ผู้ที่อ่อนน้อมต่อพระธรรม

 
เมตตา
วันที่  28 มี.ค. 2569
หมายเลข  52172
อ่าน  23

[เล่มที่ 37] พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต เล่ม ๔ - หน้า 298

ปัณณาสก์

เมตตาวรรคที่ ๑

๒. ปัญญาสูตร

[๙๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๘ ประการ ปัจจัย ๘ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ๘ ประการเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรม วินัยนี้ อาศัยพระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๑ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาได้แล้ว.

เธออาศัยพระศาสดาหรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้านั้นแล้ว เธอเข้าไปหาแล้วไต่ถาม สอบถามเป็นครั้งคราวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมเปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทำให้แจ้งข้อที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง และบรรเทาความสงสัยในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยหลายประการแก่เธอ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๒ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว.


โค้ชเจ (คุณสุรพงษ์) : ตอนกลับจากอินเดีย ท่านอาจารย์ก็แนะนำให้ฟังแนวทางวิปัสสนากับปกิณณกธรรม แต่ว่าผมฟังหลายรอบมากครับ ตอน ๑ ตอน ถึง ณ.ตอนนี้ยังไปไม่ได้กี่ตอนเองครับ แต่ผมจะฟังสลับกันครับ พอผมฟังเสร็จ ก่อนผมจะข้ามไปอีกตอน ผมจะมานั่งอ่านครับ ดีที่ในเว็บไซส์บ้านธัมมะ ใครสนใจนะครับ สามารถไปเสิร์ซได้เลยครับ นอกจากมีเสียงที่ได้ยินได้ฟังแล้วนะครับ จะมีตัวหนังสือให้เราอ่านครับ ผมก็จะมาอ่านทบทวนอีกทีแล้วดูว่า อันไหนเป็นประโยชน์ครับ

ในเฟสบุ๊คผมมีไม่กี่เรื่องครับ แต่เรื่องธรรมะประมาณ ๙๙ % ครับ เป็นคำที่

๑. ผมแชร์เวลาที่มูลนิธิมีสนทนาครับ

๒. สิ่งที่ผมได้อ่าน ผมก็เอาบางส่วนที่ผมคิดว่า คนที่เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คผมด้วย จะได้รับประโยชน์ ก็ไปแชร์ในเฟสบุ๊คครับ

แล้วถ้าอันไหนที่ผมฟังแล้วไม่เข้าใจเพราะเป็นภาษาบาลีไม่ใช่ภาษาไทยครับ ผมก็จะโน๊ตใส่มือถือไว้เพื่อว่า เมื่อไหร่ผมมีโอกาสได้สนทนากับท่านอาจารย์ ผมก็จะสอบถามเรื่องที่ผมติดปัญหาผมก็จะบันทึกเสียงไว้ทุกครั้งที่สนทนา และหลังจากที่ผมได้สนทนาเสร็จ ผมก็จะมาเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเข้าใจจริงๆ ครับ เพราะว่าผมมีอาชีพเป็นโค้ชเป็นครู หนึ่งอย่างที่ผมต้องเข้าใจแจ่มแจ้งจริงๆ ครับ ผมถึงจะสอนคนอื่นได้ ผมก็นำการที่มีอาชีพเป็นโค้ชเป็นครูที่ผมสะสมมาครับ มาใช้กับการเรียนรู้ธรรมะ ก็คือถ้าผมฟังคำท่านอาจารย์แล้วผมสามารถพูดแล้วเข้าใจได้เรียบเรียงได้ไม่พูดตะกุกตะกักเป็นภาษาตัวเอง แสดงว่า ผมเข้าใจ แต่ถ้าผมถ่ายทอดออกมาไม่ได้ อันนั้นยังไม่ชัวนะ ผมก็ต้องมาทำการบ้านใหม่จนกว่าจะข้าม เลื่อน แต่ละตอนได้ ก็เลยใช้เวลานานครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสมาชิกมูลนิธิมาหลายปีแล้วนะครับ แต่ผมเหมือนคนเริ่มใหม่ตลอดเวลาครับ

แต่ด้วยความที่ส่วนตัวแล้วครับ แค่ได้ฟังเข้าใจนิดหนึ่งวันละนิดหนึ่ง แค่นี้ก็ดีแล้วครับ เพราะว่าไม่รู้ว่า ผมจะมีโอกาสตื่นขึ้นมาฟังพรุ่งนี้หรือเปล่า ผมพูดเรื่องนี้ก็อาจจะขอกราบท่านอาจารย์ครับ การสนทนาธรรมก็เป็นมงคลอย่างหนึ่ง แต่ว่าเมื่อวานมีสมาชิกของมูลนิธิบ้านธัมมะเสียชีวิต ผมก็เลยอยากอุทิศบุญกุศลที่ได้สนทนาในวันนี้แก่ท่านครับกราบ อ.อรรณพครับ

อ.อรรณพ: ก็ขอบพระคุณคุณเจด้วยที่ให้โอกาสครับ เราก็ทราบการจากไปของท่านพันเอกป้องรัฐ แย้มงามเรียบ ซึ่งก็เป็นบุตรของท่านพลโท ธัชพัชร์ แย้มงามเรียบ และก็คุณกนกรัตน์ (พี่ป้อม) ก็เป็นครอบครัวที่ท่านเข้าใจธรรมะ แล้วโดยเฉพาะท่านผู้การป้องรัฐที่จากไป ก็เป็นผู้ที่มีความสนใจพระธรรม และยังแนะนำให้ ดร.ปานิสา หรือคุณไอซได้เข้ามาในพระธรรม ซึ่งเมื่อคืนนี้คุณไอซ และคุณแอ้นซึ่งเป็นภรรยาของท่านสรั่ง ก็โทรมาหาผม แต่ผมเพื่อจะมาทำรายการวันนี้ผมก็เลยนอนไปก่อนไม่เห็นครับ แต่เช้าขึ้นมาเปิดเอา ก็ความตายไม่มีนิมิตไม่มีเครื่องหมายที่จะบอก แล้วก็เป็นการยากยิ่งแสนยากยิ่งที่จะเข้าใจว่า กำลังเสียใจกำลังร้องไห้กับสิ่งที่ไม่มี เพราะเราไม่รู้ว่า ขณะนี้มีอะไร!! มีเพียงเห็น ได้ยิน คิด ขณะที่คิดถึงผู้การป้องรัฐ ก็มีธาตุรู้ที่คิด เมื่อยังไม่ประจักษ์สภาพอย่างนั้นครับ ก็ยังไม่ได้รู้ความตายในแต่ละขณะ แต่แม้ความตายโดยสมมตินี่ก็เป็นอนุสติ

ผมก็ไลน์ไปถึง ดร.ปนิสา เพราะว่าท่านก็สนิทกับท่านผู้การที่เสียชีวิตว่า ชีวิตที่เหลือของพวกเรานะร่วมกันดำรงพระศาสนา ใช่! มีจิตที่เสียดายท่านป้องรัฐ เพราะว่าเป็นนายทหารรุ่นที่กำลังจะขึ้นมาที่มีความสนใจแล้วก็มีความตั้งใจในการเผยแพร่พระธรรมด้วย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย แต่ก็เตือนให้เห็นให้รู้ว่า ชีวิตที่เหลือเพื่อเข้าใจพระธรรม และดำรงพระศาสนา อาจจะคืนนี้ก็ได้ ถูกไหมครับ

เพราะฉะนั้น ในเมื่อมีสหายธรรมะที่ทำประโยชน์ได้ล่วงลับไป ในการสนทนาธรรมวันนี้ หรือว่าการเจริญกุศล เมื่อมีเหตุปัจจัยให้ระลึกถึงท่านที่จากไป ก็ขออุทิศส่วนกุศลให้ท่านด้วยครับ แล้วผมเชื่อว่าท่านพลโทธัชพัชร์ และพี่ป้อม จะยินดีครับ เพราะว่าทุกอย่างก็เป็นตามเหตุตามปัจจัย วันนี้ก็มีปัจจัยที่จะมีกุศลจากการสนทนาตรงนี้นะครับ ก็อุทิศส่วนกุศลได้แล้วก็เป็นทั้งความไม่ประมาทของคุณเจ แล้วก็เป็นทั้งมีจิตที่เป็นกุศลที่จะอุทิศส่วนกุศลให้

เห็นไหมว่า กุศลมีหลายประการ เพราะฉะนั้น ท่านจึงแสดงกุศลมีถึง ๑๐ ตั้งแต่ทาน จนถึงการอุทิศส่วนกุศลอะไรทั้งหมด เป็นอย่างนี้จริงๆ แต่เป็นเพราะเข้าใจธรรมะใช่ไหมครับ นี่ครับก็เป็นประโยชน์

เพราะฉะนั้น ตะกี้ที่คุณเจได้กล่าวว่า ที่ท่านอาจารย์ได้กล่าว ฟังยากหน่อยนะครับท่านที่กำลังฟังอยู่ ถ้าฟังให้ดีจะต่อเนื่องมาก เพราะผมกราบเท้าท่านอาจารย์จากข้อความในปัญญาสูตรว่า จะอาศัยพระศาสดาผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครูนี่ อาศัยอย่างไร ท่านอาจารย์ไม่ตอบเองท่านให้คุณเจตอบ ถูกไหม?

โค้ชเจ: ครับ

อ.อรรณพ: แล้วคุณเจก็ตอบได้ดีว่า ในฐานะที่คุณเป็นโค้ชเทนนิส คุณมีวิธีที่จะฝึกอย่างไร เพราะฉะนั้น เราจะฝึกตนอย่างไร ก็โดยการที่ต้องอาศัยคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วผมประทับใจคุณมากว่า คุณฟังไว้ด้วยว่า ความสนใจ และความใส่ใจของคุณมีกำลัง ที่คุณจะจดไว้ดูว่า อันนี้คุณไม่รู้ๆ ถ้าคุณได้มาพบท่านอาจารย์เมื่อไหร่คุณก็จะได้ถามใช่ไหมครับ ตรงกับปัญญาสูตรในข้อที่ ๒ ครับ คือเมื่อเธอ คือผู้ที่ได้อาศัย คือพวกเราได้อาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครูนะครับ อันเป็นที่เคารพยำเกรงที่ตั้งความละเอายทั้งหลายแล้ว แล้วไตร่ถาม ตรงเป๊ะเลย และไตร่ถามสอบถามเป็นครั้งคราวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร นี่เป็นภาษาในพระไตรปิฏก แต่พูดภาษาไทย ก็คือเมื่อฟังแล้วมีข้อสงสัย ไตร่ถามผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครู คือท่านอาจารย์ สูงสุดคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใช่ไหมครับ คุณพร้อมเสมอที่จะมีคำถามเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้น ไม่ใช่ถามเพื่อขอให้ได้ถาม แต่ถามเพื่อความเข้าใจ

ผมเองเฉพาะที่ได้ฟังการสนทนาของคุณ แม้ผมจะไม่ได้ไปด้วยที่ชลพฤษ์รีสอร์ทที่พี่หนุ่ยทัศนีจัดนะครับ ผมเองก็ขอยินดีในกุศลพี่หนุ่ยด้วยครับ ผมเห็นท่านอาจารย์สนทนากับคุณเจ ท่านอาจารย์ถามกลับเยอะมากใช่ไหมครับ เป็นประโยชน์อย่างมากเลย นี่ครับ ปัญญาสูตร ข้อความทั้งหลายนี้ไม่ได้อยู่ในหนังสือ แต่เป็นความจริงในีวิตประจำวันของความเป็นไปในธรรมะที่ดีงามนะครับท่านอาจารย์

รู้สึกซาบซึ้งที่ได้มาสนทนากับคุณเจ ผมก็ไม่คิดว่าจะเกิดความชื่นชมซาบซึ้งมากขนาดนี้ครับ ผมก็เห็นคุณเจเป็นคนที่มีหน่วยก้านฉลาดแข็งแรงคนหนึ่งตอนที่ไปอินเดียคุณเจเป็นคนมีน้ำใจพร้อมช่วยเหลือเข็นของ ช่วยเช็คอินอะไรต่ออะไร แล้วก็ดูคุณเจเป็นคนที่สนใจธรรมะ แต่มาสนทนาวันนี้ ผมเห็นในความสนใจของคุณมากกว่าที่ผมคิด ความเห็นประโยชน์แล้วก็การที่พร้อมรับธรรมะ เพราะฉะนั้น ตรงกับข้อความนี้ครับเพื่อปัญญาที่เจริญงอกงามไพบูลย์ต่อไป

กราบท่านอาจารย์ครับ คุณเจก็ได้ตอบไปแล้ว ท่านอาจารย์โปรดเพิ่มเติมว่า การอาศัยผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะครูครับ

ท่านอาจารย์: ไม่ทราบใครจะคุ้นเคยกับคุณเจมากน้อยแค่ไหนนะ แต่ตั้งแต่ต้นจนถึง ณ.บัดนี้ คุณเจเป็นผู้ที่อ่อนน้อมต่อพระธรรมมาก ไม่ว่าคำถามใดๆ จากใคร แม้แต่คนรุ่นใหม่อายุน้อยกว่า คำถามจะเป็นอะไรก็ตามแต่ แต่คำตอบที่ทำให้เข้าใจ คุณเจก็สามารถที่จะอ่อนน้อมต่อผู้ที่นำคำถามนี้มาถามแล้วได้รับประโยชน์ คือเห็นประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่ว่าเราคิดด้วยปากแค่พูดว่าทำตาม ศึกษาธรรมะเพื่อเข้าใจและประพฤติตาม

ประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เพียงเข้าใจแต่ไม่ประพฤติตาม ถ้าคิดว่าเข้าใจแต่ไม่ประพฤติตาม เข้าใจจริงๆ หรือเปล่า?

เป็นเรื่องที่ละเอียดมากนะ แต่เท่าที่ได้พบคุณเจตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นคำถามของใครที่เกี่ยวกับธรรมะ และทำให้คุณเจได้เข้าใจแม้สักนิดเดียว คุณเจจะอ่อนน้อมต่อพระธรรมอย่างยิ่ง

เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งที่จะประคับประคองให้มั่นคงต่อไปในพระศาสนา เพราะเหตุว่า สิ่งที่จะต้องขัดเกลามีมากมายมหาศาล ไม่ใช่ว่าสามารถที่จะประพฤติตามเพียงอย่างบางประการ แต่ทุกอย่างทุกประการปัญญาที่สามารถจะเห็นประโยชน์

เพราะฉะนั้น ทุกคำถามก็ต้องรู้ว่า เพื่ออ่อนน้อมต่อพระธรรมที่จะตรงต่อความจริงของธรรมะนั้น ไม่ประมาท และก็ทำให้ไม่เข้าใจผิดคลาดเคลื่อนไป ประโยชน์ก็คือว่า ทำการสิ่งที่ไม่ใช่คน หรือใคร แต่ว่าธรรมะทั้งหมด แต่ละหนึ่งเกิดขึ้นทำกิจของธรรมะนั้นๆ

เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งที่ค่อยๆ สะสมจนกระทั่งปรุงแต่งให้ชาตินี้ของคุณเจมีโอกาสได้รับประโยชน์จากพระธรรม แล้วก็ได้ทำกุศลทุกประการที่คิดว่าจะทำได้

ขอเชิญอ่านได้ที่ ..

๒. ปัญญาสูตร

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ และโค้ชเจ ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 28 มี.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ