ถ้าไม่มีการกล่าวคำจริง จะไม่มีโอกาสที่จะได้ฟัง

อริยสัจสี่เป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดง
ทุกขสัจจะ ธรรมมะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยและดับไป
สมุทยสัจจะ ธรรมมะทั้งหมดเกิดขึ้นมีเหตุเป็นแดนเกิดทั้งหมด
นิโรธสัจจะ ความดับแห่งขันธ์ ความดับแห่งทุกข์ทั้งปวงคือนิพพาน
มรรคสัจจะ หนทางที่ถูกต้องที่ดำเนินไปถึงการดับทุกข์ คือ หนทางแห่งการอบรมเจริญปัญญา หนทางแห่งการสะสมความเข้าใจ
มนสิการ (การใส่ใจ) เป็นสัจธรรมเป็นทุกขสัจจะ เพราะเป็นธรรมะที่เกิดขึ้นและดับไป
การกล่าวคำที่ได้ศึกษาจากพระพุทธเจ้า กล่าวถึงความเป็นจริงของธรรมะทั้งหมด ถ้าไม่มีการกล่าวคำจริง จะไม่มีโอกาสที่จะได้ฟัง
ทุกคำของพระพุทธเจ้า ไม่มีคำผิดที่คลาดเคลื่อนจากความจริงเลย เป็นคำที่เกิดจากการสะสมพระบารมี จึงเป็นคำที่ประเสริฐและสะอาดอย่างยิ่ง ... แล้วทำไมจะไม่ควรฟังล่ะ!!!
คำที่พระพุทธเจ้าตรัสควรฟังควรศึกษาเพื่อประพฤติตามและขัดเกลาละคลายอกุศล ค่อยๆ อบรมเจริญคุณความดีให้ค่อยๆ เจริญขึ้น นั่นแหละเป็นความไม่ประมาท เกื้อกูลให้เกิดความเข้าใจถูก ปัญญาปรุงแต่งให้น้อ มไปในสิ่งที่ดีที่ถูกที่ควร เพราะฉะนั้นฟังพระธรรมเพื่อความเข้าใจและน้อมประพฤติตาม
คนที่ประมาท สะสมแต่สิ่งที่ไม่ดี ทำให้ได้รับผลที่ไม่ดี บุคคลที่ทำความชั่วไว้จะหนีไปในอากาศ ... ในมหาสมุทร ... ในซอกเขา ก็ไม่สามารถพ้นจากกรรมชั่วได้ เพราะการกระทำที่สำเร็จแล้วสะสมในจิตทุกขณะ ใครๆ ก็เอาออกไม่ได้ และเมื่อถึงคราวที่อกุศลกรรมให้ผล ใครก็เลี่ยงไม่ได้
การศึกษาตั้งแต่ต้น จนสูงสุดคือถึงความเป็นพระอรหันต์
ให้สิ่งที่สูงสุดคือให้ธรรมะ การให้ธรรมะเป็นประโยชน์ทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไปด้วย สูงสุดคือการพ้นจากสังสารวัฏ
กิเลสมาก สติน้อย เตือนให้เห็นว่าชีวิตประจำวันอกุศลเกิดมาก แต่ผู้มีโอกาสได้ศึกษาพระธรรมก็มีที่พึ่งที่อาศัย เพราะปัญญารู้ตรงตามความเป็นจริง จึงรู้ว่ากิเลสมาก สติน้อย จึงไม่ประมาทในการศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาและสะสมคุณความดี เป็นที่อาศัย เป็นเหตุให้ความดีนั้นเกิดขึ้นอีก ยิ่งสะสมความเข้าใจในพระธรรมประเสริฐเพียงใด เพราะในบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญญาประเสริฐสุด

