กำลังติดข้องก็ไม่รู้ กำลังไม่รู้ก็ไม่รู้

  
เมตตา
วันที่  18 ก.ค. 2569
หมายเลข  52714
อ่าน  24

[เล่มที่ 45] พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก เล่ม ๑ ภาค ๔ - หน้า 545

บทว่า จิตฺตปฺปโกธโน ความว่า ยังจิตให้สะเทือน อธิบายว่า ความโลภเมื่อเกิดขึ้นในวัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งความโลภ จะยังจิตให้สะเทือน ให้หวั่นไหว ให้เปลี่ยนแปลงไป ให้ถึงความพิการเกิดขึ้นไม่ให้เป็นไปด้วย สามารถแห่งความเลื่อมใสเป็นต้น.

(พิการ คือ อาการอันแปลก)

ที่มาของพระสูตรนี้: กราบขอบพระคุณ อ.คำปั่น อักษรวิไล


อ.คำปั่น: อีกหนึ่งวันนะครับที่จะได้สนทนากับท่านอาจารย์ในชั่วโมงปัญหาธรรมของอาจารย์ มศพ. ก็เป็นโอกาสที่คณะอาจารย์จะได้นำประเด็นธรรมมากราบเรียนสนทนากับท่านอาจารย์ เพื่อประโยชน์ก็คือความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ตรงตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้วครับ

ซึ่งเมื่อวานก็ได้มีการนำคลิปธรรมเตือนใจที่ท่านอาจารย์ได้เคยสนทนาไว้เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ในคลิปที่มีชื่อว่า ติดข้องเพราะไม่รู้ครับ

ในช่วงแรกนี้กระผมก็มี ๒ คำถามครับ ที่จะขอโอกาสกราบเรียนถามท่านอาจารย์ครับ ในคำถามแรกก็คือ ได้ฟังท่านอาจารย์ได้กล่าวบ่อยครั้งมากในข้อความที่ว่า หลงติดข้องในสิ่งที่ไม่มี ครับ หลงติดข้องในสิ่งที่ไม่มี แต่กิเลสของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ ก็ยังเหมือนกับยังยึดถือสิ่งนั้นยังมีอยู่ สิ่งนั้นยังไม่ดับไปครับ แล้วก็พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงช่างน่าอัศจรรย์อย่างยิ่งที่สวนกระแสทวนกระแสของกิเลสของสัตว์โลกจริงๆ ครับ ก็กราบเรียนถามท่านอาจารย์ในความละเอียดตรงนี้ด้วยครับ

ท่านอาจารย์: คุณคำปั่นกำลังติดข้องอะไร เดี๋ยวนี้?

อ.คำปั่น: เดี๋ยวนี้ติดข้องในอะไรไม่รู้ตัวเลยครับ

ท่านอาจารย์: ลองคิดดู ติดข้องหรือเปล่า? เห็นไหม ถ้าไม่มีคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะรู้ไหมว่า กำลังติดข้องในอะไร ไม่มีทางเลย แต่เมื่อฟังธรรมก็ค่อยๆ เข้าใจสิ่งที่มีว่า มีจริงๆ แต่ลึกซึ้งมาก แม้กำลังติดข้องก็ไม่รู้ กำลังไม่รู้ก็ไม่รู้

เพราะฉะนั้น ต้องฟังทุกคำ แล้วก็ตรงต่อความจริงทุกคำ มั่นคงว่าเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีจึงได้ตรัสรู้ทุกคำที่พระองค์ตรัส เปลี่ยนไม่ได้เลย

เดี๋ยวนี้ติดข้อง คิดดู หรือไม่ติดข้อง?

อ.คำปั่น: ติดข้องครับ

ท่านอาจารย์: พอจะรู้ไหม เดี๋ยวนี้ ๑ ขณะ ติดข้องในอะไร?

อ.คำปั่น: ไม่รู้เลยครับ

ท่านอาจารย์: หาสิ! เพราะว่าพระองค์ตรัสว่า ขณะนี้กำลังติดข้องต้องมีสิ่งที่ถูกติดข้อง

อ.คำปั่น: ต้องมีสิ่งที่ติดข้อง

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่มีแต่ติดข้อง แต่ไม่รู้ว่าติดข้องอะไร? เห็นไหม ความไม่รู้มหาศาล มากมายทับถมแต่ละขณะจนถึงบัดนี้จนถึงต่อไปข้างหน้า

อ.คำปั่น: ครับท่านอาจารย์ ติดข้องก็ไม่รู้ มีความไม่รู้ก็ไม่รู้ ก็คือไม่รู้มากๆ เลยครับท่านอาจารย์ครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น เริ่มรู้จักคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

คุณคำปั่นเติบโตมามีทุกสิ่งทุกอย่างทุกวัน ติดข้องทุกวันหรือเปล่า?

อ.คำปั่น: ติดข้องทุกวันครับ

ท่านอาจารย์: แล้วลองหาดูซิว่า เมื่อแต่ละวันมีอะไรที่คุณคำปั่นติดข้องทุกวัน ต้องไตร่ตรองจนกระทั่งเป็นความเข้าใจของตนเอง ไม่ใช่ให้เชื่อไม่ใช่ให้ฟังไม่ใช่ให้จำ แต่ให้รู้ตรงความเป็นจริงว่า กำลังติดข้องก็ไม่รู้ จนกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงแสดงความจริงให้รู้

เพราะฉะนั้น วันนี้ติดข้อง เมื่อวานนี้ติดข้อง เมื่อวันก่อนก็ติดข้องแน่นอน เฉพาะเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้แท้ๆ ยังไม่รู้เลย แต่พอจะหาพบไหมว่า ติดข้องในอะไร?

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจของตนเอง

อ.คำปั่น: ครับ ขอยกตัวอย่างครับ จริงๆ ขณะนี้เลยก็ เมื่อสักครู่ก็ทาน้ำมันเขียวครับ ชอบกลิ่นน้ำมันเขียวครับ

ท่านอาจารย์: ชอบใช่ไหม ติดข้องใช่ไหม?

อ.คำปั่น: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้มีไหม?

อ.คำปั่น: ไม่เหลือแล้วครับ

ท่านอาจารย์: แต่ คุณคำปั่นติดข้องในน้ำมันเขียวในกลิ่นในน้ำมันเขียว ยังอยู่ใช่ไหม?

อ.คำปั่น: เหมือนยังอยู่เลยครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ติดข้องในสิ่งที่ไม่เหลือ ไม่มีเลย

อ.คำปั่น: เป็นจริงอย่างนั้นเลยครับท่านอาจารย์ ไตร่ตรองตามคำจริงที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวนี่ครับ

ท่านอาจารย์: กว่าจะรู้ว่า เป็นชีวิตจริงประจำวันตั้งแต่เกิดจนตายทุกชาติทุกขณะเป็นอย่างนี้มานานแสนนาน จนกว่าจะมีคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทำให้ค่อยๆ รู้ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ไตร่ตรอง ค่อยๆ เข้าใจขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนกว่าจะประจักษ์แจ้งความจริงของสิ่งที่เดี๋ยวนี้มี เพราะเกิดแล้วก็ดับ ไม่รู้เลยว่าไม่เหลือแล้ว

เพราะฉะนั้น ติดข้องในทุกสิ่งที่ไม่เหลือแล้ว เพราะไม่รู้ว่าดับแล้ว

อ.คำปั่น: ครับท่านอาจารย์ครับ ลึกซึ้งมากเลยครับท่านอาจารย์ครับ เป็นชีวิตจริงๆ ครับ ก็ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้เลยว่า ไม่รู้จริงๆ ครับ ติดข้องก็ไม่รู้ มีความไม่รู้เกิดขึ้นก็ไม่รู้ครับ ก็เห็นอย่างนั้นจริงๆ ว่า เป็นผู้ที่มากไปด้วยสิ่งที่ไม่ดีจริงๆ ครับท่านอาจารย์ครับ

ท่านอาจารย์: พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่รู้อะไร อะไรไม่รู้ใช่ไหม?

อ.คำปั่น: ใช่ครับ

ท่านอาจารย์: หมดเลยทุกอย่าง

อ.คำปั่น: แสดงไว้หมดเลยครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ก็ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ ไตร่ตรอง ค่อยๆ มั่นคงทุกคำ หมดแล้วจะเป็นใครได้ จะเป็นอะไรได้ ไม่เหลือเลยแล้วจะเป็นอะไรเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่า ยังมีอะไร เมื่อสิ่งนั้นเกิดแล้วก็ต้องดับโดยไม่รู้ว่ากำลังมีสิ่งที่เกิดดับ ถ้าไม่เกิดไม่มี แต่มีแล้วก็ดับไม่รู้เลยเพราะต่อกันสนิท มีสิ่งที่ทันทีที่สิ่งหนึ่งดับไป อีกสิ่งหนึ่งก็เกิดสืบต่อทันที ปรากฏเหมือนไม่มีอะไรคั่นเลย

อ.คำปั่น: ครับท่านอาจารย์ ลึกซึ้งอย่างยิ่งครับ

ขอเชิญฟังเพิ่มได้ที่ ..

หลงติดข้องในสิ่งที่ไม่มี เพราะเกิดแล้วดับแล้ว

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.คำปั่น ด้วยค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ