอาจารย์: เห็นไหม!!
อ.ธนากร: กราบท่านอาจารย์ครับ ถ้าผมคิดถึงตัวอย่างในชีวิตประจำวัน ก็อย่างเช่น สมมุตว่ามีงานอยู่ชิ้นหนึ่งที่เราไม่ได้ทำเลยครับ แต่ว่ามีคนที่เขาเข้าใจผิดคิดว่า เราทำแล้วก็ชื่นชม แล้วก็นำของมาให้เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นคนทำงานชิ้นนั้น
ท่านอาจารย์: แล้วไง?
อ.ธนากร: ทีนี้ ถ้าเราไม่อดกลั้น หมายความว่า เราไม่ได้ยินดีกับกับคำชื่นชม
ท่านอาจารย์: อย่างนั้นหรือ ที่ว่าไม่อดกลั้น?
อ.ธนากร: ครับ ก็คือไม่นิ่งเฉยให้เขาเข้าใจผิดต่อไป แต่ว่าเราก็ต้องกล่าวว่า เราไม่ได้ทำสิ่งนั้นครับ ก็คือไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นเพราะคุณที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: ไม่อดกลั้น ไม่มีอะไรในความหมายที่แหว่งว้าวอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?
อ.ธนากร: อ๋อ.. ครับ หมายถึงผมเข้าใจว่าไม่นิ่งเฉยไม่ยอมรับ
ท่านอาจารย์: แปลว่า ไม่อดกลั้นหรือ?
อ.ธนากร: เพราะว่า โดยภาษาก็ส่วนใหญ่จะใช้ในทางอกุศล เหมือนไม่มีความอดทนครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อีกทีหนึ่ง ถ้าใครเขาชื่นชมยินดีเอาของมาให้ แล้วไม่อดกลั้นหมายความว่าอย่างไร?
อ.ธนากร: ถ้าจะคิดในแง่ที่ว่า ไม่อดกลั้นก็คือว่า ไม่อดทนต่ออกุศลรับมาเลย อันนี้มันก็แปลอย่างนี้ก็ได้ครับ
ท่านอาจารย์: ก็นั่นนะสิ ถึงได้ว่าเราจะต้องพิจารณาให้ตรง ไม่ใช่อ้างเฉพาะคำ
อ.ธนากร: ครับ คือผมคิดถึงนัยยะของอย่างความกรุณาที่ท่านแสดงว่า เป็นผู้ที่ทนไม่ได้ต่อความทุกข์ของผู้อื่นครับ แต่ว่า คำว่า ทนไม่ได้ ไม่ได้หมายความถึงเป็นความเดือดร้อน แต่หมายถึงว่าเป็นความหวั่นไหวด้วยกุศลที่ไม่สามารถนิ่งอยู่ปล่อยให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ว่าเป็นสภาพที่พร้อมจะช่วยเลยครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ใช้คำว่า ไม่หวั่นไหวหรือ? ทุกอย่างต้องตรงตามความเป็นจริงไม่ว่าภาษาจะเป็นในรูปของภาษาไหน
อ.ธนากร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องคิดถึงความจริง ไม่เช่นนั้นเราพูดอย่างนี้แล้วคนอื่นเข้าใจอย่างโน้นในภาษาของเขา มันจะตรงกันไหม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็เอาตามความเป็นจริงเท่านั้นแหละ ไม่ว่ารูปภาษาจะเป็นอย่างไร แต่ความหมายก็คืออย่างนั้น แล้วต้องละเอียดอีก!! แล้วยังไงล่ะ ถ้าอดกลั้นหรือไม่อดกลั้น!! ต้องมีความต่างกันใช่ไหม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อยู่ที่สำนวนแปลหรือเปล่า?
อ.ธนากร: ไม่ครับ
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่! ที่เข้าใจกันต่างๆ อยู่ที่สำนวนแปลหรือเปล่า? หรือสำนวนแปลเขาแปลอย่างนี้แล้วไปเข้าใจอีกอย่างหนึ่ง?
ที่เข้าใจกันทั่วๆ ไป เข้าใจตามสำนวนแปลใช่ไหม?
อ.ธนากร: ใช่ครับ แต่ว่า ต้องเป็นความเข้าใจอรรถะครับ
อ.คำปั่น: กราบท่านอาจารย์ครับ เพราะว่า จากศัพย์ก็ยากที่จะพิจารณาครับ เพราะว่าจริงๆ ถ้าพูดถึงความอดทนอดกลั้นนะครับ แน่นอนครับว่าเป็นธรรมฝ่ายที่ดีงามเป็นกุศลแน่นอนครับที่เป็นความอดกลั้น อันนี้ก็พอที่จะเข้าใจได้ แต่พอมาบอกว่า เป็นผู้ที่ตรงด้วยดี เพราะการไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วโดยคุณอันไม่มีจริง ครับ ก็คือถ้าจะดูจากคำ ก็คือหมายความว่า ไม่ยังสิ่งนั้นที่เกิดขึ้นแล้วให้ เหมือนกับว่า ไม่นิ่งเฉยเลยต่อสิ่งนั้นที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบธรรมครับ
ท่านอาจารย์: แล้วภาษาว่าไง?
อ.คำปั่น: ภาษา ก็คืออนธิวาสเนน
ท่านอาจารย์: ไม่ใช่ ความหมายสิ ภาษาในภาษาไทยที่เราเข้าใจกัน เราพูดภาษาไทย
อ.คำปั่น: ครับ ก็คือทนอยู่อย่างนั้นไม่ได้ ครับ คือจะไม่ทนอย่างนั้น จะไม่ทนต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อ่านใหม่
อ.คำปั่น: ชื่อว่า เป็นผู้ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นโดยคุณอันไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: โดยวิธีไหน?
อ.คำปั่น: ครับ ก็คือจะต้องมีการกล่าวมีการอธิบายว่า ความจริงคืออย่างไรครับ คือจะไม่นิ่งเฉย จะไม่ทนรับเลยครับ
ท่านอาจารย์: ทบทวนภาษาที่แปล
อ.คำปั่น: ชื่อว่า เป็นผู้ตรงด้วยดี เพราะความไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วโดยคุณอันไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: ไม่อดกลั้น หมายความว่ายังไง?
อ.คำปั่น: ก็คือไม่ทนครับ ไม่ทนต่อสิ่งนั้นครับ
ท่านอาจารย์: ทนยังไง?
อ.คำปั่น: ก็คือ เมื่อเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็จะไม่นิ่งเฉย จะไม่ทน จะอธิบาย จะมีการกล่าวมีการชี้แจงว่าความถูกต้องคืออย่างไร จะไม่นิ่งดูดายจะไม่นิ่งเฉยเลย ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เมื่อได้ลาภแล้ว ไม่อดกลั้นใช่ไหม?
อ.คำปั่น: เพราะว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ไม่อดกลั้นก็คือไม่ทนที่จะรับ
ท่านอาจารย์: ไม่อดกลั้น คือไม่ทนที่จะ
อ.คำปั่น: ที่จะรับ เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ครับ ก็จะมีการอธิบายมีการชี้แจงว่า ความจริงคืออย่างไร ครับ เพราะว่าตัวเองไม่มีคุณอย่างนั้นเลย จะไปรับได้ยังไงเพราะว่าเป็นคุณที่ไม่มีเลยที่ไม่มีจริงเลยครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อ่านอีกครั้งหนึ่ง
อ.คำปั่น: ชื่อว่า เป็นผู้ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นแล้วด้วยคุณอันไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ต้องอธิบายความหมายของคำว่า ไม่อดกลั้นคือทำอย่างไร ใช่ไหม?
อ.คำปั่น: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีกิริยาอาการที่กระทำ ไม่อดกลั้นต่อ
อ.คำปั่น: ใช่ครับ ไม่อดกลั้นต่อ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ต้องเข้าใจข้อความที่เป็นที่รู้กันว่าไม่อดกลั้นโดยต้องทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าหายอันนี้ไป ความหมายผิดไหม?
อ.คำปั่น: ใช่ครับ ถ้าข้ามนี่ไม่ได้เลย เข้าใจผิดเลยครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ไม่ว่ารูปประโยคจะเป็นปฏิเสธ หรือรับ ก็ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
เมื่อได้สิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่ชอบธรรม ใช่ไหม ประโยคแรก!!
อ.คำปั่น: ถูกต้องครับ
ท่านอาจารย์: อดกลั้นต่อการที่จะไม่รับ
อ.คำปั่น: โดยอรรถะเลยครับ
ท่านอาจารย์: แล้วก็ ไม่อดกลั้นในการที่จะชี้แจง ได้ทั้ง ๒ อย่าง แต่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง
อ.คำปั่น: ครับท่านอาจารย์ครับ พอเข้าใจได้เลยครับ
ท่านอาจารย์: ไม่อย่างนั้น เฉยๆ แล้วเราก็ไปแปลกันเอง แต่ให้รู้ว่า อดกลั้นคืออะไร อดกลั้นที่จะไม่ตื่นเต้นยินดีรับมาด้วยอะไรๆ ใช่ไหม?
อ.คำปั่น: ใช่ครับ
ท่านอาจารย์: แต่ ไม่อดกลั้นที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้เป็นที่รู้
อดกลั้น กับไม่อดกลั้น ในสิ่งนั้นได้ตามความเป็นจริงที่ถูกต้อง
อ.คำปั่น: พอเข้าใจได้อยู่ครับท่านอาจารย์ พราะว่า ท่านอธิบายในความเป็นธรรมที่ดีงาม เพราะว่าเป็นการกล่าวถึงความเป็นผู้ตรงด้วยดี ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เราก็พิจารณาแต่ละคำซ้ำอีกทีก็ได้
อ.คำปั่น: ชื่อว่า ตรง เพราะไม่อวดคุณที่ไม่มีจริง ชื่อว่า ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดเพราะคุณที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: อ้าว ว่าไง? ไม่อดกลั้นต่อ เห็นไหม? มีอะไรแหว่งไปไหม ไม่อดกลั้นต่อ.. อ่านซ้ำอีกทีก็ได้
อ.คำปั่น: ครับ ชื่อว่า ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดขึ้นด้วยคุณที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: แค่นี้ ไม่อดกลั้น แปลว่าอะไร? เห็นไหม?
เพราะฉะนั้น ไม่อดกลั้นหรืออดกลั้น ก็ต้องมีความหมายที่ตรงที่ถูกต้อง
อ.คำปั่น: ครับ ท่านอาจารย์ เพราะว่า..
ท่านอาจารย์: อีกครั้งก็ได้
อ.คำปั่น: ครับ ชื่อว่า ตรงด้วยดี เพราะไม่อดกลั้นต่อลาภที่เกิดเพราะคุณที่ไม่มีจริง
ท่านอาจารย์: แปลว่ารับใช่ไหม ไม่อดกลั้น?
อ.คำปั่น: อดทนที่จะไม่รับครับ
ท่านอาจารย์: อ้าว .. ก็บอกว่า ไม่อดกลั้น ไม่ได้บอกว่าอดทน
ไม่อดกลั้น แปลว่า อดทนหรือ?
อ.คำปั่น: ไม่ใช่อย่างนั้นครับ
ท่านอาจารย์: ก็นั่นนะซิ ใช่ไหม?
อ.คำปั่น: ครับ อนธิวาสเนน คือคำนี้ครับที่แปลว่า ไม่อดกลั้น ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จะอดกลั้นหรือไม่อดกลั้น ก็ต้องมีความหมายที่ถูก
เอาตั้งต้นคำแรก
อ.คำปั่น: ครับ ชื่อว่า เป็นผู้ตรงด้วยดี
ท่านอาจารย์: แค่นี้! เพราะอดกลั้นหรือไม่อดกลั้นก็ได้ใช่ไหม นัยยะต่างกัน
ชื่อว่า ตรงด้วยดี เพราะอดกลั้นที่จะทำอะไร และไม่อดกลั้นที่จะไม่ทำอะไรที่ว่า ตรง
อ.คำปั่น: ครับ อันนี้ตรงเลยครับ ตรงด้วยดี
ท่านอาจารย์: ว่า ตรงดี
อ.คำปั่น: ครับ
ท่านอาจารย์: เพราะ ไม่ว่าจะได้อะไรมาใช่ไหม จะรับหรือไม่รับ จะอดกลั้นหรือไม่อดกลั้น
ไม่อดกลั้นที่จะชี้แจงให้ถูกต้อง
อ.คำปั่น: นี่ครับที่เข้าใจตอนแรก คืออย่างนี้เลยครับท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น อดกลั้นก็เป็นอีกนัยยะหนึ่ง เพราะฉะนั้น จะได้ทั้ง ๒ อย่างว่า โดยอดกลั้น หรือไม่อดกลั้น
อ.คำปั่น: ใช่ครับ อันนี้ก็น่าจะยุติได้ครับท่านอาจารย์ครับผม
ท่านอาจารย์: ต้องอยู่ที่ความหมายกับความเข้าใจ ไม่ว่าพยัญชนะจะรูปแบบใด
อ.คำปั่น: กราบท่านอาจารย์ครับ ก็พอเข้าใจได้ครับ เพราะว่า เป็นการอธิบายถึงความเป็นไปของธรรมที่ดีงาม ต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ
ขอเชิญอ่านได้ที่ ..
ความเป็นผู้ซื่อตรง และ อ่อนโยน
ความเป็นผู้ว่าง่าย [มังคลัตถทีปนีแปล]
พึงเป็นผู้ตรงและเป็นผู้ซื่อตรง [อรรถกถาเมตตสูตร]
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ
และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น อ.ธนากร ด้วยค่ะ
