ถ้าเข้าใจแล้วไม่ลืม…สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ 9/7/69

ศึกษาธรรมะเพื่อรู้ความจริงเดี๋ยวนี้ที่กำลังมีแต่เราไม่รู้ ไม่ใช่รู้ชื่อ
เราต้องละเอียดกว่าจะไม่ใช่เรา
ธรรมะเป็นอนัตตา เป็นธรรมะทั้งหมด ... จนกว่าจะประจักษ์แจ้งทีละหนึ่งตามความเป็นจริง ไม่ใช่แค่จำ ถ้าเข้าใจแล้วไม่ลืม (ไม่ลืมคือเข้าใจ) อีกนานไหมกว่าจะรู้จักธรรมะจริงๆ ทีละหนึ่ง ไม่ใช่เพียงพูดถึงเท่านั้น!!
ทั้งหมดเป็นธรรมะแต่ละหนึ่งๆ ที่เป็นอนัตตา เกิดและดับไป (อนิจจัง ทุกขังอนัตตา) ไม่มีเรา ไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้น
ฟังเพื่อเข้าใจความจริงเพื่อรู้แจ้งความจริง เพราะฉะนั้นต้องตรงต่อความเป็นจริง (สัจจบารมี) ต้องเพียร (วิริยบารมี) อีกนานมาก (ขันติบารมี) เพื่อเห็นว่าไม่ใช่เรา เป็นธรรมะ (เนกขัมมบารมี)
อยู่ในโลกของอัตตาตลอดมาทุกชาตินานเท่าไหร่แล้ว โลกไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง แล้วเดือดร้อนไหม? เข้าใจอย่างนี้เดือดร้อนไหม ... ไม่!! เพราะรู้ว่าเดือดร้อนแล้วไม่ดี แล้วจะเดือดร้อนทำไม?!
ฟังธรรมะจนกว่าจะเป็นธรรมะ เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ... จนกว่าจะเป็นธรรมะ ฟังแล้วเข้าใจว่าเป็นธรรมะไม่ใช่เรา
แต่ละคำของพระพุทธเจ้ามีค่าสุดที่จะประมาณได้ ถ้าไม่รู้ความลึกซึ้งละไม่ได้ ถ้าไม่ตรง รู้ความจริงไม่ได้ จึงไม่ขวนขวายที่จะรู้ความจริง จึงเป็นปกติ ... ฟังไปเป็นบารมี ความเข้าใจนิดนึงก็ยังดีกว่าไม่มี เพราะฉะนั้นอยู่ไปวันๆ แบบโง่ๆ หรือค่อยๆ รู้ความจริงและก็ไม่ใช่เราเลือก แต่ธรรมะนั่นแหละเป็นปัจจัย
ธรรมะลึกซึ้งเพราะเกิดแล้วก็ไม่รู้ว่าเกิดและดับ สะสมเป็นปัญญินทรีย์ ฟังแล้วค่อยๆ เข้าใจ
