เริ่มรู้แล้วใช่ไหมว่า คด หรือตรง?

  
เมตตา
วันที่  3 ส.ค. 2569
หมายเลข  52821
อ่าน  30

[เล่มที่ 15] พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๓ ภาค ๑ - หน้า 240

บทว่า สมการี คือผู้มีปกติสม่ําเสมอ. อธิบายว่า ภิกษุ ในพระศาสนานี้ เว้นเหตุมีการคดทางกายเป็นต้น ประพฤติสม่ําเสมอทางกาย วาจาและใจ.


อ.อรรณพ: กราบเท้าสนทนากับท่านอาจารย์ครับ ซึ่งก็ได้สนทนาถึงว่า ปกติคือปัญญา ครับ ความเป็นปกตินี่ก็เข้าใจยากมาก แล้วเมื่อสักครู่ อ.วิชัย ได้กล่าวข้อความที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับท่านพระโสณะครับ ก็ยังมีเรื่องความสม่ำเสมอด้วยครับ ก็เลยมีข้อความนิดหน่อนนะครับ ในอรรถกถาสัมปสาทนียสูตร ในทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค สั้นๆ นี่ครับ แต่ก็ต้องกราบเท้าท่านอาจารย์ได้อธิบายครับเพื่อประโยชน์

บทว่า สมการี คือผู้มีปกติสม่ําเสมอ. อธิบายว่า ภิกษุ ในพระศาสนานี้ เว้นเหตุมีการคดทางกายเป็นต้น ประพฤติสม่ําเสมอทางกาย วาจาและใจ

กราบเท้าท่านอาจารย์ครับ ผู้มีปกติสม่ำเสมอ คืออย่างไร? ท่านกล่าวถึงการที่เว้นจากการคดทางกาย เป็นต้น นะครับ ประพฤติสม่ำเสมอทางกาย วาจา และใจ ครับ

ท่านอาจารย์: ก็เป็นการแสดงความต่างกันของผู้ที่ประพฤติต่างกันใช่ไหม?

อ.อรรณพ: ครับ เพราะฉะนั้น ความเป็นผู้มีปกติสม่ำเสมอ ปกติสม่ำเสมอด้วยเป็นอย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: แล้วที่ไม่สม่ำเสมอกล่าวไว้ว่าอย่างไร?

อ.อรรณพ: ก็มีการคดทางกาย ทางวาจา ทางใจครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ตรงนี้หมายความถึงขณะที่คด ใช่ไหม? ไม่สม่ำเสมอ

อ.อรรณพ: ขณะที่คด ไม่สม่ำเสมอครับ

ท่านอาจารย์: จะสม่ำเสมอได้ยังไง มันคด!! มันจะเสมอไม่ได้!!

อ.อรรณพ: ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น คดด้วยอะไร?

อ.อรรณพ: คดด้วยอกุศลประการต่างๆ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็เริ่มรู้แล้วใช่ไหมว่า คด หรือตรง?

ถ้ากล่าวถึงธรรม เลี้ยวไปเลี้ยวมา ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ฉันไม่ได้เป็นอย่างนี้ ฉันอย่างนี้ต่างหาก ฉันไม่ได้เป็นอย่างโน้น คดไหม?!

อ.อรรณพ: คดครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ก็ต่างกันระหว่างคนที่รับความจริง กับผู้ที่คดไปคดมา ไม่ตรงไม่เสมอกับความจริง

อ.อรรณพ: เป็นความละเอียด แล้วก็ท่านอาจารย์ได้กล่าว อันนี้เป็นประโยชน์แบบเบื่องต้นจริงๆ ที่จะเตือนใจทุกคนนะครับที่เรามีความคดทั้งกาย วาจา และใจ

บางทีก็ทำเป็นสำรวมทางกาย วาจา ใจก็บางทีก็พูดวาจามาปฏิเสธ อันนี้น่าอายมากเลยครับ ที่อ้อมไปอ้อมมา ไม่ยอมรับในคำเตือนของพระธรรมที่ถูกต้อง

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เห็นคุณไหม พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงละเว้นความลึกซึ้งของธรรมทั้งปวง

อ.อรรณพ: อันนี้เป็นคำที่คลาย แล้วก็ขจัดความคดทางกาย วาจา ใจ พระธรรม

เห็นพระคุณครับท่านอาจารย์ แล้วก็มีความตั้งใจมั่นที่จะค่อยๆ ขัดเกลาความคดของกาย วาจา และโดยเฉพาะทางใจ แล้วก็น้อมระลึกถึงความเป็นสมการี นี่คือผู้มีปกติสม่ำเสมอ ครับ

ท่านอาจารย์: ผู้มีปกติสม่ำเสมอกับความจริง

อ.อรรณพ: อะไรนะครับ

ท่านอาจารย์: สม่ำเสมอกับความเป็นจริง

อ.อรรณพ: สม่ำเสมอกับความเป็นจริง การสม่ำเสมอกับความเป็นจริงจนเป็นปกตินี่ตั้งแต่เริ่มต้น

ท่านอาจารย์: เริ่มจากบารมี ฟังธรรมทำไม เห็นไหม แค่นี้เอง!! แค่นี้ คนฟังธรรมตั้งเท่าไหร่ในสากลจักรวาล

ฟังธรรมทำไมสำหรับแต่ละคน?

อ.อรรณพ: ฟังธรรมทำไม?

ท่านอาจารย์: สม่ำเสมอกับความเป็นจริงไหม ฟังทำไม?!

อ.อรรณพ: เป็นคำที่เตือนมากครับว่า สม่ำเสมอกับความเป็นจริง เช่น ฟังธรรมทำไม ถ้าจะฟังธรรมเพื่อเราจะได้เป็นผู้รู้อะไรอย่างนี้ ก็เกิดความละอายว่า นั่นคือเป็นความคด

ท่านอาจารย์: ถ้าไม่มีคำนี้ จะรู้สึกตัวไหม?

อ.อรรณพ: ไม่รู้สึกตัวเลย ผมไม่คิดเลยว่า ผมกราบเท้าท่านอาจารย์ในข้อความสั้นๆ ในอรรถกถา

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะตรงทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดมหาศาลในสังสารวัฏฏ์ที่จะได้รู้ความจริงแล้วละได้

อ.อรรณพ: แล้วก็เป็นผู้มีปกติสม่ำเสมอกับความจริงจนเป็นปกติ นี่เป็นคุณธรรม ซาบซึ้งครับ

ท่านอาจารย์: เคยเป็นคนที่รับความถูกต้องว่า ผิดอย่างนั้นผิดอย่างนี้ที่ทำมาแล้วไร้ประโยชน์ เคยไหม? หรือว่า ฉันสะสมมาอย่างนี้

อ.อรรณพ: เอาธรรมมาอ้างว่าฉันสะสมมาอย่างนี้ ในวงเล็บ คนอื่นต้องทนกับฉันได้ซิ

ท่านอาจารย์: อนัตตาไงล่ะ เห็นไหม เข้าใจเขวหมด ไม่เสมอกับความเป็นจริงเลย

อ.อรรณพ: ดีที่สุด ประโยคทอง สม่ำเสมอกับความเป็นจริง แต่ถ้ามีปกติไม่สม่ำเสมอก็คือปกติท่านแสดงไว้ทั้งดีและไม่ดี ปกติไม่ดีเพราะว่าทุกอย่างก็เป็นปกติ

ท่านอาจารย์: จนถึงระดับปรับอินทรีย์ด้วยปัญญาเท่านั้นไม่ใช่ให้ทำอะไรเลย ปัญญาต้องรู้ตรง จึงสามารถที่จะอินทรีย์เสมอกันได้

อ.อรรณพ: เป็นธรรมไม่ใช่เรา อินทรีย์ทั้ง ๕ ก็เป็นธรรม

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะไปถึงคำต่างๆ ในความลึกซึ้งอย่างยิ่ง ประมาทไม่ได้เลยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นใคร พระมหากรุณาอย่างยิ่งแสดงทุกอย่างที่ลึกซึ้งให้เริ่มเป็นคนตรงทุกอย่างสม่ำเสมอกับความจริง

อ.อรรณพ: สม่ำเสมอกับความจริง จริงๆ ซึ่งก็ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่สม่ำเสมอกับความจริง แต่ฟังธรรมทำไมนี่! ฟังเพื่อที่จะเข้าใจประพฤติตามขัดเกลาจนกระทั่งดับกิเลสได้โดยลำดับจนหมดนะครับ แต่ถ้าฉันก็จะเป็นอย่างนี้ของฉัน เพราะว่า ธรรมเป็นอนัตตา คุณก็ต้องทนกับฉันสิ อะไรอย่างนี้

ท่านอาจารย์: แล้วก็เลี้ยวไปเลี้ยวมา

อ.อรรณพ: ฟังแล้วยังเลี้ยวไปเลี้ยวมา แล้วจะไปถึงการปรับอินทรีย์ให้สม่ำเสมอกัน โอ้โห .. ห่างไกลกันมากเพราะเบื้องต้นของการประพฤติตามพระธรรมที่จะตรงที่จะเป็นสัจจะที่จะเริ่มตรง ซึ่งจะเป็นความเริ่มต้นของการที่จะค่อยๆ สม่ำเสมอตั้งแต่ขั้นหยาบๆ จนถึงความสม่ำเสมอที่ละเอียด แม้ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ที่เกิดตอนที่เป็นสติปัฏฐานนี่ก็เป็นอินทรีย์แล้ว แต่ก็ยังต้องมีกำลังเพิ่มขึ้นจนกว่าจะปรุงแต่งเป็นพละ ก็ต้องอาศัยการปรุงแต่งซึ่งกันและกันของสภาพธรรมเหล่านี้ มีศรัทธา มีปัญญา เป็นต้นครับท่านอาจารย์

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

สมการี คือผู้มีปกติสม่ําเสมอ [ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค]

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
  
chatchai.k
วันที่ 3 ส.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

  
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ