แล้วทำไมผัสสะกระทบสิ่งที่ไม่น่าพอใจ

 
เมตตา
วันที่  15 มี.ค. 2569
หมายเลข  52127
อ่าน  50

ท่านอาจารย์: ไม่ใช่เราศึกษาธรรมะเราเข้าใจ เราปฏิบัติเราประจักษ์แจ้ง นั่นไม่ใช่คำสอนที่จะทำให้เข้าใจ แต่เป็นคำสอนที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงว่า ถ้ายังคงไม่รู้ตามความเป็นจริงที่ละเอียด ไม่สามารถที่จะละความยึดถือในสิ่งที่มี ที่มีมานานแล้ว และยังมีต่อไปเพราะไม่รู้ความจริงว่า ขณะนั้นอะไรบ้าง

อ.วิชัย: ครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าพิจารณาครับ อย่างที่ท่านอาจารย์กล่าวถึง ธาตุรู้ ที่เกิดดับสืบต่อเป็นไปอย่างรวดเร็วครับ การที่จะรู้ในลักษณะของธาตุรู้ก็รู้โดยนิมิตตะของสิ่งนั้นนะครับ อย่างข้อความใน ธรรมสังคณีปกรณ์ ที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงในจิตตุปปาทกัณฑ์ แสดงถึงการเกิดขึ้น แต่ละขณะๆ ของจิตว่า ขณะนั้นมีธรรมะอะไรเกิดในขณะนั้นบ้างครับ ก็จะแสดงถึงธรรมะแต่ละลักษณะครับ อย่างผัสสะ เป็นต้น อย่างข้อความที่พระองค์ตรัสว่า ผัสสะมีในสมัยนั้น เป็นไฉน? การกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ความถูกต้องในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่าผัสสะมีในสมัยนั้น ท่านอาจารย์ครับ ดูเหมือนการศึกษาพระธรรมที่กระผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ ความเข้าใจจากการอ่านก็ดูเหมือนกับเป็นคำล้วนๆ เลยครับ แต่ก็รู้ว่า ขณะนี้แหละมีผัสสะ

แต่การศึกษาจากข้อความที่พระผู้มีพระภาคตรัสนี่ครับ จะเป็นปัจจัยให้เข้าถึงตัวจริงของสิ่งที่กำลังมีอย่างเดี๋ยวนี้มีผัสสะอย่างไรครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ทำไมจึงเกิดเห็นสิ่งที่ปรากฏ? เห็นไหม?

อ.วิชัย: ครับ

ท่านอาจารย์: ค่อยๆ ฟัง ค่อยๆ สะสมเป็นบารมี ที่จะมั่นคงในความเป็นธรรมะ สัจจบารมี ว่า เป็นธรรมะไม่ใช่เรา

แล้วทำไมเห็นสิ่งนี้ล่ะ? ทำไมไม่เห็นสิ่งอื่น?

อ.วิชัย: ครับ

ท่านอาจารย์: แล้วทำไมคิดอย่างนี้ล่ะ ทำไมไม่คิดอย่างอื่น? ทุกอย่างเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีปัจจัยที่สมควรเหมาะสมที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างอื่น แต่ละหนึ่งลึกซึ้งมาก

อ.วิชัย: ครับ

ท่านอาจารย์: และต้องมีผัสสะแล้วถึงกระทบกับสิ่งที่กำลังเห็นเดี๋ยวนี้

อ.วิชัย: ครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แล้วทำไมผัสสะกระทบสิ่งที่ไม่น่าพอใจ

อ.วิชัย: ก็ต้องมีเหตุครับ

ท่านอาจารย์: ทั้งหมด คือกว่าจะรู้ว่า ผัสสะมีจริง เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดปรากฏ เพราะผัสสะเป็นสภาพธรรมะซึ่งไม่ใช่สภาพไม่รู้ ไม่รู้แล้วจะไปกระทบอะไรได้ และผัสสะที่กระทบต้องแล้วแต่เหตุปัจจัย 

ถ้ากรรมเป็นปัจจัยให้ผัสสะเกิด เมื่อมีสิ่งที่ไม่ดีกระทบตา ผัสสะคือขณะที่กระทบสิ่งนั้นกับตา

อ.วิชัย: ละเอียดมากครับ ก็เป็นเหตุให้ได้ไตร่ตรอง แล้วก็ถึงแม้ยังไม่รู้ในลักษณะ แต่เข้าใจขึ้นครับท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น จึงต้องไตร่ตรอง ละเอียดขึ้นๆ จึงจะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงแค่ผัสสะกระทบ จิตรู้ พอหรือ?

อ.วิชัย: ไม่พอครับ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ความละเอียด ละเอียดขึ้นๆ ๆ กว่าจะปรุงแต่งจนกระทั่งมีความเข้าใจขึ้นทีละน้อยว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ เพราะแต่ละหนึ่งแม้ผัสสะก็มีปัจจัยให้เกิดแล้วก็ดับ และไม่ทำหน้าที่อื่นใดเลย ต้องกระทบสิ่งนั้นตามกรรมที่ได้ทำแล้ว

อ.วิชัย: ครับ กราบเท้าขอบพระคุณท่านอจารย์ที่ให้ความเข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้นครับ

อ.คำปั่น: ยิ่งฟังก็ได้สะสมความละเอียดในความเป็นจริงของธรรมะเพิ่มขึ้นครับ แม้แต่ที่ได้ฟังเรื่องของผัสสะเมื่อสักครู่นี้ ก็ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อนจริงๆ เลยครับ เป็นประโยชน์ได้เกื้อกูลให้ได้เข้าใจในความเป็นจริงของธรรมะ แม้ว่า จะยังไม่สามารถที่จะรู้ตัวจริงของธรรมะ แต่จากคำที่ำด้ฟังที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวนี่ครับ ซึ่งเป็นคำจริงก็เกื้อกูลให้ได้พิจารณาถึงในความเป็นจริงในขั้นการฟังว่า ความจริงเป็นอย่างนั้นครับท่านอาจารย์ ก็เป็นประโยชน์เกื้อกูลจริงๆ ครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.วิชัย ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 16 มี.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ