ธรรมะต้องแยกเป็นแต่ละหนึ่งเสมอ

 
Kuat639
วันที่  9 พ.ค. 2569
หมายเลข  52339
อ่าน  29

รูปและนามต้องแยกเป็นแต่ละหนึ่งที่ลักษณะไม่เหมือนกันเลย แต่สมมติคือการเอาธรรมะหลายๆ หนึ่งมาปรุงแต่งรวมกัน จึงกลายเป็นตัวตนหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด คิดได้อย่างนี้จากการฟัง..เลยเข้าใจผิดยึดติดสมมุติตลอดมาว่าสิ่งสมมุติเป็นสิ่งที่มีจริงเกิดขึ้นแล้วยังไม่ดับเลย ... ทั้งๆ ที่ความจริงเกิดและดับทันที ... แต่เพราะไม่เห็นตอนเกิดและตอนดับนั่นเองจึงเข้าใจผิด รวมถึงไม่ละเอียดไม่ลึกซึ้งไม่แยกย่อยละเอียดยิบ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 11 พ.ค. 2569

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เพราะมีธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงที่เกิดขึ้นเป็นไป จึงเป็นที่ตั้งแห่งการยึดถือว่าเป็นตัวตน สัตว์ บุคคล หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดสำหรับผู้ที่ไม่รู้ความจริง ยังไม่สามารถดับการยึดถือธรรมว่าเป็นตัวตนได้ ซึ่งสิ่งที่มีจริงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่พ้นจากขณะนี้เลย ไม่พ้นจากธรรมที่เป็นนามธรรม (จิต และ เจตสิกซึ่งเป็นธรรมที่เกิดประกอบพร้อมกับจิต) กับ รูปธรรม ดังนั้น เมื่อยังมีความยึดถือธรรมว่าเป็นตัวตนอยู่ จึงต้องได้อาศัยพระธรรมแต่ละคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว ด้วยการฟัง ไตร่ตรอง พิจารณาในความเป็นจริง ค่อยๆ สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ เพราะความเข้าใจถูกในความเป็นจริงของธรรมนี้แหละจะค่อยๆ ปรุงแต่งให้ค่อยๆ คลายการยึดถือธรรมว่าเป็นตัวตนสัตว์บุคคลได้ สำคัญที่การได้ฟังพระธรรม ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ย่อมไม่มีทางที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้เลย ครับ

... ยินดีในกุศลของคุณ Kuat639 และทุกๆ ท่านด้วยครับ ...

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ