คิดอย่างไร จึงศึกษาธัมมะ

แต่ละคนรู้ตัวหรือเปล่าว่ามีกิเลสมาก?! ใครจะละกิเลสได้หรือไม่คิดที่จะละเลย?! ใครล่ะจะไม่อยากฟังคำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า?!
ศึกษาธรรมะเพื่อเข้าใจธรรมะ เพื่อรู้จักพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ถ้ามีโอกาสฟังคำของพระองค์โดยตรง ก็เริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมะที่จะดับกิเลส ต้องเป็นหนทางที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งยากอย่างยิ่ง และน่าเคารพที่สุดที่สามารถดับกิเลสได้
รู้คุณและเห็นประโยชน์ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น ต้องฟังแต่ละคำด้วยความเคารพอย่างยิ่ง พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีนานเท่าไหร่ ยากยิ่ง แต่ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อเรา เพราะฉะนั้นฟังด้วยความเคารพ ไตร่ตรองด้วยความมั่นคง และกล้าที่จะดำรงรักษาคำของพระองค์ด้วย
ผู้ที่ทรงอนุเคราะห์เกื้อกูลสัตว์โลกให้ดับกิเลสอกุศลจนหมดสิ้น ให้มีปัญญาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง มีคำของพระองค์เป็นที่อาศัย ฟังด้วยการไตร่ตรองพิจารณา ความเข้าใจก็จะค่อยๆ เจริญขึ้น เพื่อประโยชน์คือความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นโอกาสที่หาได้ยากในสังสารวัฏ เงี่ยโสตลงสดับคำที่พระองค์ทรงแสดง พิจารณาไตร่ตรอง เพื่อความเข้าใจถูกต้องตรงตามความเป็นจริง
พร้อมที่จะให้ประโยชน์ให้เห็นคุณค่าสำหรับคนที่เห็นประโยชน์ ฟังและศึกษาด้วยความเคารพ และปัญญาเป็นธรรมะที่สามารถเห็นโทษของกิเลสตามความเป็นจริงและสามารถดับกิเลสได้ ช่วยกันรักษาคำของพระองค์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นด้วย ให้ได้รับประโยชน์จากธรรมะจากคำที่พระองค์ทรงแสดง เพราะฉะนั้นทุกคำเป็นคำที่ควรศึกษา ควรแสดงอย่างยิ่ง
พระธรรมเป็นศาสดาผู้สอนแทนพระองค์ พระธรรมเป็นพระวรกายของพระองค์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้า 31
ถามว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าอันเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายพึงเข้าไปเฝ้า.
ตอบว่า เพราะท่านเหล่านั้นมีความประสงค์เพื่อจะบรรลุคุณวิเศษมีประการต่างๆ เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ผลิตผลตลอดฤดูกาล อันฝูงนกทั้งหลายพากันไปยังต้นไม้นั้น ด้วยประสงค์จะจิกกินซึ่งผลมีรสอร่อยฉะนั้น.

