ฟังธรรมะ ฟังจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเราคิดธรรมะ?? ... สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ บ่าย 13/2/69

 
nattawan
วันที่  15 ก.พ. 2569
หมายเลข  52007
อ่าน  51


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ฟังธรรมะ ฟังจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเราคิดธรรมะ??

เริ่มตั้งต้น เราอยู่ไหน อะไรเป็นเรา? เดี๋ยวนี้ก็เป็นเรา เป็นเราหมดทุกอย่าง ... ผิดหรือถูก? (ผิด) เริ่มรู้จักความเห็นผิด ทั้งๆ ที่ไม่เป็นเรา ก็เห็นไปว่าเป็นเรา จึงเกิดความเป็นเราจนกว่าจะเข้าใจกว่านี้ ค่อยๆ ละความเป็นเราไปทีละน้อยเพราะเข้าใจขึ้น ถ้าไม่เข้าใจเลยก็ไม่มีทางละ ก็เป็นเราไปตั้งแต่เกิดจนตายทุกชาติ!! ... ฟังสิว่ามีเราจริงๆ หรือเปล่า?! หรือไม่คิดเลย ก็เป็นเราฝังอยู่ลึก เป็นเราไปเรื่อยๆ ฟังเท่าไหร่ก็เป็นเราฟัง หรือว่าฟังแล้วค่อยๆ เข้าใจว่าเป็นเราไม่ได้ เพราะเห็นเกิดแล้วดับ รู้สึกเกิดแล้วดับ ทุกอย่างที่มีเกิดแล้วดับ เป็นอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เป็นได้แต่ธรรมะนั้นๆ เปลี่ยนกันก็ไม่ได้ สลับกันก็ไม่ได้ แล้วเกิดและดับทันทีเร็วสุดที่จะประมาณได้ ... ค่อยๆ เข้าใจถูกอย่างนี้ ค่อยๆ ละความเป็นเรา ไม่ใช่ว่าจะหมดความเป็นเราได้ทันที ความสงสัยมี เป็นธรรมะ ไม่ใช่เรา ค่อยๆ คิด ไม่ใช่ไปจำว่าเป็นเรา ค่อยๆ คิดว่าไม่ใช่เราทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งมั่นคง จนสามารถรู้ขณะใดที่ธรรมะปรากฏก็ไม่ใช่เรา!!

ไม่งั้นเราจะต้องมาพูดถึงธรรมะหรือถ้าทุกคนไม่มีเรา ไม่มีความเห็นผิดว่ามีเรา แต่เพราะเห็นผิดว่าเป็นเรา มีเรา ... เราจึงต้องสนทนาเรื่องธรรมะ ... พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างไร ... ธรรมะทั้งปวงเป็นอนัตตา ... เปลี่ยนไม่ได้เลย!!

ทุกคำที่ฟังไว้ จำไว้ ไตร่ตรอง เข้าใจขึ้น มั่นคงขึ้น จริงหรือเปล่า ไม่ใช่ให้เชื่อ ... จนกว่าจะมั่นคง อะไรถูกก็ค่อยๆ มั่นคงขึ้น ค่อยๆ คลายความเห็นผิดทีละน้อยหนทางเดียว ไม่ใช่ฟังปุ๊บละความเห็นผิดไปได้ ต้องอีกนานมากกว่าจะมั่นคง หลายระดับตั้งแต่ขั้นปริยัติจนถึงปฏิบัติจนถึงปฏิเวธ

ต้องต่อสู้ด้วยความอดทนระดับไหนกับกิเลสกับความไม่รู้ เพราะฉะนั้นอดทนจริงๆ เพราะรู้ความจริงว่าหนทางที่จะหมดไปได้ด้วยความอดทน ด้วยวิริยะ

กิเลสเก่งนะ อดทนอย่างอื่นอดทนได้พาไปได้ แต่อดทนที่จะเข้าใจทำไมน้อยอย่างนี้ กิเลสลวงมากี่ชาติแสนโกฏกัป เพราะฉะนั้นฟังธรรมะด้วยความเบิกบาน มีโอกาสได้ฟัง มีโอกาสรู้ความจริง อีกนานเท่าไหร่ก็มีโอกาสรู้ความจริง นั่นเป็นหนทางละ ไม่เดือดร้อนจะให้เร็วไม่ได้ ของเก่าที่ผิดมีตั้งเยอะ โกยทิ้งหรือยัง ยังไม่ได้แตะที่จะเอาออกเลย ขั้นฟังยังไปคิดเองตั้งเยอะ อุปสรรคคือไม่ได้ฟังด้วยดี ไม่ได้ไตร่ตรองเฉพาะคำที่ได้ฟังเท่านั้น ไม่เอาความคิดของเราไปแทรก แล้วถ้าไม่ฟังเลย ดิ่งลงไปในความมืดมิดลึกลงไป ... ลึกลงไป ... ลึกลงไปอีก ... ออกไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้นฟังแล้วอดทนแค่ไหน นั่นแหละขันติบารมี ไม่งั้นไม่มีคำว่าบารมี ... ถ้ามันดับง่ายๆ ถึงง่ายๆ นี่ความดีทุกประการเพราะขณะนั้นอกุศลเกิดไม่ได้เวลาที่กุศลเกิด แต่ไปบังคับให้เกิดก็ไม่ได้ แต่มีปัจจัยที่จะเห็นโทษอกุศล ถ้าไม่เห็นพูดว่าไม่เป็นไรเพราะนิดเดียว แต่นิดเดียวนั่นแหละมหาศาลจนถึงเดี๋ยวนี้

ประโยชน์ของการสนทนาธรรมวันนี้ ... ได้เห็นความลึกซึ้งของพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ... เพื่อใคร?? ... เพื่อผู้ที่ได้ฟังด้วยความเคารพในพระปัญญาคุณของพระองค์ ฟังเพื่อเข้าใจถูกต้อง เพราะคิดเองไม่ได้

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ