จนกว่าจะปัญญามากพอเท่ากับกิเลส ... สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ บ่าย 8/1/69

 
nattawan
วันที่  14 ม.ค. 2569
หมายเลข  51834
อ่าน  109

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์

อยากได้ผลดี เหตุดีมีไหม?! แต่เหตุไม่ดี แล้วอยากได้ผลดี

ไม่ต้องสงสัยเลย อยู่ในโลกของนิมิตตลอด อัตตาตลอด สิ่งหนึ่งสิ่งใดตลอด ทั้งๆ ที่ไม่มีอัตตา ... คิดดู ... กว่าพระพุทธเจ้าจะทรงตรัสรู้ความลึกซึ้งความละเอียด แล้วถ้าไม่ตรัสเลยไม่ทรงแสดงความจริงเลย จะไม่มีใครเข้าใจได้เลย เกินวิสัยที่จะรู้ความจริงที่ลึกซึ้ง ถึงต้องสะสมกันอีกอสงไขยแสนกัปก็ได้ ขอให้รู้เถอะ เพราะมีจริงๆ เดี๋ยวนี้แต่กว่าจะรู้ ... ใครจะรู้เร็วๆ ... น่าหัวเราะ

ฟังอย่างนี้ละกิเลสบ้างไหม?! ... ละที่เข้าใจ.. แสดงให้เห็นว่าถ้าไม่ละจะฟังทำไม แต่นี่เข้าใจจึงได้ละความไม่รู้ตามกำลังที่เข้าใจ

ผู้ฟัง: ท่านอาจารย์เตือนว่าไม่มีเราเป็นวิธีคิดที่คอยเตือนตัวเองว่าไม่มีเรา

ทอจ: ขณะนั้นก็คิด

ผู้ฟัง: พยายามเตือนว่าไม่มีเราๆ เพื่อให้เรารู้ เหมือนเป็นวิธีง่ายๆ แต่เพื่อย้ำเตือนว่าเป็นธรรมะไม่มีเรา แต่เป็นแค่ได้พูด

ทอจ: แล้วเมื่อไหร่จะลึกซึ้ง

ผู้ฟัง: ไม่กล้าคิดเลย ... อีกนานมาก

ทอจ: แต่ก็รู้ว่าอย่างน้อยที่สุดก็ยังคิดถึง แค่คิดถึงไม่ลืมว่าไม่มีเรา ... แต่ยังไม่จริง แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดเลย ... กว่าจะรู้ได้จริงๆ!!! กิเลสเท่าไหน ... ปัญญาแค่ไหน จนกว่าจะปัญญามากพอเท่ากับกิเลส

เพราะฉะนั้นก็ชื่นชมในกุศลหนทางเดียว และไม่ใช่แค่พูด ... นี่สำคัญกว่า

เป็นการอบรมที่ยาวนาน จีรกาลภาวนา เห็นไหมว่าต้องอดทนแค่ไหน ... ได้ยินคำว่า ขันติเป็นตบะอย่างยิ่ง ไม่สงสัยเลย อดทนฟัง อดทนไตร่ตรอง อดทนขัดเกลากิเลส อดทนประพฤติตาม

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
chatchai.k
วันที่ 16 ม.ค. 2569

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ ด้วยความเคารพยิ่ง

ยินดีในกุศลจิตครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ