ปัญญาที่เป็นวิปัสสนาญาณ
ผู้ที่ฟังธรรมอาจจะอยากประจักษ์การเกิดดับ ปฏิบัติคือการไปรู้ ไปเห็นความจริงของสภาพธรรม แต่เป็นเรา ถ้าไม่สามารถที่จะเข้าใจว่าขณะนี้เป็นธรรมอย่างไรก่อน มุ่งหน้าจะไปปฏิบัติเพื่อจะเห็น แต่ไม่ใช่เพื่อเข้าใจและคลายความไม่รู้จากสิ่งซึ่งปรากฏอยู่
ปัญญาที่เป็นวิปัสสนาญาณ ซึ่งเป็นผลของการปฏิบัติมีหลายขั้น ซึ่งต้องตั้งต้นจากขั้นที่หนึ่ง ไม่ใช่นำขั้นเกิดดับมาก่อน วิปัสสนาญาณที่หนึ่ง คงจะเคยได้ยินชื่อหรือบางท่านอาจจะคุ้น นามรูปปริจเฉทญาณ คือปัญญาที่สามารถเข้าถึงความต่างกันของสภาพธรรมที่เป็นนามธรรมและรูปธรรม
บางคนกำลังปวดท้อง ก็ไม่รู้ว่าปวดคือสภาพที่เป็นนามธรรมหรือรูปธรรม เพราะคิดถึงท้องก็เลยบอกว่าปวดท้อง โดยไม่รู้ว่าปวดเป็นสภาพรู้หรือไม่ใช่สภาพรู้ ความไม่รู้มีมาก แม้แต่คำแต่ละคำที่ใช้ เข้าใจคำ คุ้นคำนั้นในภาษาที่เคยใช้ตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อเป็นสภาพธรรมแล้วงง อย่างเช่นจักขุวิญญาณ เป็นภาษาบาลี หมายถึงจิตเห็นในภาษาไทย คือจิตที่รู้โดยอาศัยตา ซึ่งถ้าไม่มีตาจะไม่มีเห็นในขณะนี้เลย แต่ว่าภาษาไทยง่ายๆ ก็คือเห็น ใครไปทำเห็นได้ เมื่อมีปัจจัยเห็นก็เกิดขึ้น เกิดแล้วจะให้เห็นตลอดไปก็ไม่ได้ ใช่หรือไม่ เดี๋ยวก็คิดนึก เดี๋ยวก็ได้ยิน
แสดงว่าสภาพของจิตซึ่งเกิดขึ้นทีละหนึ่งขณะจะรู้เพียงสิ่งเดียว นี่คือการเริ่มเข้าใจ ซึ่งถ้าไม่มีความเข้าใจอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะไปประจักษ์การเกิดดับสภาพธรรมเลย เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีความเข้าใจเป็นลำดับไม่ต้องคิดถึงการปฏิบัติเลย เพราะว่าปฏิบัติโดยไม่รู้ ก็นำมาซึ่งความไม่รู้ ไม่สามารถที่จะรู้และคลายความติดข้อง ความไม่รู้ ความสงสัยในธรรมที่ได้ยินได้ฟัง ซึ่งพูดถึงสิ่งที่มีจริงในขณะนี้ซึ่งเกิดดับ ก็ค่อยๆ เข้าใจถูกต้องขึ้นตามลำดับ
ถึงแม้ว่าไม่ใช่คำว่า ปฏิบัติ แต่ปัญญากำลังรู้ลักษณะของสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้ คือปฏิปัตติ เพราะว่าภาษาบาลี ปฏิปัตติ ปฏิคือเฉพาะ ปัตติแปลว่าถึง หมายความว่า ถึงเฉพาะสภาพธรรมเดี๋ยวนี้ ด้วยปัญญาและสติที่สามารถเห็นถูกตามความเป็นจริงว่า สภาพนั้นไม่ใช่เรา ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่มีความสงสัยใดๆ

