ไม่มีวันรู้เพราะอยากรู้ ... สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ เช้า 13/2/69

 
nattawan
วันที่  14 ก.พ. 2569
หมายเลข  52004
อ่าน  139

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขณะใดที่เป็นกุศล จิตขณะนั้นสะอาดไม่มีโลภะ ไม่มีโทสะ แล้วมีสติด้วย (ไม่ใช่ศรัทธา) ค่อยๆ เข้าใจไปทีละนิดทีละหน่อย เพราะมันสามารถที่จะรู้ได้เพราะโลภะรู้ได้ โทสะรู้ได้ โมหะก็สามารถเข้าใจได้ แต่ละหนึ่งๆ ที่มี ... มีจริงตามที่พระพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้แล้วทรงแสดงให้รู้ความจริงอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นเราตลอด จะเอาเราออกได้อย่างไร ถ้าไม่เข้าใจสภาพธรรมะที่ละเอียดแต่ละหนึ่งทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล เป็นบุญที่ได้ฟัง เป็นบุญที่ได้รู้ความลึกซึ้ง เป็นบุญที่เริ่มละด้วยความเข้าใจในความยาวไกลอีกนานมาก ... ใครหวังจะรู้ชาตินี้บ้าง? คิดได้ยังไงจะรู้ได้ยังไงชาตินี้!! พูดได้เพราะความไม่รู้ เพราะฉะนั้นก็มีแต่ความเป็นมิตร ... เพราะเขาไม่รู้ แต่ถ้าผู้รู้ตามความเป็นจริงทีละเล็กทีละน้อย ก็ค่อยๆ เว้นสิ่งที่เป็นโทษ ไม่ใช่เราแต่ความเข้าใจทำให้เว้นจะน้อยจะมากกว่าจะสะสมไป กว่าจะขัดเกลาจนกระทั่งแม้ละเอียดปานใดแทรกอยู่ตรงไหนด้วยความเป็นเรา ปัญญาต้องรู้แล้วละในชีวิตประจำวันเดี๋ยวนี้!!!

ต้องเห็นธรรมะตามความเป็นจริงแต่ละหนึ่งที่มีในชีวิตประจำวัน

จะคิดอะไรก็ตามแต่ เราคิด ... ยังอยู่ที่คิดคือเรา ... กว่าคิดจะไม่ใช่เรา เกิดขึ้นตามปัจจัยแล้วแต่ใครจะคิดอะไรตามการสะสม

แล้วยังไงจะรู้?? ไม่มีวันรู้เพราะอยากรู้ มันปิดบังทันที เหมือนดี ... แต่เรา ... เพราะฉะนั้นต้องหมดความเป็นเรา ไม่ว่าจะอกุศลระดับใด กุศลระดับใด ไม่ใช่เรา แต่มีปัจจัยเกิดก็เกิด.. นี่ไงธรรมะ อนัตตา ... ปัญญาต้องถึงระดับนั้น

การเข้าใจแม้แต่คำว่าธรรมะลึกซึ้งมากต้องทั้งหมดในชีวิตประจำวันจริงๆ

ธรรมะแต่ละหนึ่งทำหน้าที่ของธรรมะนั้นๆ ไม่ใช่เราจะทำ ไม่ใช่เราใส่ใจเพราะฉะนั้นใส่ใจคืออะไร? จึงมีคำว่าฉันทะกับโลภะ ฉันทะไม่ใช่ติดข้อง ... ฉันทะเป็นได้ทั้งกุศลและอกุศลแต่โลภะเป็นอกุศลเท่านั้น เริ่มเข้าใจธรรมะละเอียดขึ้นทุกแง่มุมว่านี่แหละธรรมะทั้งนั้น!!

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 17 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ