ถูกลวง

 
เมตตา
วันที่  11 ก.พ. 2569
หมายเลข  51995
อ่าน  47

อ.ชุมพร: กราบท่านอาจารย์ค่ะ ฟังไว้ ก็ต้องฟังไว้ แต่ฟังเท่าไหร่ก็ยังถูกลวงเสมอๆ เป็นเช่นนี้ค่ะ

ท่านอาจารย์: จะไม่ลวงเร็วปานนั้นเลยหรือ?! แค่ฟังก็ก็ไม่รู้เลยหรือ?

อ.ชุมพร: ค่ะ ฟังว่า เพราะฟังมาน้อยก็ต้องถูกลวง แล้วก็สภาพธรรมะเกิดดับสลับกันเร็วมากเกินกำลังปัญญาเล็กๆ น้อยๆ ค่ะก็คงต้องเป็นเช่นนี้นะคะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น หนทางเดียว เข้าใจธรรมะทีละหนึ่งเพิ่มขึ้น เพียงแค่เดี๋ยวนี้ก็ลวงแล้ว เห็นไหม เดี๋ยวนี้เห็นอะไร!! ลวงแล้ว เพราะฉะนั้น ลวงมาแล้วเท่าไหร่? จะลวงต่อไปอีกเท่าไหร่? จนกว่าจะค่อยๆ เข้าใจจริงของธรรมะทีละหนึ่ง จึงจะสามารถรู้ได้ว่า แต่ละหนึ่งต่างกันหมดจะเป็นอะไรไม่ได้เลย ค่อยๆ คลายความลวงจนกระทั่งสิ่งที่ปรากฏเดี๋ยวนี้ไม่ใช่คุณธีรพันธ์ เป็นไปได้ไหม? นี่แหละ อะไรจริง อะไรเท็จ!!

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์กล่าวถึงเรื่องของการฟัง ต้องเข้าใจ ทีละหนึ่งๆ แต่แม้ทีละหนึ่งของสภาพธรรมะเกิดก็ไม่สามารถที่จะระลึกว่า ความจริงเป็นเช่นนี้ แต่ก็หลงลืมเสมอๆ ฉะนั้น จะเห็นถึงความยากความลึกซึ้งเกินประมาณเลยทีเดียวค่ะ

ท่านอาจารย์: แม้แต่การฟัง เราเข้าใจหมดหรือยัง? อะไรบ้างที่มีเดี๋ยวนี้ รู้เพิ่มขึ้นบ้างไหม จะได้ไม่ลวง เพราะทุกอย่างลวงหมด โกรธก็ลวงแล้ว เรา!! หิวก็ลวงแล้ว ทุกอย่างลวงหมด ไม่มีคนไม่มีอะไร มีแต่ธรรมที่เกิดตามเหตุตามปัจจัย แต่ยึดมั่นเพราะถูกลวงมานานเท่าไหร่

เพราะฉะนั้น ความอดทนที่จะฟังแล้วรู้ความจริงทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใช่ไม่ฟังอะไรเลยไม่เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเลย แล้วก็จะหมดการที่จะถูกลวงได้อย่างไร

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์คะ แม้ขั้นการฟัง ฟังคำจริง ท่านอาจารย์กล่าวว่า ไม่ประมาท ท่านอาจารย์ช่วยขยายค่ะ

ท่านอาจารย์: รู้อะไรบ้าง เดี๋ยวนี้?

อ.ชุมพร: ก็รู้เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถูกลวงอยู่ค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าอย่างไร?

อ.ชุมพร: ท่านก็ตรัสว่า เป็นธรรมะแต่ละหนึ่งค่ะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แล้วรู้หรือยัง?

อ.ชุมพร: ยังไม่รู้ค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็ต้องฟังละเอียดขึ้นใช่ไหม แต่ละหนึ่งอะไร? ไม่ใช่เป็นการที่ไปจำว่าแต่ละหนึ่ง

อ.ชุมพร: ค่ะ ฟังละเอียดขึ้น แต่ความจำเก่าๆ ก็ยังมั่นคงว่า ยังเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดนะคะ

ท่านอาจารย์: แล้วถ้าไม่ฟังล่ะ มันจะมั่นคงต่อไปอีกไหม?

อ.ชุมพร: มันยิ่งหนักขึ้นค่ะ ท่านอาจารย์กล่าวถึงว่า โลกทั้งหมดมี ๖ โลก ฉะนั้น ความจริงที่ฟังเรื่องราวต่างๆ คิดเรื่องสงคราม คิดเรื่องเศรษฐกิจ ก็นึกถึงคำที่เป็นคำที่ท่านอาจารย์ย้ำว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่มีจริง เป็นแค่จิตเกิดขึ้นมาคิด แม้ฟังเข้าใจ ก็ยังต้องฟังต่อเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: แน่นอนเลยค่ะ มีใครบ้างแค่นี้พอ?

อ.ชุมพร: ถึงแม้ฟังท่านอาจารย์แล้วก็ลืม

ท่านอาจารย์: แล้วต้องฟังต่อไปอีกไหม?

อ.ชุมพร: ก็ต้องฟังเพื่อที่จะมีโอกาสไม่ลืม เช่นนั้นหรือคะ?

ท่านอาจารย์: ถ้าฟังบ่อยๆ เราจะคิดถึงอะไรบ่อยๆ

อ.ชุมพร: ฟังบ่อยๆ ก็ต้องคิดถึงสิ่งที่ฟังบ่อยๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: ค่ะ

อ.ชุมพร: แค่นึกขึ้นมาได้ แต่เห็นถึงความเข้าใจไกลทีเดียวค่ะ นึกได้แค่จำคำเล็กๆ น้อยๆ ความเข้าใจไม่มีเลยค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น กว่าจะนึก นี่ได้ๆ ๆ จนรู้ว่า แค่นึกได้ ยังไม่ได้รู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏ ก็เริ่มที่จะเตือนให้รู้แล้วใช่ไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ ท่านอาจารย์พูดถึง นึกคำ กับการที่จะคิดถึงลักษณะ นี่มันไกลกันมากค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ปัญญามีหลายระดับ

อ.ชุมพร: ค่ะ ขั้นการฟัง กว่าจะค่อยๆ คิด ไม่ได้ไปคิดที่คำ แต่นึกถึงลักษณะนี่ก็ยังห่างไกล นะคะ

ท่านอาจารย์: นี่ละ สังสารวัฏฏ์ที่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างนี้ใช่ไหม?

อ.ชุมพร: เป็นเช่นนี้ค่ะ แม้ฟังแล้วค่ะท่านอาจารย์ก็ยังคิด

ท่านอาจารย์: ก็แน่ล่ะ กว่าจะหมดการที่เคยสะสมมาในสังสารวัฏฏ์ที่เป็นอย่างนี้ จนไม่เหลืออีกต่อไป ไม่เป็นอัตตาอีกต่อไป จะอีกนานเท่าไหร่?

อ.ชุมพร: ก็เห็นถึงความยากค่ะ หนูเข้าใจที่ท่านอาจารย์พูดว่า อย่างนั้น แต่ว่ากล่าวถึงความยาก แม้เราฟัง แต่เราก็ยังคิดแค่คำ คิดแค่คำว่า ธรรมะ ฉะนั้น การที่จะค่อยๆ ละเอียด ไม่ไปอยู่ที่คำ แต่ค่อยๆ ละเอียดขึ้นจากคำเป็นเช่นไรคะ

ท่านอาจารย์: เห็นความเป็นเราไหม?

อ.ชุมพร: ค่ะ ท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: มีแต่เพิ่มไปโดยไม่รู้ตัว ทิฏฐาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ

อ.ชุมพร: ค่ะ ก็ต้องเป็นเรื่องของความเป็นไปแต่ละอย่างโดยความเป็นสังขารขันธ์ ไม่ใช่เราจะมีความต้องการรีบอย่างนั้นนะคะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ขันติบารมีแค่ไหน? และถ้าไม่มีความเพียรเลย จะสามารถรู้ไหมว่า ที่เพียรแล้วเพียรอีกด้วยความอดทนปานใด กว่าจะเข้าใจทีละน้อย ไม่มีเราเลยนอกจากบารมี

อ.ชุมพร: หนูขอท่านอาจารย์ท่านอาจารย์ช่วยขยาย ขันติบารมีค่ะ

ท่านอาจารย์: เดี๋ยวนี้เห็นเป็นธรรมะ หรือว่าเป็นเรา?

อ.ชุมพร: เห็นเป็นเราค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วความจริงล่ะ?

อ.ชุมพร: ความจริงเป็นธรรมะ

ท่านอาจารย์: รู้ได้ไหม?

อ.ชุมพร: รู้ได้

ท่านอาจารย์: และกว่าจะรู้ล่ะ? วิธีไหน?

อ.ชุมพร: อดทนที่จะฟัง เช่นนั้นหรือคะ?

ท่านอาจารย์: ทุกอย่างค่ะ วันนี้ เช้านี้ เมื่อไหร่ก็ตามแต่ อาหารหลายอย่าง ตักอันไหนใส่จาน?

อ.ชุมพร: ไม่ได้เอื้อเฟื้อคนอื่นค่ะ

ท่านอาจารย์: มีความพอใจในสิ่งนั้นแค่ไหน ทุกคำข้าว? รู้ไหมว่า ไม่ใช่เรา? และถ้าไม่รู้ก็เป็นเราไปหมดทุกขณะ

เพราะฉะนั้น ขันติ กว่าจะถึงระดับที่สามารถที่จะคิดได้ แม้เพียงวันนี้ไม่ต้องรับประทานอาหารหรอก ว่าขณะนี้จิตกำลังคิดถึงคนอื่นด้วยความโกรธหรือเปล่า? ด้วยความติดข้องต้องการหรือเปล่า? เพียงแค่คิดยังปานนี้ แล้วที่ทำล่ะ!! มีกำลังถึงจะทำแล้วด้วยความโกรธ หรือด้วยความติดข้อง

คุณอรรณพก็หมายมั่นที่จะเเปิดตู้เย็น หมายมั่นที่จะหยิบส้มออกมา ติดข้องหรือเปล่า?

อ.ชุมพร: หนูฟังยังไม่ชัดเจนในเรื่องท่านอาจารย์กล่าวถึง คำข้าวแต่ละคำ ด้วยความติดข้อง

ท่านอาจารย์: คุณชุมพรเดี๋ยวนี้มีความติดข้องอะไรหรือเปล่า ยังไม่ต้องคำข้าวทุกคำ

อ.ชุมพร: มีค่ะ แต่ยังไม่รู้ค่ะ

ท่านอาจารย์: เห็นไข่เจียวร้อนๆ ติดข้องไหม?

อ.ชุมพร: ทันทีทันใดค่ะ

ท่านอาจารย์: และเอื้อมมือไปตัก ตักแล้วใส่ปากไม่ใส่ไม่ได้ ใส่ปากแล้วยังต้องเคี้ยว เคี้ยวแล้วยังต้องกลืน เท่าไหร่แล้วล่ะ?

อ.ชุมพร: สะสมมากมายเหลือเกินค่ะความพอใจ

ท่านอาจารย์: ความติดข้องลวงเป็นไข่เจียว!!

อ.ชุมพร: ท่านอาจารย์ขยายขันติอีกนิดหนึ่งค่ะ

ท่านอาจารย์: อดทนไหมที่จะรู้ว่า ไม่ใช่ไข่เจียว? แล้วเป็นอะไร? แล้วความจริงเป็นอะไร แล้วกว่าจะรู้ความจริง รู้ได้ทันทีไหม?

อ.ชุมพร: หนูมีความเข้าใจในเรื่องขันติ นี้คือความอดทน แต่ก็ได้ความกว้างขวางจากท่านอาจารย์ อดทนที่จะรู้ความจริงค่ะ

ท่านอาจารย์: อดทนที่จะไม่พูดบ้างไหมในสิ่งที่ไม่ควรพูด!

อ.ชุมพร: มีค่ะ

ท่านอาจารย์: อดทนที่จะต้องพูดให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่ควรพูดไหม!!

อ.ชุมพร: ก็มีค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วรู้จักอดทนแล้วยัง?

อ.ชุมพร: ไม่รู้จัก

ท่านอาจารย์: อ้าว!! ยังไม่รู้จักอีกหรือ?

อ.ชุมพร: อดทนที่ตัวเองทำ แต่ว่าขณะนั้นทำไปแบบนั้น แต่ก็เป็นเรื่องที่ท่านอาจารย์ให้เห็นถึงความอดทนที่เคยทำค่ะ

ท่านอาจารย์: และที่จะต้องทำต่อไปด้วย ถ้ามิเช่นนั้นจะเข้าใจคำที่ได้ฟังไหมถ้าไม่อดทน? ที่จะต้องถามแล้วถามอีก ไตร่ตรองแล้วไตร่ตรองอีก กว่าจะรู้ว่าไม่ใช่เราแน่นอน หมดแล้วไม่เหลือเลย ก่อนจะหมดไปก็ เราๆ ๆ ๆ เราหมด อดทนไหมที่จะรู้ความจริงว่า ขณะนั้นเป็นอะไร จะเป็นเราไม่ได้!! เห็นเป็นเห็นดับแล้ว สิ่งที่ถูกเห็นก็เป็นเพียงสิ่งที่กระทบตาดับแล้ว ความจริงเป็นอย่างนี้รู้ได้ไหม? จะรู้ได้เมื่อไหร่ อดทนไหม?

อ.ชุมพร: ความละเอียดของขันติบารมี ก็คือเดี๋ยวนี้นี่เอง ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คิดว่า ความอดทนต่อบุคคลอื่น แต่เดี๋ยวนี้สภาพธรรมะเป็นเรื่องของความอดทนที่จะค่อยๆ เข้าใจเช่นนั้นนะคะท่านอาจารย์

ท่านอาจารย์: ทุกอย่างที่เป็นสิ่งที่ควรจะทำ ทำหรือยัง?

อ.ชุมพร: ทุกอย่างที่ควรจะทำ ทำทุกอย่างต้องเป็นเรื่องของการ ...

ท่านอาจารย์: เขียนหนังสือไม่เป็นเลย ค่อยๆ เขียนจนกว่าจะเขียนได้ อดทนไหม?

อ.ชุมพร: ค่อยๆ ได้เห็นความละเอียดแม้จะศึกษา แต่ว่าถ้าไม่ได้มาสนทนากับท่านอาจารย์ ความเข้าใจแม้ขันติบารมีก็อาจจะมีความไม่ละเอียด เข้าใจคลาดเคลื่อน ก็กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

ท่านอาจารย์: แล้วก็ต้องรู้ว่า บารมีคืออะไร เพื่ออะไร จึงเป็นขันติบารมี ไม่ใช่ขันติอื่น เห็นไหม!! ขันติอื่นยังพอจะทำได้อดทนไป เย็บเสื้อทั้งคืนพรุ่งนี้จะใส่ตอนเช้า แต่ขันติที่จะเข้าถึงสิ่งที่กำลังปรากฏซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจว่าเป็นนกเกาะกิ่งไม้ ต้นไม่ใบหญ้าเต็มไปหมด แต่ความจริงเป็นแต่เพียงสิ่งที่กระทบตาแต่ละหนึ่ง จะเป็นอะไรไม่ได้เลยเพราะเกิดแล้วก็ดับ

อ.ชุมพร: คำของท่านอาจารย์ไพเราะซาบซึ้งที่จะอธิบายคำถามของหนู ขันติบารมี ค่อยๆ ละเอียดขึ้นทีเดียวค่ะ

ท่านอาจารย์: ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยที่มีโอกาสได้ฟัง คำ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยการเห็นพระคุณสูงสุดเมื่อรู้ว่า ลึกซึ้งปานใด

อ.ชุมพร: ซาบซึ้งในพระมหากรุณาคุณ แต่ละคำๆ เป็นปัญญา เป็นคุณค่าที่จะต้องได้มีโอกาสได้สดับแล้วสดับอีกค่ะ

ท่านอาจารย์: ยากกว่าการที่จะอดทน ธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันกี่เท่า?

อ.ชุมพร: เทียบไม่ติดเลยค่ะ มากมายมหาศาล นัยยะของขันติบารมีที่จะอดทนที่จะรู้ความจริงกว้างขวางจริงๆ ค่ะ

ท่านอาจารย์: เพราะฉะนั้น ถ้าชีวิตประจำวันไม่อดทนเลยจะสามารถอดทนอย่างนั้นได้ไหม? อดทนที่จะเป็นกุศลไม่เป็นอกุศล ยากไหมวันนี้ธรรมดา ในสิ่งที่กำลังปรากฏในความติดข้องที่ติดข้องในรสอาหารต่างๆ ต้องการอย่างนี้ ต้องเติมอย่างนี้สารพัดอย่าง อย่างนั้นก็เป็นอย่างหนึ่งซึ่งเห็นความเป็นอนัตตาว่า บังคับบัญชาไม่ได้ทำไปแล้ว ยังจะต้องอดทนที่จะรู้ว่า ไม่ใช่เรา เป็นแต่ละหนึ่งธรรมะ ทุกกาละ ทุกขณะ จนกว่าจะประจักษ์แจ้ง นี่คือพระมหากรุณาที่ทรงแสดงธรรมะละเอียดตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงที่สุด

มิเช่นนั้น สัตว์โลกไม่มีวันที่จะรู้ความจริง อยู่ในความมืดของความไม่รู้ หาทางออกไม่ได้เลย เหมือนถูกขังอยู่ในความมืดสนิท ไปทางไหนก็มืด ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

อ.ชุมพร: เริ่มที่จะรู้ว่า ห่างไกล มืด ถ้าปล่อยมือจากคำของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยิ่งห่างไกลค่ะ กราบท่านอาจารย์ค่ะ

ขอเชิญอ่านเพิ่มได้ที่ ..

ขันติบารมี

มีขันติเป็นกำลัง

ขอเชิญฟังได้ที่ ..

ชอบความจริงหรือชอบความลวง

ชีวิตที่ถูกลวง

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

กราบยินดีในกุศลจิตของ อ.ชุมพร ด้วยค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 11 ก.พ. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ