ณ กาลครั้งหนึ่ง สนทนาธรรมที่บ้านอบอุ่น 6/2/69

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ปลูกฝังความเข้าใจความไม่ใช่เรา ... ไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดทั้งสิ้น เป็นธรรมะทั้งหมด แต่ยากจะรู้ได้เพราะไม่ได้ปรากฏตามความเป็นจริง เพราะฉะนั้นฟังไว้ เก็บไว้ เข้าใจไว้ทีละเล็กทีละน้อย พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมซึ่งเป็นสัจจะความจริงของธรรมะสามรอบ ถ้าไม่ลึกซึ้งจะต้องถึงสามรอบไหม?!
ให้รู้ว่าอยู่ในความมืดสนิทของความไม่รู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏว่าสว่าง ... สว่างแต่ไม่รู้ความจริง เพราะฉะนั้นการไม่รู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีขณะนี้มืดสนิท ไม่มีใครสามารถเปิดเผยความจริงของสิ่งที่มืดสนิทให้รู้ว่าแต่ละหนึ่งคือเดี๋ยวนี้ทั้งหมดในความมืด แต่ว่าอยู่ในโลกที่สว่างด้วยความเป็นตัวตน ด้วยความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดมานานมาก นาน แสนนานแม้พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้และปรินิพพานไปแล้วกี่พระองค์ ก็อยู่ในความมืดสนิทจนกว่าได้ฟังคำของพระองค์ ไตร่ตรองจนกระทั่งมั่นคงว่าความจริงเป็นอย่างนี้ จึงต้องมีการบำเพ็ญบารมีนานเท่าไหร่กว่าพระองค์จะทรงตรัสรู้ความจริงและทรงแสดงความจริง
เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้วจึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ละเอียดอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นอีกนานมากเท่าไหร่กว่าจะได้รู้ความจริง อดทน เบิกบาน ... หนทางมีแล้ว แสงสว่างมีแล้วแต่น้อยมาก สลัวมาก เป็นแต่เพียงความสว่างที่เริ่มจะให้เข้าใจว่า สิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ความจริงถึงที่สุดโดยประการทั้งปวงคืออะไร ... ไม่มีอะไรสักอย่างนอกจากแต่ละหนึ่งความจริงที่มีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วดับเร็วสุดที่จะประมาณได้

พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงและทรงแสดงให้ค่อยๆ ไตร่ตรอง ถ้าเดี๋ยวนี้ไม่เกิดจะมีเดี๋ยวนี้ไหม ถ้าเห็นไม่เกิดจะมีเห็นไหม ถ้าได้ยินไม่เกิดจะมีได้ยินไหม แต่เป็นเราหมดเลย กับการที่พระองค์ทรงแสดงความจริงว่าหาเราไม่ได้ ไม่มีเรา เป็นธรรมะแต่ละหนึ่งซึ่งเกิดเมื่ออาศัยกันและกันเป็นปัจจัยโดยนัยประการต่างๆ เกิดแล้วดับ เห็นเกิดแล้วเห็นแล้วดับ ... จะให้เห็นไปทำอะไรอีก ในเมื่อเห็นเกิดขึ้นเห็นแล้วดับแน่นอน ได้ยินยังไม่เกิดก็ไม่มี เกิดแล้วได้ยินแล้วก็ดับ เพราะฉะนั้นต้องเก็บไว้ในใจมั่นคงลึกจนกระทั่งค่อยๆ เติบโต ค่อยๆ เจริญ ค่อยๆ มั่นคงจนถึงการที่ฟังพระพุทธเจ้าแล้วไม่สงสัยในความไม่มีเรา
แต่ถ้าไม่ได้ฟังอย่างนี้ก็เป็นเราต่อไปอีก มืดสนิทในความไม่รู้ความจริงซึ่งไม่มีเรา!! เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฟังธรรมะให้เห็นความลึกซึ้ง ไม่มีทางที่จะรู้จักพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรที่จะเอาความไม่รู้ ความมืดสนิทที่จมอยู่ในความไม่รู้ เป็นเราไปตลอดทุกชาติ ... จะออกได้อย่างไร ในการที่จะรู้ความจริงว่าไม่มีอะไรทั้งสิ้นถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นการฟังทำให้เห็นคุณของพระพุทธเจ้า ตรงตามที่พระองค์ตรัสว่า "ผู้ใดเห็นธรรมะ ผู้นั้นเห็นเรา" ... ตอนนี้เห็นธรรมะหรือยัง?? มีธรรมะล้อมรอบ ไม่พ้นธรรมะเลยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ซ้ายขวาหน้าหลัง แต่ไม่รู้เลยว่าเป็นธรรมะ
เมื่อไม่รู้ว่าเป็นธรรมะ จะเห็นพระพุทธเจ้าไหม?? เคารพกราบไหว้แต่ว่าพระองค์คือใคร?? ถ้าไม่มีการได้เข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏที่ลึกซึ้งเดี๋ยวนี้ จะไม่รู้จักพระพุทธเจ้าเลย เพราะฉะนั้นกราบไหว้บูชาคุณที่มีโอกาสได้รู้ความจริงแม้ว่าความจริงนั้นจะถูกปิดบังไว้ลึกปานใด แต่ว่าพระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงความลึกซึ้งอย่างยิ่งของสิ่งซึ่งเป็นธาตุรู้ ... มีแน่ แต่ว่าไม่เคยรู้เลยว่าไม่ใช่เรา!!! เพราะฉะนั้นผู้ใดเห็นธรรมมะเท่านั้นเป็นผู้ที่เห็นพระพุทธเจ้า!!
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


