พุทธศาสนิกชนที่เข้าใจพระธรรม
ไม่มีใครสามารถที่จะรู้สภาพธรรมได้โดยตลอด ถ้าพระผู้มีพระภาคไม่ทรงแสดงไว้โดยละเอียด นี่เป็นการที่เราจะต้องเห็นความสำคัญ ว่า ในชีวิตของเรา เราก็เป็นผู้ที่มีอาชีพการงานหลายอย่าง มีธุรกิจ อาจมีความก้าวหน้า หรือว่ามีความหวังในเรื่องกิจการ ในเรื่องลาภ เรื่องยศต่างๆ แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาเลย เพราะว่าโดยสภาพปรมัตธรรม หรือเป็นธรรม ก็เป็นแต่เพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา หรือว่าเป็นเสียงที่ปรากฏทางหู เป็นกลิ่นที่ปรากฏทางจมูก เป็นรสต่างๆ ที่ปรากฏทางลิ้น เป็นเย็นร้อน อ่อนแข็ง ที่ปรากฏทางกาย
แล้วเราก็ไปสมมติเรียกเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นลาภ เป็นยศ เป็นสิ่งต่างๆ แต่ความจริงแล้วต้องมีจิต ซึ่งอาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น แล้วก็ไม่ได้รู้อารมณ์อะไรมากมายเลย นอกจากอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ แต่ด้วยความไม่รู้ และก็มีความยึดมั่น มีความทรงจำในสิ่งที่ปรากฏ ทำให้เราหวั่นไหว เป็นสุข เป็นทุกข์ไปตามอารมณ์ ซึ่งความจริงแล้วไม่มีใครบังคับบัญชาได้ อย่างขณะนี้เสียงที่ได้ยิน แม้แต่เสียงซึ่งเราไม่ได้ทำให้เกิดขึ้น ก็ปรากฏใช่ไหม มีไหม
แสดงให้เห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาทั้งสิ้น การได้ยินเป็นวิบาก เป็นผลของกรรมที่ทำให้ต้องได้ยินเสียงนั้น จะเห็นได้ว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาจริงๆ แม้แต่จิตก็ไม่มีใครไปควบคุม ไปบงการ ไปจัดสั่งให้จิตประเภทนั้นเกิด ประเภทนี้เกิด หรือแม้แต่การที่จะได้ยินอะไร จะเห็นอะไร จะได้กลิ่นอะไร ก็เป็นเรื่องของเหตุกับผล ซึ่งเป็นผลของกรรมที่ได้กระทำแล้วทั้งสิ้น
ถ้าเข้าใจความจริง จะรู้ได้เลยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ก็คือการเข้าใจธรรมตามความเป็นจริง ไม่ใช่ว่าเราหลงด้วยความไม่รู้ และเราก็จากโลกนี้ไปโดยที่ยังยึดมั่น และก็ยังไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ
ถึงแม้ว่าเราจะมีกิจการ มีธุระ มีการงาน มีอาชีพต่างๆ แต่อย่าลืมว่าเหนือสิ่งอื่นใด คือ ความเข้าใจธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะเหตุว่าเราไม่รู้แม้แต่เหตุผลว่าทำไมเราได้ลาภ ทำไมเราได้ยศ ทำไมเราได้สุข ทำไมเราได้ทุกข์ ถ้าเราไม่ศึกษาธรรม เราก็จะไม่รู้ที่มาที่ไปของธรรมเหล่านี้เลย แต่ว่าถ้าเราสามารถที่จะเข้าใจ แม้ว่าเราจะมีความหวัง แต่เราผิดหวัง ไม่ได้อย่างที่เราต้องการ ก็เพราะเหตุว่าไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา แม้แต่เพียงเห็น ได้ยิน ก็ยังเป็นจิตซึ่งต้องเกิดตามเหตุ คือถ้าเป็นวิบากจิตเป็นผลของกรรม ก็ต้องเห็นสิ่งนี้ซึ่งจะเป็นสิ่งที่น่าพอใจ หรือไม่น่าพอใจก็แล้วแต่ ต้องได้ยินสิ่งที่น่าพอใจ หรือไม่น่าพอใจก็แล้วแต่
ทุกคนก็ควรที่จะทราบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ไม่ควรจะเป็นเกินกว่าความเข้าใจธรรมให้ถูกต้อง เพราะเหตุว่าจะทำให้เราได้มีปัญญาที่สามารถรู้ความจริงของธรรม แล้วก็เป็นพุทธศาสนิกชนจริงๆ ที่เข้าใจพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง ไม่ใช่ว่าเราเป็นชาวพุทธ แต่เราไม่รู้ว่าพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมจากการตรัสรู้อย่างไร และพระธรรมก็ยังอยู่ ที่จะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ ความจริงมีอยู่ทุกขณะ แม้แต่ในขณะนี้เอง

