มีข้อปฏิบัติง่ายๆ ให้นำไปปฏิบัติได้อย่างไร
จะนำไปปฏิบัติ จะนำอะไรและจะปฏิบัติอย่างไร ก็คือเป็นแต่เพียงคำพูด ซึ่งยังไม่ได้เข้าใจจริงๆ ว่าขณะนี้ไม่มีเรา แต่เป็นธรรมซึ่งวันหนึ่งๆ มีทั้งกุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม คือธรรมที่ไม่ใช่กุศลเเละไม่ใช่อกุศล แม้เพียง ๓ คำประมวลธรรมไว้ทั้งหมด คือธรรมที่มีทั้งหมด ธรรมฝ่ายกุศลเป็นอกุศลไม่ได้ ธรรมที่เป็นอกุศลจะเป็นกุศลไม่ได้ ส่วนธรรมที่ไม่ใช่กุศลและอกุศลก็มี นี่คือทำให้เราต้องคิด คือฟังแล้วคิดว่า ถ้าอย่างนั้นอะไรเป็นธรรมซึ่งไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศล
รูป ร่างกายไม่รู้อะไรเลย เป็นกุศลไม่ได้ รูปธรรมทั้งหมดเป็นกุศลไม่ได้เลย แก้วน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ สภาพที่แข็ง สภาพที่เปรี้ยวหวาน หรือว่าเสียงต่างๆ เป็นกุศลไม่ได้ เพราะฉะนั้นธรรมที่ไม่เป็นกุศลและไม่เป็นอกุศลมีหลายอย่าง รูปคืออัพยากตธรรม เป็นธรรมอย่างหนึ่งซึ่งไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศล
การศึกษาธรรมนี้ไม่ยากถ้าศึกษาเพียงทีละคำ และความหมายของคำนั้นๆ ก็ไม่เปลี่ยน คือสภาพธรรมเกิด ชา-ติ เกิด เมื่อกุศลเกิด ทันทีที่เกิดเป็นกุศล ดับแล้ว ใครทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีใครสามารถจะไปเปลี่ยนอกุศลธรรมให้เป็นกุศลธรรม หรือให้เป็นอย่างอื่นได้
ดังนั้นธรรมเป็นปรมัตถธรรม ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงลักษณะของสภาพธรรมแต่ละอย่างได้เลย และเมื่อทรงแสดงธรรมนั้นโดยละเอียดยิ่งขึ้นจึงรวบรวมเป็นพระอภิธรรม หมายความว่าละเอียดอย่างยิ่งในเรื่องของธรรม คือเป็นธรรมนั่นเองซึ่งต้องเข้าใจและความเข้าใจที่เกิดแล้วดับไปนั้นสะสมสืบต่อในจิตขณะต่อๆ ไป แต่ไม่มีเราจะนำไปได้เลย


